background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘มีบุตรยาก’ ดันตลาดท่องเที่ยวโต คาดปี 70 มูลค่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ

‘มีบุตรยาก’ ดันตลาดท่องเที่ยวโต คาดปี 70 มูลค่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ

เด็กเกิดน้อย และการมีบุตรยาก นับเป็นปัญหาของหลายประเทศรวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า นับเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลพบว่า ปี 2562 การให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท

Key Point : 

  • ภาวะมีบุตรยาก เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องจัดเป็นวาระสำคัญของชาติ เพราะกระทบกับโครงสร้างประชากรของประเทศ จากการก้าวสู่สังคมสูงวัย และเด็กเกิดใหม่ลดลง 
  • บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท
  • อีกทั้งมีการ คาดการณ์ว่า ในปี 2570 ตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากทั่วโลก จะมีมูลค่าแตะระดับ 3.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

 

ปัญหาเด็กเกิดน้อย นับเป็นปัญหาระดับชาติ และไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน ความเครียดและการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ แต่งงานช้า อายุที่มากขึ้น มีผลต่อการมีบุตร ขณะที่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้านับว่าเข้ามาเพิ่มโอกาสสำหรับคนที่ต้องการมีบุตร รวมถึงผลักดันตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากทั้งในประเทศและทั่วโลก คาดว่า ในปี 2570 จะมีมูลค่าแตะระดับ 3.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

 

จากการสำรวจเชิงสถิติของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พบว่าในปี 2562 การให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท ข้อมูลจาก Allied Market Research ระบุว่า ในปี 2570 ตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากทั่วโลกจะมีมูลค่าแตะระดับ 3.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 14.2% ต่อปี (ปี 2562-2570) ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุด โดยจะมีมูลค่ากว่า 5.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 14.7% ต่อปี (ปี 2562-2570)

 

‘มีบุตรยาก’ ดันตลาดท่องเที่ยวโต คาดปี 70 มูลค่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของ Fertility Tourist ได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย ไทย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ทั้งนี้ คาดว่าตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากของไทย ในปี 2570 จะมีมูลค่ากว่า 1.96 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 14.6% ต่อปี (ปี 2562-2570)

 

คาดมูลค่าในไทย 6 หมื่นล้านบาท

 

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลีตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE คาดว่าตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยากของไทยจะมีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 14.6 ต่อปี

 

บริษัทฯ ให้บริการแก่คนไข้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยในช่วงระหว่างปี 2561 จนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2566 มีสถิติในการให้บริการเก็บไข่กว่า 6,897 รอบ (OPU Cycle) หรือเฉลี่ยมากกว่าหนึ่งพันรอบต่อปี ด้วยความพร้อมในด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีการนำเข้าเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิผลมาใช้ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีห้องปฏิบัติการด้านพันธุศาสตร์ที่สามารถให้บริการได้ครบวงจร

 

ทำให้ในปี 2563 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2566 บริษัทฯ สามารถให้บริการโดยมีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ (Clinical Pregnancy Success Rate) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงอายุ โดยมีอัตราความสำเร็จเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47.5 เป็นร้อยละ 71.6 สำหรับกรณีไม่ได้ตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน

 

และร้อยละ 63.5 เป็นร้อยละ 77.2 สำหรับกรณีเพิ่มบริการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน ซึ่งเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย จากรายงานสรุปข้อมูลให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ที่อยู่ระหว่างร้อยละ 15.3 – 41.7 ซึ่งจัดทำโดย ระบบดูแลรักษาสุขภาพแห่งชาติ (สหราชอาณาจักร) กรมสนับสนุนบริการ

 

‘มีบุตรยาก’ ดันตลาดท่องเที่ยวโต คาดปี 70 มูลค่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ

 

ศูนย์การแพทย์ผู้มีบุตรยาก

 

สำหรับ SAFE ถือเป็นผู้ให้บริการศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตรภายใต้ชื่อ “ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์” เป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ตลอดจนให้การรักษาแก่ผู้ที่มีบุตรยากและแช่แข็งไข่โดยมีทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเพาะเลี้ยงตัวอ่อนด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีผู้ดูแลลูกค้าส่วนบุคคล (Personal Assistant)ที่มีประสบการณ์สูง

 

นพ.วิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธีการทำให้เกิดการปฏิสนธิแบบเจาะจง (ICSI) ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และบริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธีการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) รวมถึงการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยเทคโนโลยีตู้เลี้ยงตัวอ่อนแบบพิเศษ การแช่แข็งและการฝากไข่ อสุจิ และตัวอ่อน เพื่อโอกาสมีบุตรในอนาคต ด้วยทีมงานนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเพาะเลี้ยงและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี

 

โดยมีการนำเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำตู้เลี้ยงตัวอ่อนรุ่นใหม่มาใช้ การนำเทคโนโลยีคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนด้วยเทคนิค IIumina (PGT-A) มาใช้ในประเทศไทย เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ (NIPT) และเทคโนโลยีฟื้นฟูรังไข่ Reju เป็นต้น จนได้รับความไว้วางใจจากคลินิกและโรงพยาบาลรักษาผู้มีบุตรยากในประเทศและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น ให้ทำการตรวจ PGT และ NIPT ในห้องปฏิบัติการ

 

นอกจากนี้ ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสูง กลุ่มบริษัทฯ จึงได้รับการรับรองมาตรฐานคลินิกเด็กหลอดแก้วในประเทศไทย และในเอเชียจาก Reproductive Technology Accreditation Committee (“RTAC”) ประเทศออสเตรเลียในปี 2557 อีกทั้ง ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ISO : 9001 ในปี 2554 รวมถึงมาตรฐานคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 ในปี 2559 และได้ผ่านการประเมินคุณภาพทางห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนและห้องปฏิบัติการทางด้านพันธุศาสตร์โดยองค์กรภายนอกจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ UK NEQAS จากประเทศอังกฤษ 

 

“บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากและด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนในเอเชีย มุ่งเน้นให้บริการด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามารับบริการด้วยอัตราความสำเร็จ โดยเน้นถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ” นพ.วิวัฒน์ กล่าว

 

‘มีบุตรยาก’ ดันตลาดท่องเที่ยวโต คาดปี 70 มูลค่า 3.36 หมื่นล้านเหรียญ

 

ไทยศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ

 

กระทรวงสาธารณสุข มีการนำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Thailand: A Hub of Wellness and Medical Services) มาใช้พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสาธารณสุข ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ผลผลิตหลัก คือ

1. ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub)

2. ศูนย์กลางบริการเพื่อสุขภาพ (Medical Service Hub)

3. ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub)

4. ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) ซึ่งการร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย ให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เป็นที่จับตามองของตลาดการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีการคาดการณ์ว่า ตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2575 ซึ่งคิดเป็นเงินไทยจำนวน 11 ล้านล้านบาท (1USD = 32THB) ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 11 โดยตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก และยุโรปจะเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุด

 

สถานการณ์การมีบุตรในต่างประเทศ

 

ข้อมูล อัตราการเจริญพันธุ์เฉลี่ยทั่วโลก ปี 2553 ถึงปี 2563 จาก World Bank พบว่า ปัจจุบัน สถานการณ์การมีบุตรในระดับโลก มีอัตราการเจริญพันธุ์เฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 และหากจำแนกตามทวีป จะมีเพียงทวีปแอฟริกาทวีปเดียวที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ทั้งมวลมากกว่า 4 ส่วนทวีปยุโรปเป็นทวีปที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ทั้งมวลอยู่ในระดับต่ำที่สุด และทวีปอเมริกาเหนืออยู่ในระดับต่ำรองลงมา ซึ่งทั้งสองทวีป มีอัตราการเจริญพันธุ์ที่น้อยกว่าภาวะเจริญพันธุ์ระดับทดแทน

 

ปัจจุบันหลายประเทศได้เริ่มติดตามปัญหาภาวะการเจริญพันธุ์และอัตราการเกิดอย่างใกล้ชิด จากแผนภูมิแสดงอัตราการเจริญพันธุ์จำแนกตามทวีปจะเห็นได้ว่า ทุกทวีปมีอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 แม้กระทั่งประเทศจีน ที่มีประชากรมากกว่า 1.4 พันล้านคน ในปัจจุบัน ยังมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย จากอดีต มีการใช้นโยบาย One Child กล่าวคือ อนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีลูกได้เพียง 1 คน และปรับใช้เป็นนโยบายลูกสองคน ในปี ค.ศ. 2016 จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 2022 ได้มีการใช้นโยบายลูกสามคน เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ และขาดแคลนแรงงาน

 

อีกทั้ง ยังมีการพิจารณาที่จะปรับขยายเวลาเกษียณอายุ จาก 60 ปี เป็น 65 ปี เนื่องจากมีการกังวลว่าจำนวนประชากรวัยทำงานที่น้อยลง จะทำให้เงินทุนที่ใช้ในการเตรียมให้กับวัยเกษียณที่มีจำนวนประชากรมากขึ้น ไม่เพียงพอ จากนโยบายที่กระตุ้นให้ประชากรมีลูกเพิ่มขึ้นของจีน อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์