background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กลัวแค่ไหน ถึงเข้าข่าย 'โรคกลัว' หรือ Phobia

กลัวแค่ไหน ถึงเข้าข่าย 'โรคกลัว' หรือ Phobia

ทำความรู้จัก 'โรคกลัว' หรือ โฟเบีย (Phobia) หนึ่งในอาการทางจิตที่ควรระวัง ในบางครั้งอาจมีอาการคล้ายโรคแพนิก ได้แก่ ใจสั่น ใจเต้นแรง หายใจเร็ว มือเท้าเย็น ท้องไส้ปั่นป่วน และเวียนหัวตาลาย ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน

Key Point : 

  • ความกลัว เป็นสิ่งที่คนเรามีไม่เหมือนกัน บางคนกลัวที่แคบ กลัวความสูง กลัวความมืด กลัวสัตว์ ฯลฯ หากมีความรุนแรง อาจส่งผลต่อร่างกายและจิตใจจนถึงขั้นเป็น โรคกลัว หรือ โฟเบีย  (Phobia)
  • ทั้งนี้ โฟเบีย เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่ง มีอาการกลัวขั้นรุนแรงต่อสถานการณ์หรือบางสิ่งบางอย่างโดยจะไม่ค่อยมีเหตุผลแต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้
  • ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน ดังนั้น หากมีอาการกลัวของโรคกลัวติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษา

 

ความกลัว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเกิดได้กับทุกคน ถือว่าเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ เพราะเมื่อเกิดความกลัวก็สามารถช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอันตรายกับตัวเองลงด้วย แต่อาการกลัวหากมีความรุนแรงอาจจะส่งผลเสียกับร่างกายและจิตใจจนเกิดเป็นโรคที่ชื่อว่า โรคกลัว (Phobia) ที่หลายคนยังไม่เคยรู้จัก

 

ผศ. นพ.คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบาย โรคกลัว หรือ Phobia ว่า เป็นหนึ่งในอาการทางจิตที่ควรระวัง คนทุกคนมีความกลัวไม่เหมือนกัน กลัวในเรื่องแปลก ๆ เช่น กลัวที่แคบ กลัวความมืด กลัวความสูง หรือกลัวสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งความกลัวเหล่านี้ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีระดับความรุนแรงมาก จนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคที่เรียกว่า โรคกลัว อย่างจำเพาะเจาะจง หรือ Specific Phobia ได้

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

‘โรคกลัว’ เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งที่จะมีอาการกลัวขั้นรุนแรงต่อสถานการณ์หรือบางสิ่งบางอย่างโดยจะไม่ค่อยมีเหตุผลแต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน จนอาจจะมีอาการคล้ายโรคแพนิก ได้แก่ ใจสั่น ใจเต้นแรง หายใจเร็ว มือเท้าเย็น ท้องไส้ปั่นป่วน และเวียนหัวตาลาย ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน แต่พบว่าอาจเกิดจาก

  • เคยมีปัญหาหรือเรื่องราวในอดีตที่ฝังใจ
  • พบเจอ ได้ยิน หรือเห็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อจิตใจ
  • พันธุกรรม
  • ความผิดปกติของสมอง
  • ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ

 

โรคกลัว มีอาการอย่างไร ?

  • ตื่นกลัว
  • วิตกกังวลรุนแรง
  • ควบคุมตัวเองไม่ได้
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • ความดันเลือดสูง
  • หายใจถี่
  • เหงื่อออก
  • ปวดหัว เวียนหัว
  • พูดติดขัด
  • ปากแห้ง
  • คลื่นไส้
  • มือ เท้า ตัวสั่น
  • เป็นลมหมดสติ
  • กล้ามเนื้อตึงชา

 

กลัวแบบไหนถึงจะเข้าข่าย โรคกลัว

อาการกลัวของโรคกลัวติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่วนมากจะมีอาการทั้งทางกายและจิตใจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบาก เช่น

  • ต้องหลีกเลี่ยงบางสถานที่
  • ไม่สามารถเดินทางโดยยานพาหนะบางประเภท
  • หรือถ้าต้องไปก็อาจมีความเครียด-กังวลอย่างมาก

โดยหากมีลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานานควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับคำปรึกษา

 

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคกลัว

  • กระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ทั้งเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก
  • ขาดโอกาสในการเข้าสังคม
  • เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวไม่มีความสุข
  • โรคซึมเศร้า เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
  • อาจใช้วิธีจัดการกับความเครียดอย่างไม่เหมาะสม เช่น การใช้สารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

 

โรคกลัวอย่างจำเพาะเจาะจงมีกี่ประเภท

  • กลัวสัตว์ เช่น สุนัข แมว นก แมลงต่าง ๆ กลัวในบางสถานการณ์ เช่น ที่แคบ ที่สูง การโดยสารยานพาหนะ เช่น เครื่องบิน เรือ การดำน้ำ
  • ภัยธรรมชาติ เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว
  • การพบเห็นเลือด เช่น เกิดอุบัติเหตุเลือดออก การฉีดยา การเจาะเลือด ให้เลือด
  • กลัวสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว เช่น สิ่งของต่าง ๆ เสียงดัง

 

โรคกลัว ที่พบได้บ่อย

  • กลัวที่แคบ (claustrophobia) จะมีอาการอึดอัด ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อต้องอยู่ในที่แคบ ๆ ไม่ปลอดโปร่ง
  • กลัวเลือด (hemophobia) ความรู้สึกกลัวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเลือด จะมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  • กลัวเครื่องบิน (aerophobia) หวาดกลัวหรือกังวลว่าเครื่องบินจะตก พื้นฐานของคนที่กลัวเครื่องบินมาจากการกลัวความสูงหรือกลัวที่แคบมาก่อน
  • กลัวความสูง (acrophobia) มีความรู้สึกกลัวใจสั่น มือขาสั่น ไม่กล้ามอง เมื่อต้องอยู่บนที่สูง ๆ บางคนอาจกลัวจนเกิดอาการช็อกได้
  • กลัวเชื้อโรค (mysophobia) มีความกลัวและกังวลเกี่ยวกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคต่าง ๆ กลัวที่จะสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ โรคนี้จะทำให้คนที่เป็นรักความสะอาดมาก ๆ ทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา
  • กลัวเข็ม (needle phobia) ความกลัวเมื่อเห็นเข็มส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเข็มฉีดยา ทำให้มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม

 

การวินิจฉัย

สำหรับการวินิจฉัย โรคกลัว นั้น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคกลัวได้จากการซักประวัติและพูดคุยกับผู้ป่วย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องเล่าอาการต่างๆ ให้แพทย์ฟังให้มากที่สุด และตอบคำถามที่แพทย์ถามเพิ่มเติมอย่างละเอียดและตรงไปตรงมาเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง


ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคกลัวจะกลัวบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรง ไม่สมเหตุสมผล โดยที่ผู้ป่วยรู้ตัวดีว่าไม่จำเป็นจะต้องกลัวขนาดนั้นแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เมื่อพบเจอสิ่งที่กลัวก็จะมีอาการดังกล่าวข้างต้นจนก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลให้คิดทำในสิ่งที่ไม่ดี เช่น พยายามฆ่าตัวตาย โดยอาการเหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกันมาอย่างน้อย 1 เดือน

 

การรักษาโรคกลัว

  • ปรับพฤติกรรมและฝึกจิตใจ เช่น การออกกำลังกายหรือการนั่งสมาธิ ค่อย ๆ ฝึกเผชิญจากสิ่งที่กลัวเล็กน้อยไปสิ่งที่กลัวมาก
  • ฝึกปรับความคิด เช่น การให้กำลังใจตัวเอง คิดเรื่องผ่อนคลายสบายใจเมื่อเผชิญ
  • พบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาแบบจิตบำบัด
  • ใช้ยา เช่น ยาคลายเครียด ยารักษาโรควิตกกังวล
  • ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

การป้องกันโรคกลัว

สิ่งสำคัญในการป้องกันโรคกลัว คือ การค่อย ๆ ฝึกที่จะเผชิญกับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกลัวนั้น ๆ ฝึกการผ่อนคลายตัวเองเมื่อเกิดความเครียดขึ้น ผู้คนรอบข้างคอยให้กำลังใจและสนับสนุนให้เผชิญกับสิ่งที่ทำให้เขากลัว

 

เมื่อเป็นโรคกลัวควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

  • กล้าเผชิญกับสิ่งที่กลัว
  • ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความวิตกกังวล เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และดีต่อสุขภาพ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • มีปฏิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในสังคม

 

อ้างอิง : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์