ไขปมร้อน! เปิดปมทุนใหญ่ ซีพีแรม ยื่นจดลิขสิทธิ์ กะเพรา 4 สายพันธุ์ใหม่ "แก้วจุรี 01 02 03 04" ย้ำไม่กระทบประชาชน เกษตรกร ชาวบ้าน ยังปลูกกิน ปลูกขายกะเพราทั่วไปได้ตามปกติ
กลายเป็นประเด็นร้อนทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สังคมให้ความสนใจอย่างล้นหลาม หลังกระแสข่าวทุนใหญ่ยื่นจดทะเบียน "กะเพรา" สายพันธุ์ใหม่ จนเกิดความกังวลว่าวิถีชีวิตเกษตรกรและแม่ค้าสตรีทฟู้ดเมนูเด็ดอย่าง "ข้าวผัดกะเพรา" จะได้รับผลกระทบหรือไม่?
ล่าสุด "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกโรงสยบดรามาทันที ยืนยันชัดเจนว่าไม่กระทบประชาชน เกษตรกร ชาวบ้านยังปลูกกิน ปลูกขายกะเพราทั่วไปได้ตามปกติ ขณะที่กรมวิชาการเกษตร เปิดข้อมูลเชิงลึกประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ของ "บริษัท ซีพีแรม จำกัด" ทั้ง 4 สายพันธุ์ภายใต้ชื่อ "แก้วจุรี 01–04" ที่ผ่านกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น
สยบดรามาเดือด! "สุริยะ" ยันชัดทุนใหญ่จดสิทธิบัตรกะเพราไม่กระทบชาวบ้าน
จากกระแสความกังวลในโลกออนไลน์เกี่ยวกับกรณีบริษัทเอกชนรายใหญ่เข้าไปทำการวิจัยและจดทะเบียนกะเพรา จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาสยบดรามาดังกล่าวโดยชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า
เรื่องที่มีบริษัทเอกชนเข้าไปทำการวิจัยและผลวิจัยออกมาแล้วนำไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์นั้น เป็นสิ่งที่ภาคเอกชนสามารถทำได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย
แต่เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วไปหรือไม่? นายสุริยะยืนยันว่า อันดับแรกชาวบ้านยังสามารถปลูกเองและรับประทานเองที่บ้านได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่สามารถนำสายพันธุ์ที่มีลิขสิทธิ์นั้นไปขยายพันธุ์เพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ได้ เปรียบเสมือนกับบริษัทยาที่มีการจดลิขสิทธิ์คิดค้นยาขึ้นมา เราจะไปลอกเลียนแบบขายแข่งไม่ได้
ดังนั้น ยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกับประชาชนทั่วไปที่ต้องการปลูกกะเพราไว้ทานเอง แม้แต่การนำพันธุ์ของเขามาปลูกแล้วทานเองก็ไม่มีปัญหา เว้นแต่การนำไปเพาะปลูกเพื่อทำการค้าเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับสิทธิ์ อันนั้นทำไม่ได้
เจาะลึกประกาศกรมวิชาการเกษตร เปิดที่มา 4 สายพันธุ์ใหม่ "แก้วจุรี 01-04" จากซีพีแรม
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและถูกต้องตามข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เว็บไซต์ กรมวิชาการเกษตร ได้เผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ผ่านประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ฉบับที่ 174 และ ฉบับที่ 177 ซึ่งยื่นคำขอโดยนักปรับปรุงพันธุ์พืชจาก บริษัท ซีพีแรม จำกัด รวมทั้งสิ้น 4 สายพันธุ์ ได้แก่ กะเพราพันธุ์ แก้วจุรี01, แก้วจุรี02, แก้วจุรี03 และ แก้วจุรี04
1. รายละเอียดเชิงลึก: กะเพราพันธุ์ "แก้วจุรี 01" (ประกาศฉบับที่ 174)
ประกาศกรมวิชาการเกษตร ฉบับที่ 177 เลขที่คำขอ: 001/2566 (วันที่ยื่นคำขอ: 3 กุมภาพันธ์ 2566)
ผู้ขอจดทะเบียน: บริษัท ซีพีแรม จำกัด
ชื่อพันธุ์พืชใหม่: แก้วจุรี01
แหล่งที่มาและกรรมวิธี: ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ใช้วิธีการ การกลายพันธุ์ ผ่านการชักนำเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซมด้วยสารเคมีร่วมกับเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (Plant Tissue Culture)
ขั้นตอนการพัฒนา: เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 โดยใช้เมล็ดพันธุ์กะเพราพันธุ์พื้นเมือง (CPR1) มาฟอกฆ่าเชื้อและเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์ในสภาพปลอดเชื้อ จนต้นเติบโตเหมาะสมจึงใช้สารเคมีชักนำให้เพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม ตรวจสอบปริมาณดีเอ็นเอด้วยเทคนิคโฟลไซโตมีตรี (Flow cytometry) เพื่อคัดเลือกต้นที่มีชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับพันธุ์ควบคุม
การทดสอบพันธุ์: ย้ายปลูกในโรงเรือนทดลองตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่ามีขนาดใบและกลิ่นตรงตามวัตถุประสงค์ นำไปปลูกทดสอบพันธุ์ใน 2 สถานที่ระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน 2565 ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม และแปลงทดลอง บริษัท ซีพีแรม จำกัด (สำนักงานใหญ่) อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
ลักษณะสำคัญทางพฤกษศาสตร์ กะเพราแก้วจุรี01
ลักษณะวิสัยตั้งตรง ความสูงต้นเฉลี่ย 69.7 เซนติเมตร สีลำต้นสีเขียว ความยาวแผ่นใบเฉลี่ย 5.75 เซนติเมตร ความกว้างแผ่นใบเฉลี่ย 3.81 เซนติเมตร รูปร่างแผ่นใบรูปไข่กว้าง ความหยักที่ขอบใบปานกลาง สีกลีบเลี้ยงเขียว และสีกลีบดอกขาวแกมเขียว
ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ลงนามโดย นางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร (ผู้ใดมีสิทธิคัดค้านสามารถยื่นเรื่องได้ภายใน 90 วัน ณ สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร จตุจักร)
2. รายละเอียดเชิงลึก กะเพราพันธุ์ "แก้วจุรี 02, 03, 04" (ประกาศฉบับที่ 177)
สำหรับประกาศกรมวิชาการเกษตร ฉบับที่ 177 (ประกาศ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566) เป็นการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเพิ่มเติมอีก 3 รายการ ซึ่งมีกระบวนการปรับปรุงพันธุ์และที่มาเช่นเดียวกับพันธุ์แก้วจุรี01 (เริ่มจากพันธุ์พื้นเมือง CPR1 ใช้สารเคมีและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ตรวจสอบด้วย Flow cytometry และทดสอบใน 2 สถานที่เดียวกัน) โดยมีรายละเอียดลักษณะเด่นแต่ละพันธุ์ดังนี้
กะเพราพันธุ์ แก้วจุรี02 (เลขที่คำขอ: 013/2566, วันที่ยื่นคำขอ: 30 มีนาคม 2566)
ลักษณะเด่น: วิสัยตั้งตรง ความสูงเฉลี่ย 84.80 เซนติเมตร ลำต้นสีเขียว ความยาวแผ่นใบเฉลี่ย 6.20 เซนติเมตร ความกว้างแผ่นใบเฉลี่ย 4.04 เซนติเมตร รูปร่างแผ่นใบรูปไข่ ขอบใบหยักปานกลาง สีกลีบเลี้ยงเขียว กลีบดอกขาวแกมเขียว
กะเพราพันธุ์ แก้วจุรี03 (เลขที่คำขอ: 014/2566, วันที่ยื่นคำขอ: 30 มีนาคม 2566)
ลักษณะเด่น: วิสัยตั้งตรง ความสูงเฉลี่ย 85.70 เซนติเมตร ลำต้นสีเขียว ความยาวแผ่นใบเฉลี่ย 5.90 เซนติเมตร ความกว้างแผ่นใบเฉลี่ย 4.09 เซนติเมตร รูปร่างแผ่นใบรูปไข่กว้าง ขอบใบหยักปานกลาง สีกลีบเลี้ยงเขียว กลีบดอกขาวแกมเขียว
กะเพราพันธุ์ แก้วจุรี04 (เลขที่คำขอ: 015/2566, วันที่ยื่นคำขอ: 30 มีนาคม 2566)
ลักษณะเด่น: วิสัยตั้งตรง ความสูงเฉลี่ย 87.60 เซนติเมตร ลำต้นสีเขียว ความยาวแผ่นใบเฉลี่ย 5.58 เซนติเมตร ความกว้างแผ่นใบเฉลี่ย 4.01 เซนติเมตร รูปร่างแผ่นใบรูปไข่กว้าง ขอบใบหยักปานกลาง สีกลีบเลี้ยงเขียว กลีบดอกขาวแกมเขียว
ไขข้อสงสัยกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ปลูกกินเองได้ไหม และทำกสนซื้อขายได้หรือเปล่า?
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่ตื่นตระหนก ข้อเท็จจริงทางกฎหมายภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
เป็นการคุ้มครองเฉพาะสิทธิ
- การจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ของบริษัท ซีพีแรม จำกัด ในกลุ่มพันธุ์ "แก้วจุรี 01–04" เป็นการคุ้มครองสิทธิเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ที่ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ไม่กระทบกะเพราพื้นเมือง
- การจดทะเบียนดังกล่าว ไม่ได้ครอบคลุมถึงกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราพันธุ์ทั่วไป ที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติหรือตามท้องตลาดทั่วไป และไม่ได้ทำให้กะเพราพันธุ์ดั้งเดิมตกเป็นสิทธิขาดของบริษัทผู้จดทะเบียนแต่อย่างใด
สิทธิของประชาชนและเกษตรกร
- ประชาชนและเกษตรกรทั่วไป ยังคงสามารถนำกะเพราพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปมาปลูกเพื่อบริโภค เก็บใบจำหน่าย ขายต้นกะเพราเป็นผลผลิต หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามปกติ โดยไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชแต่อย่างใด เนื่องจากใช้เมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่นั่นเอง




