วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

เปิดเบื้องหลังแนวคิด “อัครพล เอื้ออารักษ์” ผู้ผันตัวจากสายก่อสร้างกว่า 20 ปี  ทุ่มทุน 200 ล้านบาท สร้าง โรงพยาบาลวันเวลา ปั้นโมเดลการดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต

KEY POINTS

  • “โรงพยาบาลวันเวลา” เน้นรองรับความรู้สึกของผู้ป่วยและครอบครัวในวันที่รู้ว่าโรคอาจรักษาไม่หายแล้ว โดยเฉพาะการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและปัญหาที่ครอบครัวต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดในวาระสุดท้ายของผู้ป่วย
  • ออกแบบการดูแลแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care โดย “ออกแบบเวลาที่เหลืออยู่” เพื่อลดความเจ็บปวด ดูแลสภาพจิตใจ และให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตตามความต้องการของตนเองมากที่สุด
  • ผลักดันแนวคิด Living Will (พินัยกรรมชีวิต) หรือการวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า  เปิดโอกาสให้บุคคลได้กำหนดเจตจำนงของตนเองไว้ล่วงหน้าก่อนที่ร่างกายหรือสมองไม่สามารถตัดสินใจได้

เปิดเบื้องหลังแนวคิด “อัครพล เอื้ออารักษ์” ผู้ผันตัวจากสายก่อสร้างกว่า 20 ปี  ทุ่มทุน 200 ล้านบาท สร้าง โรงพยาบาลวันเวลา ปั้นโมเดลการดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต ตั้งแต่ก่อนป่วยจนถึงวาระท้าย พื้นที่ตรงกลางระหว่าง “ยื้อชีวิต” กับ “หยุดรักษา” สร้างวัฒนธรรม Living Will (พินัยกรรมชีวิต) หรือการวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า (Advance Care Planning) เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลได้กำหนดเจตจำนงของตนเองไว้ล่วงหน้าก่อนที่ร่างกายหรือสมองจะไม่สามารถตัดสินใจได้

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา วิทยาการทางการแพทย์ของไทยก้าวหน้าไปไกลจนทำให้ค่าเฉลี่ยอายุขัยของประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยกลับต้องเผชิญกับคำถาม “เมื่อชีวิตยืนยาวขึ้น แต่เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วยจริงหรือไม่?”

เพราะสำหรับหลายครอบครัว จุดเริ่มต้นของวิกฤติชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่แพทย์ระบุผลวินิจฉัยโรค หากแต่เริ่มขึ้นในวันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคนั้นเป็นเดือน เป็นปี หรือยาวนานนับสิบปี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การแพทย์แผนปัจจุบันอาจบอกว่า “โรคนี้รักษาไม่หายอีกต่อไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

‘โรงพยาบาลวันเวลา’ ถอดรหัสการรักษาแบบประคับประคอง(Palliative Care)

คนไทยทำ ‘พินัยกรรมขอตายดี’ พุ่ง 10 เท่า เลือกวาระท้ายชีวิต 'ไม่ยื้อ ไม่ขอทรมาน'

"ออกแบบเวลาที่เหลืออยู่”ให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิต

เป็นที่มาซึ่งการตกผลึกทางความคิดของ "อัครพล เอื้ออารักษ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล และเป็นที่มาของ ลงทุน 200 ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลวันเวลา ขนาด 30 เตียง รับผู้ป่วยระยะสุดท้าย (End Stage) ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ อาทิ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลสมิติเวช 

มีการออกแบบพื้นที่บำบัด (Therapy Garden) สวนสีเขียวสำหรับพักผ่อน บรรยากาศที่ไม่ให้ความรู้สึกเย็นชา เหมือนวอร์ดผู้ป่วยทั่วไป เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ฟังบทเพลงที่คุ้นเคย รับประทานอาหารจานโปรด และเปิดกว้างให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเยี่ยม เพื่อฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ

อัครพล กล่าวว่า โรงพยาบาลรักษาทั่วไปมุ่งเน้นไปที่การระดมเครื่องมือเพื่อประคับประคองสัญญาณชีพ แต่มีพื้นที่น้อยเกินไปสำหรับการดูแลจิตใจ ความปรารถนา และการเติมเต็มความหมายของชีวิตที่เหลืออยู่ ดังนั้นการออกแบบอาคาร “โรงพยาบาลวันเวลา” ทั้งหมดจึงเน้นรองรับความรู้สึกของผู้ป่วยและครอบครัวในวันที่รู้ว่าโรคอาจรักษาไม่หายแล้ว โดยเฉพาะการดูแล (Caregiver) ตลอด 24 ชั่วโมงและปัญหาที่ครอบครัวต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดในวาระสุดท้ายของผู้ป่วย

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

โดยเฉพาะคำถามที่ว่า“หากวันหนึ่งเราไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้แล้ว เรายังสามารถช่วยให้ชีวิตของคนคนหนึ่งดีขึ้นได้อีกหรือไม่?” อัครพล ใช้เวลากว่า 2 ปี เพื่อทำความเข้าใจระบบนิเวศสุขภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่านหลักสูตร W.H.B. ของมหาวิทยาลัยมหิดล และหลักสูตรเวฬา (Wellness & Healthcare Business Opportunity Program) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มาออกแบบการดูแลแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care โดย “ออกแบบเวลาที่เหลืออยู่” เพื่อมุ่งเน้นการลดความเจ็บปวด ดูแลสภาพจิตใจ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตตามความต้องการของตนเองให้ได้มากที่สุด

“หลายคนคิดว่าเมื่อเผชิญโรคร้าย ทางเลือกมีแค่สองขั้ว คือ ‘รักษาต่อให้สุดทาง’ หรือ ‘หยุดรักษาแล้วรอวันจากไป’ แต่แท้จริงแล้วยังมีพื้นที่สำคัญอยู่ตรงกลาง คือการหันกลับมาถามผู้ป่วยว่า เขาอยากใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร อะไรคือคุณค่าและความหมายที่แท้จริงสำหรับเขา”

สำหรับผู้ป่วยบางคน การยืดวันเวลาอาจเป็นคำตอบ แต่สำหรับอีกหลายคน เป้าหมายอาจเรียบง่ายเพียงแค่การได้กลับไปนอนที่บ้าน ได้ทานอาหารจานโปรด ได้กลิ่นดอกไม้ ได้อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง ฟังดนตรีที่รัก หรือมองเห็นหน้าครอบครัวโดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดจากผลข้างเคียงของการรักษาที่มากเกินจำเป็น

ปัจจุบัน กลุ่มผู้ป่วย Palliative Care หลักที่เข้ามารับการดูแลที่วันเวลา ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย ตามด้วยกลุ่มโรคทางระบบประสาท เช่น ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) และกลุ่มความเสื่อมถอยของอวัยวะเรื้อรัง อาทิ ภาวะไตวายระยะท้าย

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

อีโคซิสเตมสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต

อัครพล กล่าวว่า รพ.วันเวลา ไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาลสำหรับช่วงสุดท้ายของชีวิต หากแต่วางโมเดลเป็นสถานพยาบาลที่ดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต (Life Spectrum Care) โดยแบ่งออกเป็นบริการหลักที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่ Preventive & Longevity (การป้องกันและศาสตร์ชะลอวัยเชิงลึก) จับกลุ่มประชากรที่ยังแข็งแรงแต่ตระหนักถึงการลงทุนกับสุขภาพเชิงรุก มีการตรวจวิเคราะห์ระดับฮอร์โมนและสารบ่งชี้การอักเสบในเลือด (Inflammatory Markers) เพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่โรคเรื้อรังจะก่อตัว มองการดูแลสุขภาพให้ลึกซึ้งกว่าเพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นการทำความเข้าใจกลไกชีวภาพของร่างกาย

Stroke & Transitional Care (การฟื้นฟูระยะเปลี่ยนผ่าน) รองรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือผู้ป่วยหลังการผ่าตัดใหญ่ (เช่น ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า) ด้วยโปรแกรมกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูเข้มข้นเฉลี่ย 7-30 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนส่งตัวกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวที่บ้าน โดยมีกรณีศึกษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองวัย 30 กว่าปีที่ผ่านการฟื้นฟูจนสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง และ Palliative & End-of-Life Care การดูแลแบบประคับประคองที่เน้นการบรรเทาอาการเจ็บปวดและการประคองคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

สร้างวัฒนธรรม Living Will

อีกมิติหนึ่งที่โรงพยาบาลวันเวลาให้ความสำคัญอย่างมาก คือการดูแล “Caregiver” (ผู้ดูแล) เมื่อคนในครอบครัวล้มป่วย ภาระไม่ได้ตกอยู่กับผู้ป่วยฝ่ายเดียว แต่ถูกส่งต่อไปยังลูกหลานหรือคู่ชีวิตที่ต้องแบกรับทั้งภาระทางอารมณ์ ค่าใช้จ่าย และเวลาชีวิตส่วนตัวที่ต้องหยุดชะงัก

วันเวลา จึงออกแบบบริการที่ครอบคลุมไปถึงการฟื้นฟูสภาวะจิตใจของผู้ดูแล การให้ความรู้ทางกายภาพ รวมถึงการผลักดันแนวคิด Living Will (พินัยกรรมชีวิต) หรือการวางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า (Advance Care Planning) เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลได้กำหนดเจตจำนงของตนเองไว้ล่วงหน้าก่อนที่ร่างกายหรือสมองจะไม่สามารถตัดสินใจได้

“ปัญหาสำคัญของสังคมไทยคือการมองเรื่องความตายเป็นเรื่องอัปมงคลและไม่กล้าเปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ส่งผลให้เมื่อเข้าสู่วิกฤติจริง ภาระการตัดสินใจที่หนักอึ้งจึงตกอยู่กับคนข้างหลัง และบ่อยครั้งก็นำไปสู่การตัดสินใจยื้อชีวิตเพื่อลดความรู้สึกผิดของตนเอง มากกว่าการคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย”

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

นอกจากครอบครัวแล้ว วันเวลา ยังคำนึงถึง “บุคลากรทางการแพทย์” ทั้งแพทย์ พยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่ต้องทำงานท่ามกลางความสูญเสียและความกดดันทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักคิดที่ว่า “หากผู้ทำหน้าที่ดูแลหมดแรง ระบบการบริบาลทั้งหมดย่อมไม่สามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง”

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'

Palliative Care 'รพ.วันเวลา' พื้นที่ตรงกลาง 'ยื้อชีวิต' กับ 'หยุดรักษา'