แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมหรูในเครือ Fairmont แห่งแรกในไทยโดย AWC ถอดรหัสภาษา "ดอกไม้ไทย" เบื้องหลังงานออกแบบตกแต่งภายในโดย PIA Interior
KEY POINTS
- แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เป็นโรงแรมหรูในเครือแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือกับ AWC ซึ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างใหม่จากโรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ เดิม
- แนวคิดการออกแบบหลักได้รับแรงบันดาลใจจาก "ดอกไม้" เพื่อผสมผสานมรดกของแบรนด์ระดับโลกเข้ากับบริบทของย่านสุขุมวิทที่ในอดีตเคยเป็น "ทุ่งบางกะปิ" มีพุ่มดอกไม้ป่า
- การตกแต่งภายในแต่ละโซนใช้ดอกไม้ไทยมงคลต่างชนิดกันเป็นสัญลักษณ์ เช่น ดอกราชพฤกษ์ในโถงล็อบบี้ ดอกมะลิในสปา และดอกแก้วในห้องพัก
- สถาปัตยกรรมภายในโดดเด่นด้วยการตีความ "เส้นโค้ง" (Arch Curve) ให้เป็น "กลีบดอกไม้ซ้อนทับ" (Petal Layers) เพื่อสร้างความรู้สึกอ่อนช้อยและมีชีวิตชีวาทั่วทั้งโรงแรม
There are always flowers everywhere for those who want to see them หรือ “มีดอกไม้บานอยู่เสมอสำหรับคนที่ปรารถนาจะมองเห็น”
เจอโรม โลบิเยร์ (Jerome Lobier) ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท (Fairmont Bangkok Sukhumvit) เกริ่นถึงคำกล่าวอันลึกซึ้งของจิตรกรชื่อดังชาวฝรั่งเศส อ็องรี มาติส (Henri Matisse, 31 ธ.ค.1869 - 3 พ.ย.1954) ซึ่งกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการรังสรรค์เรื่องราวการออกแบบตกแต่งภายในทั้งหมดของโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ในงาน Open House เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569
เจอโรมกล่าวด้วยว่า การนำแบรนด์โรงแรมระดับหรูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปีอย่าง Fairmont เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้ความร่วมมือกับ Asset World Corporation (AWC) ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ
โจทย์ใหญ่ไม่ได้อยู่เพียงแค่การนำแบรนด์หรูระดับโลกมาวางไว้กลางกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่อยู่ที่การทำอย่างไรให้ มรดกทางวัฒนธรรมและความประณีตของ Fairmont หลอมรวมเข้ากับ บริบทอันมีชีวิตชีวาของสุขุมวิท จนกลายเป็นโรงแรมที่ “เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ” อย่างแท้จริง
จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท จึงได้รับการเปลี่ยนโครงสร้างเดิมจากที่เคยเป็นโรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ กรุงเทพฯ ในซอยสุขุมวิท 20 บูรณะขึ้นใหม่ให้กลายเป็น “A Blooming Stage for Celebration in the Heart of Bangkok” หรือ เวทีแห่งการเฉลิมฉลองที่พร้อมจะเบ่งบานและสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมี ดอกไม้ เป็นแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์
สารตั้งต้น และแนวคิด The Endless Sukhumvit Spender
นิศารัตน์ ถิรสุนทรากุล ผู้จัดการโครงการ บริษัท PIA Interior จำกัด กล่าวว่า ในการสร้างสรรค์งานออกแบบตกแต่งภายใน Fairmont Bangkok Sukhumvit ทีมนักออกแบบรวม 6 คน ได้หลอมรวม 3 โจทย์หลักเข้าด้วยกัน ได้แก่ มรดกและมาตรฐานแบรนด์ระดับโลกกว่าร้อยปีของ Fairmont (บริหารโดย Accor) โจทย์เรื่องดอกไม้จาก AWC ตั้งแต่วันแรกที่มอบหมายงาน และบริบทจริงของพื้นที่คือถนนสุขุมวิท
เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของพื้นที่ ทีมดีไซเนอร์ PIA Interior ออกเดินทางสำรวจลัดเลาะไปตามเส้นทางสุขุมวิท พบว่าย้อนกลับไปในอดีตก่อนการสร้างถนนสุขุมวิทในปีค.ศ.1936 ย่านนี้เคยเป็น ทุ่งบางกะปิ อันกว้างใหญ่ที่มีเพียงป่า ทุ่งหญ้า และดอกไม้ป่าเติบโตตามธรรมชาติ
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ความเจริญและเส้นสายของเมืองเริ่มขยายตัว ทว่าภายใต้ตึกสูงและถนนคอนกรีต สุขุมวิทยังคงมีการแทรกตัวของชุมชน บ้านเรือนโบราณอนุรักษ์ สวนเขียวขจี และดอกไม้เล็กๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างมีชีวิตชีวา
ทีมออกแบบจึงได้ตีกรอบแนวคิดหลักในการออกแบบ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ด้วยคำจำกัดความว่า The Endless Sukhumvit Spender เล่าถึงการเติบโตรุ่งเรืองของถนนสุขุมวิทที่ทอดยาวขึ้นเรื่อยๆ และดำเนินขนานไปกับการเบ่งบานของดอกไม้ไทยที่งอกงามไปพร้อมกับถนนเส้นนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
โดยใช้ศาสตร์การรังสรรค์แบบ “Thai Bouquet” หรือการนำ ดอกไม้ไทยมงคล เช่น ดอกราชพฤกษ์ ดอกราชาวดี ดอกรัก ดอกมะลิ ดอกกล้วยไม้ ดอกแก้ว มาจัดวางในรูปแบบสากลสไตล์ยุโรป ผสมผสานสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างอ่อนช้อย
Interior Craft สถาปัตยกรรมแห่งกลีบดอกไม้
การบูรณะอาคารแห่งนี้ให้เป็น ‘แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท’ ทีมออกแบบ PIA Interior วางบทบาทตนเองเป็น “Interior Crafter” หรือช่างฝีมือผู้ลงมือสเก็ตช์ ค้นคว้า ลองผิดลองถูก และร่วมแก้โจทย์หน้างานจริงกับผู้รับเหมาตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่ง
ทีมออกแบบดึงความสวยงามของ เส้นโค้ง (Arch Curve) ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปีมาตีความใหม่ให้เป็น กลีบดอกไม้ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ (Petal Layers) ผสาน ความอ่อนช้อยแบบไทย เปรียบเสมือนการสร้าง “ช่อดอกไม้แห่งสถาปัตยกรรม” เพื่อสร้างความรู้สึกมีชีวิตชีวา ความสบายใจ และลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างเมือง
พร้อม ตีความดอกไม้แยกตามแต่ละโซน โดยคัดเลือกชนิดดอกไม้ที่มีความหมายเฉพาะตัวมาจับคู่กับบรรยากาศและการใช้งานในแต่ละพื้นที่ของโรงแรม ดังนี้
โถงล็อบบี้ (Lobby ชั้น 1) ดอกราชพฤกษ์ : ดอกราชพฤกษ์สื่อความหมายถึง ‘การต้อนรับ’ และ การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ (Welcoming & Openness) จึงเหมาะสำหรับการเป็นพื้นที่แรกในการต้อนรับผู้มาเยือนเข้าสู่โรงแรม
ทีมออกแบบนำรูปทรงดอกราชพฤกษ์ที่เป็นดอกเล็กๆ แล้วรวมตัวกันเป็นพวง และเส้นสายแนวตั้งของการร้อยพวงมาลัยอุบะมาถ่ายทอดเป็นโคมไฟระย้า (chandelier) ขนาดมหึมา ทำจากคริสตัลและแก้วสั่งทำพิเศษฝีมือช่างไทยกว่า 5,000 ชิ้น ส่องประกายต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความตระการตา กลายเป็นจุดเช็คอินที่มีเอกลักษณ์และภาพจำของแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท
โซนสปา (Spa ชั้น 12) ดอกมะลิ : ดอกมะลิสื่อถึงกลิ่นหอมและการบำบัดรักษา (Healing & Wellness) จึงนำมาถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายและการฟื้นฟูสุขภาพในพื้นที่สปาด้วยกราฟิกและประติมากรรมนูนต่ำบนผนัง อาร์มแชร์รูปทรงคล้ายดอกมะลิตูมสีขาว
เดอะ คลับ เลานจ์ (The Club Lounge ชั้น 14) ดอกราชาวดี : ดอกราชาวดีมีความหมายสื่อถึง “ความมั่งคั่ง โอ่อ่า และร่ำรวย” จึงเลือกมาใช้ตกแต่งในโซนเลานจ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อสะท้อนความหรูหราเหนือระดับ โดยผสานกับซุ้มเส้นโค้งที่เป็นภาพรวมของโรงแรม
Social Bar & Coworking Space : แก้โจทย์พื้นที่อับเดิมด้วยการทุบบันไดเก่าเพื่อเปิดช่องแสงธรรมชาติ (Skylight) สร้างเป็นลานสวนเขียวขจีกลางโถง พร้อมซ่อนงานแกะสลักลวดลายใบราชพฤกษ์บนผนังไม้และแท่งแก้วระยิบระยับประดับหยดน้ำ
โถงสูง 16 เมตรหน้าแกรนด์บอลรูม
Grand Ballroom & Pre-function (ชั้น 1) ดอกรัก : ใช้แรงบันดาลใจจากดอกรักและเส้นสายแนวตั้งของพวงมาลัย เนรมิตโถงสูง 16 เมตรด้วยซุ้มโค้งซ้อนชั้นที่ดูสง่างามและร่วมสมัย
ห้องอาหาร Harper’s : นำฟอร์มกลีบดอกรัตนพฤกษ์ มาทำเป็นซุ้มโค้งซ้อนกันหลากสีสัน สร้างมิติที่โอบรับและมีชีวิตชีวา
ความอบอุ่นใต้ร่มเงา “ดอกแก้ว”
เมื่อก้าวเข้าสู่ส่วน ห้องพัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพักผ่อน โจทย์อันท้าทายคือการปรับปรุงโครงสร้างอาคารเดิมที่มีระดับฝ้าเพดานค่อนข้างเตี้ยเพียง 2.1 เมตร ทีมออกแบบจึงต้องแก้ปัญหาเพื่อทำให้ห้องรู้สึกโปร่ง กว้างขวาง และไม่อึดอัดตามโจทย์ของลูกค้า
เลือกใช้ ดอกแก้ว ดอกไม้มงคลนิยมปลูกบริเวณรั้วบ้านไทยในอดีต สื่อถึงการต้อนรับสู่บ้านและความอบอุ่น มาเป็นพระเอกหลักในการเล่าเรื่องห้องพัก
เช่นดึงสายตาไปยังผนังหัวเตียงด้วยงานฉลุลายกลีบดอกแก้วซ้อนชั้น ผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่อ่อนโยนและนอบน้อมผสานการใช้โทนสีอำพัน (Amber) สีทอง และสีไม้เข้มตัดขอบอย่างเรียบโก้
แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มีห้องพัก 12 รูปแบบ ห้องพักที่ทีมออกแบบพาไปชมได้รับการจัดวาง อ่างอาบน้ำ ไว้กลางห้อง ทำหน้าที่เหมือนชิ้นงานศิลปะ (Art Piece) ที่เปิดต้อนรับแขกและสะกดสายตาทันทีที่ก้าวเข้าประตู
ขณะเดียวกันก็ออกแบบบานเฟี้ยมฉลุลายดอกแก้วที่สามารถเปิด-ปิดเป็นประตูลับ (Secret Door) เชื่อมระหว่างห้องนอนและห้องน้ำได้อย่างกลมกลืน
ลวดลายกลีบดอกแก้วไม่ได้อยู่แค่บนผนัง แต่นำไปประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โถงลิฟต์โดยสาร หน้ากากแอร์ (Air Grille) งานกราฟิกบนกระจก พรม ไปจนถึงรายละเอียดงานระบบต่างๆ
อาภรณ์มีชีวิต
ความประณีตไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่สถาปัตยกรรมภายใน แต่ยังถ่ายทอดผ่าน เครื่องแต่งกายพนักงาน (uniform) โดยร่วมมือกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ASAVA รังสรรค์ยูนิฟอร์มคอลเลคชัน ASAVA x Fairmont Bangkok Sukhumvit
พลพัฒน์กล่าวว่า ชุดยูนิฟอร์มคอลเลคชันนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด ความหรูหราสากล (Global Luxury) ผสานกับ ความเป็นไทย (Thai-ness) ยึดหลักความเรียบโก้และความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด (Sophistication & Refinement) พร้อมดึงความอุดมสมบูรณ์ ความหลากผสานของพืชพันธุ์และดอกไม้ไทยที่ซ่อนอยู่ในงานตกแต่งภายใน มาเป็นสารตั้งต้นในการออกแบบ
นอกจากนี้ยังนำ โทนสีจากวรรณคดีและธรรมชาติของไทย มาใช้ เช่น สีแดงเลือดนก สีส้มอิฐจากเปลือกไม้ สีน้ำตาลฝาง และสีทองจากดอกราชพฤกษ์ ผสมผสานเทคนิค การจับจีบ พับ สไบ และ โจงกระเบน ที่ถอดแบบมาจากรูปทรงกลีบดอกไม้ เพื่อสร้างมิติและความเป็นไทยที่ประณีต โดยคำนึงถึงทั้งความสวยงามและการใช้งานที่ช่วยให้พนักงานเคลื่อนไหวและให้บริการด้วยใจแบบคนไทยได้อย่างคล่องตัว
การเฉลิมฉลองที่ไม่เคยหลับใหล
เจอโรมกล่าวด้วยว่า 5 เสาหลักสำคัญของความเป็นแบรนด์แฟร์มอนท์ หรือ 5 Key Pillars ได้แก่
- Art ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของผู้พักผ่อน (Guest Journey
- Fashion การออกแบบชุดยูนิฟอร์มพนักงานในรูปแบบแฟชั่นคอลเลคชันเพื่อให้ทีมงานสวมใส่ด้วยความภาคภูมิใจ
- Gastronomy แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มีห้องอาหารและบาร์รวม 7 แห่ง ตั้งแต่ชั้นใต้ดินถึงชั้นดาดฟ้า ครอบคลุมอาหาร Pan-Asian ฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น และไทย
- Well-being นำเสนอแนวคิด Wellness without walls สุขภาวะไร้กำแพงกั้นที่ซึมซาบอยู่ในอาหาร สระว่ายน้ำ และกิจกรรมต่างๆ
- Sustainability & Community สนับสนุนชุมชนและท้องถิ่น เช่น การใช้ชาออร์แกนิคแบรนด์ Araxa Tea จากจังหวัดเชียงใหม่
ประติมากรรมรูปทรงพรรณพฤกษาที่มุมอาคารภายนอก
เจอโรมกล่าวว่า "Fairmont Bangkok Sukhumvit จึงไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมสำหรับพักผ่อนนอนหลับ แต่เป็นเวทีแห่งชีวิตที่รวบรวมทั้งศิลปะ แฟชั่น ห้องอาหารและบาร์ สุขภาวะแบบไร้พรมแดน ตลอดจนการสนับสนุนชุมชนผ่านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตัวอาคารอาจสร้างเสร็จและเปิดทำการได้ในวันเดียว แต่ความเป็นโรงแรมที่แท้จริงนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ในทุกๆ วัน ผ่านรอยยิ้ม เรื่องราว การเชื่อมโยงที่คาดไม่ถึง และความทรงจำของผู้คนที่ได้มาเยือน"
ดังคำกล่าวที่ว่า ดอกไม้จะบานสะพรั่งอยู่เสมอ... สำหรับผู้เปิดใจมองเห็นความงามเหล่านั้น





