รู้เท่าทันภัย หลอกโอนเงินเกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
อุทาหรณ์รู้เท่าทันภัย หลอกโอนเงิน เกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นาย ย ในความผิดฐาน
- ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
- ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
- เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)
- ร่วมกันฟอกเงิน
จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งพำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับโทรศัพท์จาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยคนร้ายรายแรกอ้างเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ หลอกผู้เสียหายว่าเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย
จากนั้นได้ทำการโอนสายให้พูดคุยกับคนร้ายอีกรายที่แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ติดต่อพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยคนร้ายได้สร้างเรื่องว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน
พร้อมทั้งส่งรูปภาพและเอกสารปลอมต่าง ๆ เช่น รูปเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ และสมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้เสียหาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ตรวจสอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายมหาศาลกว่า 198,859,414 บาท
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย "โดยขบวนการนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิดกว่า 75 คน" ซึ่งได้มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนที่ทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย
และส่วนที่ทำหน้าที่จัดหาและจัดการบัญชีม้าเพื่อรับและยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการหลอกลวงอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมตัวนายยงยุทธฯ ได้ในที่สุด
ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ดำเนินการ
อ้างอิง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)





