คนรักพ่อหลวง พาลูกหลาน กราบพระบรมศพ ในหลวง ร.9

คนรักพ่อหลวง จูงลูกหลาน กราบพระบรมศพ พร้อมบอกเล่าความดีของในหลวง ร.9
เหลือเพียงแค่ 2 วัน ก็จะถึงวันสุดท้ายที่สำนักพระราชวังได้เปิดโอกาส ประชาชนโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวังถึงแม้จะมีฝนตกตลอดวัน แต่ประชาชนทั่วไประเทศก็มาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์ท่านในวาระสุดท้าย ซึ่งบางคนก็ได้พาลูกหลานตัวเล็กๆ มาที่สนามหลวงเพื่อกราบพระบรมศพเช่นกัน โดยถือโอกาสพาเด็กรุ่นใหม่มากราบสักการะแล้ว และบอกเรื่องราวของพระองค์ท่านไปในตัวด้วย
นางฉวีวรรณ เสประโคน อายุ 37 ปี ธุรกิจส่วนตัว จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า เรามีความรู้ตื้นตันใจที่ได้มากราบพระบรมศพ ในช่วงวาระสุดท้ายของท่าน และก็มีความรู้สึกหดหู่ใจเช่นเดียวกันกับการสูญเสียนี้ เพราะที่ผ่านมาท่านทรงรักประชาชนเหมือนลูกๆของท่าน และทรงงานหนักเพื่อช่วยเหลือคนไทยอย่างมาก เห็นได้จากหลายๆโครงการที่พสกนิกรชาวไทยได้รับประโญชน์มากมาย ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เล่าเรื่องราวของพระองค์ท่านให้ลูกฟังถึงหลายๆสิ่งที่ท่านทำเพื่อเรา สำหรับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เราก็นำมาสอนลูกของเราเช่นกัน ให้รู้จักประหยัดรู้คุณค่า อบู่อย่างพอดี หรือถ้าอยากได้อะไรก็ต้องอดออมจากเงินที่ได้ประจำวันด้วยความอดทน
นางวรภรณ์ จันทร์อิ่ม อายุ 36 ปี ธุรกิจส่วนตัว จ.นครปฐม วันนี้มีความปลื้มใจที่ได้มากราบพ่อหลวง และในวันนี้ก็ได้พาลูกมาด้วย โดยชวนเขาว่ามากราบพ่อหลวงกันก่อนที่จะไม่มีโอกาสนี้อีก ส่วนตัวแล้วเรามีความประทับใจในพระองค์ท่านทุกมุมมอง จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชน ผ่ายหลายๆโครงการตามพระราชดำริ ยกตัวอย่างเช่นโครงการในภาคเหนือ ที่พระองค์ท่านเสด็จไป เมื่อก่อนชาวบ้านปลูกฝิ่นผิดกฎหมาย ท่านก็นำความเข้าถึงการพัฒนา เข้าไปในพื้นที่ จนทำให้ชาวบ้านหันมาทำเกษตกรรมที่ถูกกฎหมายแทน หลังจากนี้ไปสิ่งที่เราจะบอกต่อลูกหลายได้ ก็คือเล่าเรื่องราวของพระองค์ท่านให้พวกเขา บอกต่อถึงโครงการดีๆที่พระองค์ได้ทำ ส่วนตัวไม่คิดว่าเด็กรุ่นใหม่จะลืมพระองค์ท่านแน่ๆ เพราะความดีของท่านจะถูกเล่าต่อๆ เหมือนอย่างพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ผ่านๆ มา นอกจากนี้แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เราก็นำมาสอนลูกของเราให้รู้จักอยู่กับสิ่งที่เรามี ไม่ฟุ่มเฟือย ซึ่งหลักการนี้ทำได้ไม่ยาก อยู่ที่ใจของแต่ละคนด้วย
นางบุษฎี จันทวรรณ อายุ 35 ปี ครู จ.พิษณุโลก วันนี้ความตื้นตันใจจนบอกไม่ถูกที่ได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพ ซึ่งเรามีความประทับใจพระองค์ท่านในเรื่องการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยท่านทำด้วยความตั้งใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน และท่านทรงมีความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้จากการที่ท่านได้เสด็จลงพื้นที่ตามชนบทต่างๆ ซึ่งพระองค์ท่านทรงเสด็จไปได้ทุกที่ หลังจากนี้สิ่งที่เราทำได้เพื่อให้ลูกๆของเรารู้จักพระองค์ท่านเหมือนอย่างที่เรารู้จัก ก็คือเราก็จะบอกเรื่องราวของพระองค์ท่าน เวลาที่เขาเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ หรือเขาอาจจะรู้จักผ่านทางสื่อโทรทัศน์ และเพลงที่เขาได้ยินอยู่บ่อยๆ รวมถึงเวลาที่เขาได้เห็นโครงการต่างๆ ของพระองค์ท่านด้วย ซึ่งเราไม่กังวลว่านานเวลาไปเด็กรุ่นใหม่จะลืมพ่อหลวง เพราะว่าผู้ใหญ่ที่รักในหลวง ร.9 จะถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้
นายพิชิต ขจรเดชะ อายุ 40 ปี อาจารย์ กทม. กล่าวว่า ผมมีความรู้สึกเหมือนคนไทยทุกๆ คนที่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านเองก็เปรียบเหมือนกับที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทุกคน ที่ผ่านมาท่านทรงเหนื่อยมามากเพื่อคนไทย โดยส่วนตัวผมเองก็ได้เห็นพระองค์ท่านทรงงานเสมอมา ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กเล็ก โดยวันนี้ก็เป็นถึงเวลาที่ท่านได้พักผ่อนแล้ว แต่สำหรับเราในวันนี้สิ่งที่เราจะทำเพื่อท่านได้นอกจากทำตามหน้าที่พลเมืองคนดีแล้ว การมากราบพระบรมศพก็ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่เราจะทำเพื่อท่านได้ในโอกาสสุดท้าย
“ในการบอกเรื่องราวต่างๆของท่านให้ลูกนั้น ผมมีทั้งหนังสือที่เกี่ยวกับท่าน อย่างเช่นหนังสือ พระมหาชนก ที่เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ของท่าน ก็สามารถนำมาสอนเด็กๆถึงเรื่องความเพียรพยายามอดทนได้เป็นอย่างดี รวมถึงแนวทางการคิดถึงผู้อื่นอย่างที่ท่านทำด้วย เพราะจะเห็นได้ว่าแต่ละโครงการหลวงของท่านนั้นก็เพื่อประชาชนของท่านเอง ไม่มีโครงการไหนทำเพื่อตัวเอง หลังจากนี้แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไป ในอนาคตเด็กรุ่นใหม่ๆอาจจะลืมท่านในบางมุมบ้าง แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆก็สามารถช่วยบอกต่อหรือถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ทั้งหลักการและโครงการต่างๆ ของท่านได้ต่อไป” นายพิชิต กล่าว
นางเบญญา ยั่งยืน อายุ 57 ปี แม่บ้าน จ.สมุทรปราการ ส่วนตัวเราเคยมากราบพระบรมศพหลายๆครั้งแล้ว ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่บอกว่าในใจเรามีแต่ท่าน ที่ผ่านมาเราประทับใจในท่านทุกมุม เพราะท่านทรงงานช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่เลือกเชื้อชาติ หรือศาสนา ไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน อย่างการช่วยเหลือด้านการศึกษาที่เราประทับใจมากๆนั้น ท่านทรงพระราชทานทุนให้กับเด็กไทยเยอะ รวมถึงทรงดำริให้สร้างโรงเรียนตามชนบทที่ท่านทรงเสด็จไปด้วย
“ทุกวันนี้เราสอนให้หลานๆ รู้จักพระองค์ท่าน เวลาที่เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ หรือทำกิจกรรมเช่นปลูกดอกดาวเรืองเพื่อระลึกถึงท่าน แต่สำหรับอนาคตแล้วไม่เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ บางคนก็อาจลืมบ้าง แต่ถ้าผู้ใหญ่ยังพยายามบอกเล่าความดีนี้อย่างไม่ขาดตอน เรื่องราวความดีของท่านก็จะอยู่ต่อไป สำหรับแนวคิดของพระองค์ท่านเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เราก็บอกต่อเด็กๆ ได้ ผ่านการสอนให้รู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย หรืออะไรที่ยังใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน เช่นเรื่องโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องตามเทคโนโลยีรุ่นใหม่เสมอ ซึ่งเรายังได้ยกเรื่องจากตัวอย่างการใช้ดินสอ และหลอดยาสีประทนต์ให้เด็กๆได้รู้ด้วย ถือเป้ฯแบบอย่างที่ดีจากพระองค์ท่าน” นางเบญญา กล่าว












