วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไบร์ท-เบ็คกี้ ถอดรหัส ศิลปินไทยสู่เวทีโลก

ไบร์ท-เบ็คกี้ ชี้ศิลปินเอเชียไม่ต้องรอการยอมรับจากใคร แต่ควรเชื่อมั่นในตัวเอง เลือกสร้างผลงานที่สะท้อนตัวตน ท่ามกลางอิทธิพลวัฒนธรรมเอเชียที่เติบโตบนเวทีโลก

KEY POINTS

  • ไบร์ทและเบ็คกี้ชี้ว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางอาชีพและสร้างโอกาสในระดับสากล
  • ความสำเร็จบนเวทีโลกเริ่มต้นจากการเชื่อมั่นในตนเองและวัฒนธรรม โดยไม่จำเป็นต้องรอการยอมรับจากภายนอก
  • บทบาทของศิลปินเอเชียได้เปลี่ยนจากการเป็นตัวแทนในภูมิภาคสู่การเป็น Global Ambassador ที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์ระดับโลก จากพลังของโซเชียลมีเดียและฐานแฟนคลับ

จากกระแส K-pop ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไปจนถึงนักแสดงไทยที่ก้าวขึ้นมาเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ลักชัวรีชั้นนำ อิทธิพลของวัฒนธรรมเอเชียกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวงการบันเทิง แต่ยังขยายไปสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น ธุรกิจ และมีบทบาทต่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของศิลปินเอเชียในวันนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนแฟนคลับ ยอดผู้ติดตาม หรือการได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการมีอิสระในการกำหนดเส้นทางอาชีพ การเลือกพาร์ทเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน และการก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองในระยะยาว

ประเด็นเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยบนเวที “Asia Going Global – The Power of Leveraging the Continent’s Assets” ภายในงาน Nikkei & Financial Times Live Business of Luxury Summit – Asia edition ณ โรงแรม Capella Bangkok โดยมีบุคคลสำคัญจากวงการบันเทิงและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมอง ได้แก่ ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี, เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง, Danny Chung ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ THEBLACKSEA และ Jae O ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ VooUoo

บทสนทนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เอเชียไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของแบรนด์ระดับโลกอีกต่อไป แต่กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสวัฒนธรรมและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับสากล

ไบร์ท-เบ็คกี้ ถอดรหัส ศิลปินไทยสู่เวทีโลก

(จากซ้ายไปขวา) Kati Chitrakorn, ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี, เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง, Danny Chung, Jae O 

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจมุมมองของศิลปินและผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ถึงเบื้องหลังความสำเร็จของคนเอเชียบนเวทีโลก การสร้างคุณค่าจากตัวตนและวัฒนธรรมของตัวเอง ตลอดจนโอกาสใหม่ ๆ ที่กำลังเปิดกว้างสำหรับศิลปินไทยในอนาคต

ไบร์ท วชิรวิชญ์ เชื่อมั่นในตัวเอง ก่อนรอการยอมรับจากใคร

สำหรับ ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี นักแสดงและศิลปินชาวไทยที่มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักแสดงชายไทยคนแรกที่เข้าร่วมงาน Met Gala ประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้เพียงเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ แต่ยังทำให้เขากล้าที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ใหญ่ขึ้น

ไบร์ทเล่าว่า การได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับนานาชาติทำให้เขากล้าฝันใหญ่ขึ้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการไม่ปล่อยให้ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการยอมรับจากคนภายนอก

“เราไม่จำเป็นต้องรอการยอมรับจากคนอื่น เพราะคนแรกที่ควรเชื่อมั่นในตัวเรา และเชื่อมั่นมากที่สุด ก็คือตัวเราเอง”

เขามองว่าการตั้งข้อจำกัดให้กับความฝันอาจทำให้เราปิดโอกาสของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงมากมายก่อนจึงจะกล้าฝันให้ใหญ่ สิ่งสำคัญคือการเดินหน้าต่อและไม่ยอมแพ้

การก่อตั้งบริษัทของตัวเองยังทำให้ไบร์ทได้เรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบและการตัดสินใจ พร้อมทั้งมองเห็นทิศทางอาชีพชัดเจนขึ้น ปัจจุบันเขาจึงพิถีพิถันในการเลือกพาร์ทเนอร์ โดยให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่สอดคล้องกัน แม้บางครั้งอาจต้องปฏิเสธโอกาสใหญ่ที่เข้ามา

ไบร์ท-เบ็คกี้ ถอดรหัส ศิลปินไทยสู่เวทีโลก ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี

นอกจากนี้ เขายังมองว่าการมีทีมงานและผู้คนที่เหมาะสมอยู่รอบตัวเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อต้องการสร้างผลงานที่มีคุณภาพและแข่งขันในระดับนานาชาติ

สำหรับผลงานในอนาคต ไบร์ทเผยว่ากำลังเตรียมอัลบั้มเพลงชุดใหม่ที่ใช้เวลาพัฒนามานานกว่า 3 ปี รวมถึงโปรเจกต์ในประเทศญี่ปุ่นและผลงานภาพยนตร์ที่มีกำหนดเปิดตัวในปี 2027 พร้อมชวนแฟน ๆ รอติดตามผลงานใหม่

เบ็คกี้ อาร์มสตรอง จากนักแสดงสู่เจ้าของบริษัท

ขณะที่ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงสาวที่ได้รับความนิยมจากแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ มองว่าการได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับนานาชาติเป็นหนึ่งในความฝันที่กลายเป็นจริง

เธอรู้สึกขอบคุณทุกโอกาสที่ได้รับ โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันของเธอมาตลอด แต่สิ่งที่อยากให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคตคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมีความหมายกับผู้คนที่ได้ร่วมงานด้วย

“การได้ทำงานกับแบรนด์ระดับนานาชาติเป็นความฝันของฉันมาตลอด แต่สิ่งที่อยากให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคต คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย”

อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการก่อตั้ง Becky Entertainment บริษัทบันเทิงของตัวเอง ซึ่งทำให้เธอต้องรับบทบาทมากกว่าการเป็นนักแสดง เบ็คกี้ยอมรับว่าการบริหารบริษัทไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการต้องเรียนรู้เรื่องธุรกิจควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิง แต่เธอมองว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เติบโตขึ้น

นอกเหนือจากการแสดงและการทำธุรกิจ เบ็คกี้ยังเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะกลับมาทำงานเพลงอย่างจริงจัง โดยมีแผนสร้างสรรค์อัลบั้มเต็มของตัวเอง

เธอเชื่อว่าศิลปินไทยยังมีศักยภาพอีกมากที่สามารถนำเสนอให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็น และการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศไม่ควรถูกจำกัดอยู่กับความสำเร็จในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

ไบร์ท-เบ็คกี้ ถอดรหัส ศิลปินไทยสู่เวทีโลก เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง

Danny Chung วัฒนธรรมเอเชียไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้โลกยอมรับ

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจมาจาก Danny Chung ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ THEBLACKSEA นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ผลงานให้ศิลปิน K-pop ระดับโลกอย่าง BLACKPINK

Danny มองว่าพลังของวัฒนธรรมเอเชียไม่ได้สะท้อนเพียงความนิยมในระดับโลก แต่ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตัวตน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

เขาย้อนเล่าถึงวัยเด็กว่า ในอดีตวัฒนธรรมเกาหลียังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย การได้ยินคำว่า เกาหลี หรือ กิมจิ ปรากฏในสื่อระดับนานาชาติจึงมีความหมายอย่างมาก เพราะทำให้รู้สึกว่าวัฒนธรรมของตัวเองมีคุณค่าและมีพื้นที่บนเวทีโลก

สิ่งนี้สะท้อนแนวคิด Representation หรือการมีตัวแทนทางวัฒนธรรม ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในตัวเองและกล้าที่จะฝันไกลขึ้น

