วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ร้านกะเพรา’ กัดฟันแบกต้นทุน กะเพราพุ่ง ‘โลละ 200’ เพราะเน่าน้ำ-เป็นรา เคราะห์ซ้ำไข่ไก่ขึ้นอีก

น้ำลดแต่ราคาผักเพิ่ม! “ผักใบ” จับมือแพงหูฉีก “กะเพรา” พุ่งเกือบ 5 เท่า จากกิโลกรัม 50 บาท สู่กิโลกรัมละราคา 200 บาท! เหตุน้ำท่วมแปลงผัก คาดถ้าน้ำไม่ท่วมเพิ่มได้ผลผลิตปกติต้นเดือนพฤศจิกายน มอง “Worsta Case” หากท่วมซ้ำซาก-ต้องขึ้นราคาตามต้นทุนจริง “กะเพราตาแป๊ะ” ชี้ แม้ที่ตั้งร้านรอดน้ำ แต่โดยรอบเดือดร้อน ทำคนมาน้อยลง-ไรเดอร์รับงานไม่ได้

วิกฤติการณ์ “น้ำท่วมกรุงเทพ” ปีนี้แม้จะเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว ทว่า กลับมีบางอย่างผุดขึ้นมาแทนที่ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทิ้งร่องรอยไว้หลายส่วน ทั้งความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่เพิ่มขึ้น เงินในกระเป๋าผู้บริโภคที่ลดลงจนสะเทือนถึงร้านค้ารายย่อย

และลึกลงไปกว่านั้นคือต้นน้ำของผู้ประกอบการเหล่านี้อย่างซัพพลายเออร์ผู้ผลิตวัตถุดิบ พบว่า ได้รับความเสียหายจนปลายทางอย่างผู้บริโภคเริ่มได้รับแรงกระแทก เมื่อต้องพบว่า ราคาผักหลายชนิดขึ้นราคารวดเดียวภายในระยะเวลาไม่กี่วันมากกว่า 4-5 เท่า

หนึ่งในชนิดผักที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดเพราะน่าจะเป็น “เมนูสิ้นคิด” ของคนไทยอันดับต้นๆ ก็คือ “กะเพรา” จากที่เคยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 50 บาท หลังน้ำลดเพียงไม่กี่วันราคากะเพราในตลาดทะลุกิโลกรัมละ 200 บาทเข้าไปแล้ว “กรุงเทพธุรกิจ” สอบถามไปยัง “แป๊ะ-วรกฤต สกุลเลี่ยว” เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “กะเพราตาแป๊ะ” ร้านกะเพราสเปเชียลตี้เจ้าดังย่านอโศก ระบุว่า แม้น้ำท่วมที่ผ่านมาจะไม่กระทบโลเคชันร้านโดยตรงแต่ลูกค้าก็ลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด เพราะการสัญจรโดยรอบเส้นถนนเพชรบุรีมีน้ำท่วมขังแทบทั้งหมด

‘ร้านกะเพรา’ กัดฟันแบกต้นทุน กะเพราพุ่ง ‘โลละ 200’ เพราะเน่าน้ำ-เป็นรา เคราะห์ซ้ำไข่ไก่ขึ้นอีก

“แป๊ะ” เล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวยอดขายจากเดลิเวอรี่ลดลงเหลือไม่ถึง 5% จากที่เคยทำเงินสัดส่วนกว่า 50% เมื่อเทียบกับยอดขายทั้งร้าน แม้ลูกค้าลดลงแต่ร้านก็ยังเปิดต่อไปทุกวันเพราะได้น้อยก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ซึ่งหลังจากน้ำลดก็มีลูกค้าประจำกลับมากินที่หน้าร้าน แต่ “แป๊ะ” ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป หลายคนมีความเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากเรื่องการจัดการภายในบ้านและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลังน้ำลด

หลังฝนซาลง “กะเพราตาแป๊ะ” ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนหลักอย่าง “ใบกะเพรา” ระยะ 4-5 วันหลังมานี้ราคาเพิ่มขึ้นไปแล้ว 5 เท่า จากเดิมกิโลกรัมละ 50 บาท พุ่งขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท ซ้ำร้ายในราคาเท่านี้ยังเป็นกะเพราที่คุณภาพไม่ดีนักเพราะเจอกับฝนและน้ำท่วมขัง ใบกะเพราจึงมีลักษณะเป็นจุดๆ เน่า และมีราขึ้น

หากเปรียบเทียบปริมาณให้เห็นภาพ “แป๊ะ” อธิบายว่า แต่ก่อนถ้าซื้อกะเพรามา 10 กิโลกรัม คัดเฉพาะสวยๆ จะเหลือใช้ 9.5 กิโลกรัม แต่ตอนนี้คัดแล้วเหลือใช้เพียง 8 กิโลกรัมเท่านั้น

‘ร้านกะเพรา’ กัดฟันแบกต้นทุน กะเพราพุ่ง ‘โลละ 200’ เพราะเน่าน้ำ-เป็นรา เคราะห์ซ้ำไข่ไก่ขึ้นอีก -แป๊ะ-วรกฤต เลี่ยวสกุล เจ้าของและผู้ก่อตั้งร้านกะเพราตาแป๊ะ-

ประกอบกับ “กะเพราตาแป๊ะ” เป็นร้านขายเมนูกะเพราจะให้ลดปริมาณลงก็ทำไม่ได้ ใส่น้อยลงก็ไม่ได้ “ขึ้นฉ่าย” ก็แพงขึ้นเหมือนกัน จากเดิมกิโลกรัมละ 80 บาท ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 200 บาท วัตถุดิบอื่นๆ ก็ทยอยขึ้นตามมาติดๆ “ไข่ไก่” ที่แทบจะเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญก็เริ่มขึ้นราคาไปจนถึง “เริ่มขาดตลาด” แล้วด้วย

“จังหวะราคาขึ้นเพิ่งเกิดมาประมาณ 4 วันที่แล้ว เพราะน้ำท่วมสวนต่างๆ ผักเขาก็ตายหมดทั้งแปลง ทางแก้ของที่ร้านตอนนี้คือเรารับขาดทุนไว้เอง ซึ่งก็ต้องดูว่า สัก 1 เดือนจะยืนระยะแบบนี้ไหวอยู่มั้ย ตอนนี้ทางสวนที่สั่งประจำเขากำลังปลูกล็อตใหม่ ถ้าไม่มีน้ำท่วมซ้ำผลผลิตก็จะออกมาอีกทีต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ถ้าพ้น 1 เดือนนี้ไปแล้วไม่ไหวก็ต้องขึ้นราคากับลูกค้า เรื่องการลดปริมาณไม่อยากทำเท่าไหร่และคิดว่าลูกค้าเข้าใจภายใต้สถานการณ์ที่เป็นแบบนี้ทั้งประเทศ”

เกษตรกรซัพพลายเออร์ของร้าน “กะเพราตาแป๊ะ” เป็นสวนผักปลอดสารที่จังหวัดปทุมธานี ทำสัญญาปีต่อปีโดยส่งกะเพราให้ที่ร้านทุกวันวันละ 12 กิโลกรัม หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม “แป๊ะ” ได้มีโอกาสลงพื้นที่สวนของซัพพลายเออร์ ก็พบว่า น้ำท่วมเสียหายทั้งหมดจริง ในฐานะคู่ค้าก็ต้องทำความเข้าใจด้วย

‘ร้านกะเพรา’ กัดฟันแบกต้นทุน กะเพราพุ่ง ‘โลละ 200’ เพราะเน่าน้ำ-เป็นรา เคราะห์ซ้ำไข่ไก่ขึ้นอีก -ด้านหน้าร้านกะเพราตาแป๊ะ-

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดหากหลังจากนี้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่อีก “แป๊ะ” บอกว่า คงต้องปรับขึ้นราคาโดยอ้างอิงจากต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง ข้าวราดกะเพรา 1 จาน ใส่ใบกะเพราราว 1 กรัม และไม่คิดลดปริมาณลงเพราะมองว่าจะทำให้เสียคุณภาพ เสียความตั้งใจเดิม ต้นทุนขึ้นเท่าไหนก็ปรับราคาขึ้นเท่านั้น คิดว่า ตรงไปตรงมาแบบนี้ดีกว่า และถ้าวันหนึ่งวัตถุดิบกลับไปราคาปกติร้านก็มีหน้าที่ลดราคากลับไปเท่าเดิม อย่างไร “กะเพราตาแป๊ะ” ยังยึดมั่นในเรื่องความซื่อสัตย์กับลูกค้าเสมอ

ทั้งนี้ “กะเพราตาแป๊ะ” ไม่ได้มีเป้าใหญ่ทางธุรกิจมากมาย ให้ขายได้และพอมีกำไรเพื่ออยู่ต่อก็เพียงพอ ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ยิ่งไม่คาดหวังให้ยอดขายเติบโตมากมายนัก มองว่า ต้องอยู่กับความเป็นจริง และดูว่าธุรกิจเราไหวแค่ไหน  กำไรเฉลี่ยทั้งปียังมีเท่านั้นพอแล้ว