วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

หลอกโอนเงินเกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน

หลอกโอนเงินเกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน

รู้เท่าทันภัย หลอกโอนเงินเกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

อุทาหรณ์รู้เท่าทันภัย หลอกโอนเงิน เกือบ 200 ล้าน จับหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ยัดคดีฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นาย ย ในความผิดฐาน

  • ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
  • ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
  • เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)
  • ร่วมกันฟอกเงิน

จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งพำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับโทรศัพท์จาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยคนร้ายรายแรกอ้างเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ หลอกผู้เสียหายว่าเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย

จากนั้นได้ทำการโอนสายให้พูดคุยกับคนร้ายอีกรายที่แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ติดต่อพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยคนร้ายได้สร้างเรื่องว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน

พร้อมทั้งส่งรูปภาพและเอกสารปลอมต่าง ๆ เช่น รูปเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ และสมุดบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้เสียหาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ตรวจสอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายมหาศาลกว่า 198,859,414 บาท

จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย "โดยขบวนการนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิดกว่า 75 คน" ซึ่งได้มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนที่ทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย

และส่วนที่ทำหน้าที่จัดหาและจัดการบัญชีม้าเพื่อรับและยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการหลอกลวงอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมตัวนายยงยุทธฯ ได้ในที่สุด

ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ดำเนินการ

อ้างอิง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)