สำหรับประเทศไทย Danny เชื่อว่าวัฒนธรรมไทยมีเอกลักษณ์และเรื่องราวที่สามารถนำเสนอให้ทั่วโลกได้รู้จัก เช่นเดียวกับ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่มีส่วนช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านแฟชั่น ภาษา และอาหาร

ในด้านการสร้างสรรค์ผลงาน Danny มองว่าการทำเพลงเพื่อเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกไม่จำเป็นต้องพยายามตอบสนองกระแสตลาดเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องที่สะท้อนตัวตนอย่างจริงใจ เพราะเรื่องราวที่ดีสามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมเข้าด้วยกันได้

จากตลาดเอเชียสู่ Global Ambassador จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมลักชัวรี

ในฝั่งของธุรกิจ Jae O ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ VooUoo อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินเอเชียกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก

ย้อนกลับไปในอดีต แบรนด์แฟชั่นตะวันตกมักมองนักแสดงและศิลปินเอเชียในฐานะเครื่องมือทางการตลาดสำหรับเข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาค มากกว่าจะเป็นบุคคลที่สามารถสร้างอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อผู้คนต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น การรับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ ฟังเพลง และติดตามศิลปินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

คอนเทนต์จากเอเชียจึงสามารถเข้าถึงผู้ชมต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ขณะที่ฐานแฟนคลับซึ่งเคยกระจุกตัวอยู่ในบางภูมิภาคเริ่มขยายตัวไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บุคคลมีชื่อเสียงจากเอเชียสามารถเปลี่ยนสถานะจากศิลปินที่ประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาค ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่มีอิทธิพลในระดับโลกได้

เมื่อแบรนด์ลักชัวรีเริ่มมองเห็นพลังของฐานแฟนคลับและการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านโลกดิจิทัล บทบาทของศิลปินเอเชียจึงเปลี่ยนจากการเป็นเพียงตัวแทนประชาสัมพันธ์สินค้า ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์และวัฒนธรรมของแบรนด์

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นผ่านการแต่งตั้งศิลปินเอเชียเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ระดับโลกที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ยุคที่ความดังอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับแบรนด์ลักชัวรี

Jae O มองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่การเห็นคนดังใช้สินค้าอาจเพียงพอให้เกิดความต้องการซื้อ แต่ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ การใช้งานจริง และคุณค่าที่สินค้าสามารถมอบให้ได้มากขึ้น

ดังนั้น การทำตลาดผ่านคนดัง (Celebrity Marketing) จึงไม่ใช่เพียงการนำศิลปินที่มีชื่อเสียงมาเป็นตัวแทนแบรนด์ แต่ต้องคำนึงถึงตัวตนของศิลปิน ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน

แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของไบร์ทและเบ็คกี้ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกพาร์ทเนอร์มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ความจริงใจและความสอดคล้องกับตัวตน (Authenticity) กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างศิลปิน แบรนด์ และผู้บริโภค

อนาคตของศิลปินเอเชีย ไม่ใช่แค่การมีชื่อเสียง แต่คือการสร้างคุณค่าของตัวเอง

เมื่อมองภาพรวมของบทสนทนาบนเวทีครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของศิลปินเอเชียในวันนี้ไม่ได้วัดจากชื่อเสียงหรือการได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการมีอิสระในการกำหนดเส้นทางอาชีพ การสร้างธุรกิจของตัวเอง และการนำเสนอผลงานที่สะท้อนตัวตนและวัฒนธรรมของตนเอง

การก้าวสู่เวทีโลกจึงไม่ใช่การรอให้ต่างชาติยอมรับ แต่เป็นโอกาสที่ศิลปินเอเชียจะสร้างคุณค่าและนำเสนอเรื่องราวของตัวเองสู่ผู้ชมทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายต่อจากนี้ไม่ใช่การผลักดันศิลปินไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สนับสนุนทั้งศิลปินและคนทำงานเบื้องหลัง เพื่อให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน