คุณภาพชีวิต-สังคม

'วัคซีนโควิด-19' ในไทย มี 'ยี่ห้อ' ไหนให้เลือกแล้วบ้าง ?

ส่องความคืบหน้า "วัคซีนโควิด-19" ในไทย มีกี่ "ยี่ห้อ" แต่ละยี่ห้อมีประสิทธิภาพอย่างไร ?

"วัคซีนโควิด-19" ความหวังของคนทั้งโลก แม้แต่ประชาชนไทยเองก็กำลังให้ความสนใจด้วยความหวังว่า "วัคซีน" จะช่วยยุติการแพร่กระจายของ "ไวรัสโคโรน่า" ที่รุนแรง ลดโอกาสเสียชีวิต และเป็นทางออกสำหรับวิกฤติ "โควิด-19" ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ซึ่งในแต่ละประเทศต่างจัดสรรวัคซีนโควิด-19 แตกต่างกันออกไป โดยในประเทศไทยเองมีการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 จากประเทศต่างๆ เพื่อจัดสรรให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงก่อน และมีทยอยให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียน "รับวัคซีนโควิด" ผ่านแอพพลิเคชั่น "หมอพร้อม" และเข้ารับวัคซีนแบบวอล์กอิน ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ประเด็น "ยี่ห้อวัคซีน" ก็ยังคงเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจ และตั้งคำถามว่าประเทศไทยจะมีวีคซีนยี่ห้อใดให้เลือกฉีดได้บ้าง "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงรวบรวมวัคซีนยี่ห้อต่างๆ ที่ อย. อนุมัติให้ฉีดในประเทศไทยได้ 4 ยี่ห้อ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 พ.ค. 64) ดังนี้

- แอสตร้าเซนเนก้า ขึ้นทะเบียน อย.ในไทยตั้งแต่ประมาณ 20 ม.ค.64 

- ซิโนแวค ประเทศจีน ขึ้นทะเบียน อย.ในไทยตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.64 ที่ผ่านมา

- จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน สหรัฐฯ : ขึ้นทะเบียน อย.ในไทยตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.64 ที่ผ่านมา (วัคซีนชนิดเข็มเดียว) 

- โมเดอร์นา : ขึ้นทะเบียน อย.ไทย เมื่อวันที่ 13 พ.ค.64 

162124774338


 1. ซิโนแวค (Sinovac)​

"วัคซีนซิโนแวค "ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 64 ถือเป็นยาควบคุมพิเศษมีอายุอนุญาตถึงวันที่ 21 ก.พ. 65

วัคซีนของซิโนแวค ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเชื้อตาย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

ประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวค

กลุ่มที่ปรึกษากลยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (SAGE) ขององค์การอนามัยโลก(WHO) เปิดเผยว่า วัคซีนโคโรานาแวค  ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทซิโนแวค มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 กับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เคยให้ข้อมูลว่า "ประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวค"  แสดงผลในการป้องกันเชื้อในกลุ่มที่สัมผัสเชื้อบ่อยเสี่ยงสูงอยู่ที่ 50.7% ถือว่าผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลก และเมื่อพิจารณาถึงประสิทธิผลในการป้องกันในกลุ่มผู้ติดเชื้ออาการปานกลาง อาการรุนแรงมีผล 83.7 % และป้องกันการติดเชื้อมีอาการรุนแรงอยู่ที่ 100%

 2. แอสตร้าเซนเนก้า (astrazeneca) 

"วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า" เป็นวัคซีนชนิดไวรัลแว็กเตอร์ ผลิตจากเชื้อไวรัสชิมแปนซีอะดีโน มาดัดแปลงพันธุกรรม ทำให้ไม่สามารถแบ่งตัวและก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ สามารถทำให้สร้างโปรตีนเหมือนของเชื้อซาร์สโควี-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต่อต้านเชื้อนี้

โดยวัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันความเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้สูงมาก โดยเฉพาะโรครุนแรง และวัคซีนอาจป้องกันโรคแบบไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการไม่ได้

ประสิทธิภาพวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

- ป้องกันการติดเชื้อทุกแบบ 54.1%
- ป้องกันโรคแบบมีอาการ 70.4%
- ป้องกันโรครุนแรง เสียชีวิต 100 %

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 3. จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (johnson & johnson)

วันที่ 25 มี.ค.2563 คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้พิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียน "วัคซีนโควิด-19" ของ "จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน" โดยบริษัท แจนเซนแล้ว เป็นวัคซีนรายที่ 3  ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใช้ในประเทศไทย แต่ยังต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โดยวัคซีนนี้เป็นวัคซีนชนิดเข็มเดียว ทะเบียนมีอายุ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 64 – 24 มี.ค. 65

ประสิทธิภาพวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

ป้องกันอาการป่วยจากโควิด-19 ในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้ 66.9% - 85.4% (สังเกตว่าไม่ใช่การป้องกันการติดเชื้อ) ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเข็มเดียว 

 4. "โมเดอร์นา" (Moderna) 

"โมเดอร์นา" วัคซีนตัวที่ 4 ของไทยที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับรองการขึ้นทะเบียนตำรับยา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ รับรองวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกา ซิโนแวค และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 

"วัคซีนโมเดอร์นา" เป็นวัคซีนสัญชาติอเมริกา มีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบัน ระบุว่า ชื่อยา โมเดอร์นา วัคซีนโควิด-19 /covid-19 vaccine moderna ตามแบบ ย.1 เลขรับที่ 1C 90006/64 (NB) รูปแบบยา DISPERSION FOR INJECTION ลักษณะยา น้ำยากระจายตัวสีขาวถึงสีออกเหลืองอ่อน ซึ่งวัคซีน "โมเดอร์นา" จะจัดอยู่ในกลุ่ม "วัคซีนทางเลือก" ที่จะเป็นการนำเข้าโดยภาคเอกชนเท่านั้น

ประสิทธิภาพวัคซีนโมเดอร์นา

ข้อดี-ข้อเสียของวัคซีนตัวนี้ สรุปข้อมูลจากโพสต์ของ ดร.ภก.นรภัทร ปีสิริกานต์ รกน.ผอก.ผลิตวัคซีนจากไวรัส องค์การเภสัชกรรม ได้ว่า โมเดอร์นาเป็น "วัคซีน" ที่กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูงเกินกว่าภูมิต้านทานจากพลาสมาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 3.4 เท่า พร้อมตัวเลขประสิทธิผลการทดสอบเฟส 3 สูงถึง 94.1% พอๆ กับกับวัคซีนโนวาแวคและไฟเซอร์ (ไม่ได้ศึกษาในเวลาเดียวกัน)

นอกจากนั้น เมื่อฉีด "วัคซีน" เข็มที่สองไปแล้ว 14 วัน ป้องกันการติดโรคได้ 94.1% ในประชากรทั่วไป ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% ในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป  ลดความรุนแรงของโรค 100% ลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 100% และจากข้อมูลทางห้องปฏิบัติการล่าสุด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่สูงพอที่จะยับยั้งสายพันธุ์ B.1.17 จากอังกฤษ และ B.1.351 จาก south Africa

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: