"ธ.อิสลาม" แจงปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้

"ธ.อิสลาม" แจงปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้

"ธ.อิสลาม" ชี้แจงกรณีปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ ย้ำหลักเกณฑ์คุณสมบัติของตัวแทนมัสยิดหรือผู้ดูแลโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใด

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง "ธ.อิสลาม" ปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ นั้น 

 

ซึ่งในคลิปวิดีโอเรื่อง "ธนาคารอิสลาม" มีเนื้อหาพูดถึงการปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ จะให้กู้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของตัวแทนมัสยิดนั้นๆ โดยบริการขาดทุนอย่างไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องมีการตรวจสอบจากแบงก์ชาติ นั้น 

 

 

ทาง "ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย" ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ ธนาคารกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจนทั้งคุณสมบัติของตัวแทนมัสยิดหรือผู้ดูแลโครงการ และคุณสมบัติของสัปปุรุษ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใด และวัตถุประสงค์ของโครงการชุมชนชื่อสัตย์ เพื่อที่จะเสริมสร้างสภาพคล่องในการดำรงชีพหรือสนับสนุนให้เป็นทุนประกอบอาชีพแก่คนในชุมชนของแต่ละมัสยิด (สับปุรุษ) 

 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนในชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินจากสถาบันการเงินและลดปัญหาการพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบ ไม่มีวัตถุประสงค์ให้สัปปรุษไปปล่อยสินเชื่อต่อ 

 

ซึ่งโครงการชุมชนชื่อสัตย์ ธนาคารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ตัวแทนมัสยิด หรือเรียกว่าผู้ดูแลโครงการ (ลูกหนี้ตามสัญญา) ผ่านกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารได้กำหนดไว้ 

ธนาคารได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ดูแลโครงการ ดังนี้ 

1. ต้องได้รับความเห็นชอบจากมัสยิด
2. เป็นผู้มีความรับผิดชอบ
3. อายุไม่เกิน 70 ปี
4. ไม่มีประวัติทางการเงินเสียหาย
5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
3. ไม่เคยถูกจำคุก
7. ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

 

เมื่อผู้ดูแลโครงการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร (วงเงินตั้งแต่ 200,000 - 1,000,000 บาทต่อมัสยิดขึ้นอยู่กับจำนวนสับปุรุษหรือมุสลิมในชุมชนของแต่ละมัสยิด) ผู้ดูแลโครงการก็จะให้สินเชื่อแก่สัปปุรุษของมัสยิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการดำรงชีพและเป็นทุนหมุนเวียนหรือเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพที่ไม่ขัดหลักศาสนาอิสลาม ไม่มีวัตถุประสงค์ให้สัปบุรุษที่ได้รับสินเชื่อไปปล่อยสินเชื่อต่อ 

ธนาคารยังได้กำหนดคุณสมบัติของสับปุรุษ ดังนี้ 

1. เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยนับถือศาสนาอิสลาม
2. เป็นสับปุรุษของมัสยิดแห่งนั้น
3. อายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
4. ประกอบอาชีพสุจริตที่ไม่ขัดต่อหลักชะรีอะฮ์
5. มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อและตามหนี้ได้
6. ต้องมีบุคคลอ้างอิงเพื่อติดตามทวงถามอย่างน้อย 1 คน

 

ส่วนประเด็นที่กล่าวว่าบริการขาดทุนอย่างไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ต้องมีการตรวจสอบจากแบงก์ชาตินั้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ธนาคารมีหลักในการบริหารงานตามมาตรฐานของรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคสัง โดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานของธนาคารที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ และแผนธุรกิจของธนาคารที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 

 

อีกทั้งเมื่อธนาคารเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ จึงได้รับการตรวจสอบจาก ธปท.เป็นประจำทุกปี และทุกครั้งที่มีการออกโครงการใหม่ๆจะต้องได้รับความเห็นชอบและหรืออนุมัติต่อผู้กำกับดูแลธนาคารตามอำนาจที่เกี่ยวข้อง

 

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สามารถติดตามได้ที่ (คลิก)  หรือโทร 1302 

 

สรุปคือ การปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ ธนาคารมีการกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจน ทั้งคุณสมบัติของตัวแทนมัสยิดหรือผู้ดูแลโครงการ และคุณสมบัติของสัปปุรุษ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใด 
 

"ธ.อิสลาม" แจงปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้

 

ที่มา Anti-Fake News Center Thailand