ฝ่ายค้าน214ส.ส.ยื่นปธ. ขอเปิดอภิปราย 'นายกฯ' ปมจงใจฝ่าฝืนรธน.

ฝ่ายค้าน214ส.ส.ยื่นปธ. ขอเปิดอภิปราย 'นายกฯ' ปมจงใจฝ่าฝืนรธน.
16 สิงหาคม 2562
1,049

"ปธ.ชวน" รับลูก "214 ส.ส.ฝ่ายค้าน" ยื่นซักฟอก "นายกฯ" ปมถวายสัตย์ เผยจะเปิดพิจารณาก่อนสิ้นส.ค. เผย "ประยุทธ์" ไม่เคยแจงเหตุผลเป็นอักษร ปมเบี้ยวตอบกระทู้ถามสด ด้าน "สุทิน" ขอยื่นอภิปราย 3 วัน

เมื่อเวลา 08.30 น. ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน 214 คน นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ​มาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยมีสาระสำคัญที่เป็นจุดเริ่มมาจากการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ครบถ้วน แต่ไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง

ดังนั้นถือว่าจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 และเป็นการกระทำต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทย ผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล โดยกรณีที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาและผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งต่อกรณีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณเพื่อมาดำเนินงานตามโครงการ ทั้งนี้พรรคฝ่ายค้านที่เข้าชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายดังกล่าวต้องการสอบถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะการแก้ปัญหาต่อ ครม.

จากนั้นนายชวน กล่าวว่า ตนจะส่งเรื่องดังกล่าวให้นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านญัตติและกระทู้พิจารณา โดยหลักการ สภาฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และจะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้อง หากพบความไม่ถูกต้องต้องแจ้งกลับไปยังผู้เสนอญัตติภายใน 7 วัน แต่หากไม่มีปัญหาสามารถบรรจุไว้ในระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน ที่สามารถยกขึ้นมาพิจารณาได้โดยไม่ต้องเรียงตามลำดับเรื่องของวาระประชุม และเมื่อดำเนินการแล้ว ต้องแจ้งไปยัง ครม. ให้ปฏิบัติตามและชี้แจง โดยไม่จำเป็นต้องรอสอบถามถึงความพร้อมของ ครม. และกำหนดวันเปิดประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าว รวมถึงไม่ต้องรอให้ร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่อยู่ระหว่างพิจารณาของสภาฯ แล้วเสร็จ เนื่องจากสามารถอนุโลมใช้ข้อบังคับฉบับเก่าดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ตนคาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

“สภาฯ ต้องดำเนินการตามรัฐธรมนูญและกฎหมาย ส่วนรายละเอียดของญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นมานั้น ผมยังไม่ทันได้อ่านรายละเอียด จึงตอบไม่ได้ว่าจะเข้าเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ที่มีคนตั้งคำถามว่านายกฯ ไม่มาตอบจะทำอย่างไร ผมอยากให้นายกฯ มาตอบ อย่างกระทู้ถามสดที่ผ่านมา ที่นายกฯ ไม่มาตอบ ท่านไม่เคยทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งที่มาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากท่านไม่มาต้องแจ้งมายังสภา โดย ครม. ต้องแจ้งเหตุผลว่าเป็นเรื่องที่กระทบกับความมั่นคง หรือความปลอดภัยต่อบ้านเมือง ยังไม่สามารถมาตอบได้ตอนนี้” นายชวน กล่าว

ทางด้านนายสุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านต้องรอการพิจารณาของประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก่อนที่สภาฯ จะเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไป หากพล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วงและคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข และปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาฯ ตามญัตติดังกล่าว จะถือว่านายฯ จงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการต่อไป พรรคฝ่ายค้านอาจพิจารณาช่องทางเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการกระทำสิ่งที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนรษฎร ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ดังนั้นตนยืนยันว่ากรณีการชี้แจงนายกฯไม่สามารถเลี่ยงการชี้แจงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนตนเองได้ รวมถึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีดังกล่าวและต้องรอผลการตรวจสอบ

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้เวลาอภิปรายในญัตติดังกล่าว ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเนื้อหาหรือรายละเอียดไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต อย่างไรก็ตามหากญัตติดังกล่าวได้รับการบรรจุในวาระประชุม พรรคฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปราย อย่างน้อย 2 วัน และมากสุดไม่เกิน 3 วัน และจะเป็นสิทธิของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะเป็นผู้อภิปรายได้เท่านั้น ส่วนส.ส.พรรครัฐบาลไม่มีสิทธิอภิปราย ส่วนที่ต้องใช้เวลาจำนวนมากนั้น เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องซักถามและมีรายละเอียดที่ต้องได้รับคำชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 - 26 กรกฎาคม ที่ต้องระบุรายละเอียดของแหล่งที่มารายได้ซึ่งจะนำมาใช้ในนโยบายด้านต่างๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-'ปธ.ผู้ตรวจฯ' เล็งให้นายกฯ ชี้แจงปมถวายสัตย์ไม่ครบ

-เมินฝ่ายค้าน จ้องขย้ำปมถวายสัตย์
-ปมถวายสัตย์ฯ 'ภูมิธรรม' แนะ 'ประยุทธ์' ทำให้ครบถ้วนตาม รธน.

-'บิ๊กตู่' ลั่นไม่ตอบกระทู้สดปมถวายสัตย์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง