background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ดราม่า "วัดใหม่พรหมพิราม" เปิดข้อกฎหมาย หมอปลา บุกวัดมีความผิดหรือไม่?

ดราม่า "วัดใหม่พรหมพิราม" เปิดข้อกฎหมาย หมอปลา บุกวัดมีความผิดหรือไม่?

จากประเด็นดราม่า "วัดใหม่พรหมพิราม" จ.พิษณุโลก ทนายเปิดข้อกฎหมาย หมอปลา บุกวัดมีความผิดหรือไม่ หรือเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ เพียงใด?

ทนายพัฒน์ เปิดข้อกฎหมายจากประเด็นเรื่องที่ หมอปลา เดินทางไปที่ "วัดใหม่พรหมพิราม" จ.พิษณุโลก หลังเกิดประเด็นดราม่าจากการที่มีการขึ้นป้ายต่อต้าน หมอปลา ห้ามเข้าวัดจนกลายเป็นเรื่องโด่งดังในโลกโซเชียล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- "หมอปลา" นำทีมบุก วัดใหม่พรหมพิราม ติดป้ายต้าน เจ้าอาวาสเสียงอ่อยขอ 3 วันสึก

 

ซึ่งเมื่อวานนี้ (5 พ.ค.2565) หมอปลา เดินทางไปที่ "วัดใหม่พรหมพิราม" จ.พิษณุโลก ได้เข้าพบกับพระครูธีรศาส กิตจาทร เจ้าอาวาส "วัดใหม่พรหมพิราม" และได้ตั้งโต๊ะพูดคุยกัน

 

จนกระทั่งทางเจ้าอาวาส "วัดใหม่พรหมพิราม" ก็ได้มีการยอมรับว่าเป็นคนสั่งทำป้ายมาติดจริง นอกจากนี้ยังยอมรับว่าเคยดื่มเหล้า ฉันหมูกระทะโดยมีการโทรสั่งมาฉันและเลี้ยงพระลูกวัดภายในวัดจริง ซึ่งเจ้าอาวาสก็ได้ขอเวลาตัดสินใจ 3 วันเพื่อรอทำการไต่สวนลงมติจากคณะสงฆ์และสำนักพุทธ เรื่องนี้ทางคณะสงฆ์จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวต่อไปนั้น

 

ดราม่า "วัดใหม่พรหมพิราม" เปิดข้อกฎหมาย หมอปลา บุกวัดมีความผิดหรือไม่?

 

ประเด็นหมอปลาบุกวัดผิดไหม หรือเป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ เพียงใด?

 

เรื่องนี้ ทนายพัฒน์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเปิดข้อกฎหมายดังกล่าวโดยระบุว่า “วัด” ถือว่า เป็นสาธารณสถาน (สาธารณสถาน หมายความว่า สถานที่ใด ๆ ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ มาตรา 1(3) ประมวลกฎหมายอาญา) ที่บุคคลโดยทั่วไปสามารถเข้าไปได้ โดยไม่จำต้องขออนุญาตผู้ใด

 

กุฏิ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายความว่า "เรือนหรือตึกสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่" ดังนั้น กุฏิพระจึงเป็นเพียงที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณรเท่านั้น จึงเป็น "เคหสถาน" ตามนัยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 1(4) บุคคลอื่นเข้าไปไม่ได้ต้องได้รับอนุญาตก่อน (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2014/2536

 

 

ดังนั้น เมื่อวัดเป็นสาธารณสถาน การเข้าไปของหมอ ป. จึงน่าจะไม่ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หมวด 8 ความผิดฐานบุกรุก และการเข้าไปของหมอ ป. ก็ไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายแอบแฝง จึงไม่น่าจะมีความผิด

 

ประเด็นว่าผิดกฎหมายกับควรไม่ควร(มีมารยาท) หรือไม่ ต้องแยกออกจากกัน ทั้งนี้ ทุกอย่างอยู่ที่ศาลเป็นผู้ตัดสินว่าใครผิดหรือถูกเท่านั้น

 

CR เฟซบุ๊ก ทนายพัฒน์ ปรึกษาฟรี.0878133012