วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนอายุยืน 100 ปี ดื่มอะไร? เปิด 3 เครื่องดื่มที่พบใน Blue Zones

สำรวจ 3 เครื่องดื่มที่พบในวิถีชีวิตของผู้คนใน Blue Zones ตั้งแต่น้ำเปล่า กาแฟดำ ไปจนถึงไวน์แดง พร้อมดูว่างานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพและอายุยืน

KEY POINTS

  • จากการศึกษาผู้คนใน “บลูโซน” (Blue Zones) หรือพื้นที่ที่คนมีอายุยืนยาว พบว่าเครื่องดื่ม 3 ชนิดที่นิยมดื่มในชีวิตประจำวัน ได้แก่ น้ำเปล่า กาแฟดำ และไวน์แดง
  • คนในบลูโซนดื่มน้ำเปล่าประมาณ 6-7 แก้วต่อวัน และดื่มกาแฟดำไม่เติมน้ำตาลหรือครีม 1-2 แก้วต่อวัน ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  • แม้จะมีการดื่มไวน์แดงในปริมาณเล็กน้อยในบางพื้นที่ แต่บทความชี้ว่าประโยชน์อาจมาจากปัจจัยการใช้ชีวิตอื่น ๆ และไม่แนะนำให้เริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ

การมีอายุยืนถึง 100 ปีคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เมื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนจำนวนมากทั่วโลก นักวิจัยกลับพบพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ ทั้งสิ่งที่พวกเขากิน การเคลื่อนไหวในแต่ละวัน และเครื่องดื่มที่ดื่มในชีวิตประจำวัน

พื้นที่เหล่านี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “บลูโซน” (Blue Zones) เช่น เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี และโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากการศึกษาวิถีชีวิต อาหาร และปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการมีสุขภาพดีและอายุยืน

แดน บิวต์เนอร์ (Dan Buettner) นักสำรวจและผู้เผยแพร่แนวคิด Blue Zones ระบุว่า มีเครื่องดื่ม 3 ชนิดที่พบได้ในวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่เหล่านี้ ได้แก่ น้ำเปล่า กาแฟดำ และไวน์แดง ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อมูลด้านสุขภาพที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตาม การที่คนอายุยืนดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้เป็นประจำ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มเหล่านี้เป็น “เคล็ดลับ” ที่ทำให้มีอายุถึง 100 ปีโดยตรง

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจ 3 เครื่องดื่มที่พบในวิถีชีวิตของผู้คนใน Blue Zones ว่าแต่ละชนิดเกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างไร และจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เราสามารถหยิบมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง

คนอายุยืน 100 ปี ดื่มอะไร? เปิด 3 เครื่องดื่มที่พบใน Blue Zones

1. น้ำเปล่า

ถ้าต้องเลือกเครื่องดื่มเพียงหนึ่งอย่าง บิวต์เนอร์ยกให้น้ำเปล่าเป็นอันดับแรก โดยระบุว่าผู้คนในพื้นที่ Blue Zones มักดื่มน้ำประมาณ 6 - 7 แก้วต่อวัน

น้ำมีบทบาทต่อการทำงานแทบทุกระบบของร่างกาย ตั้งแต่การรักษาสมดุลของของเหลว การไหลเวียนเลือด ไปจนถึงการทำงานของไตและการควบคุมความดันโลหิต

งานวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (National Institutes of Health: NIH) ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับน้ำอย่างเพียงพอกับการมีสุขภาพที่ดีเมื่ออายุมากขึ้น โดยผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือมีตัวชี้วัดที่บ่งชี้ว่าร่างกายได้รับน้ำน้อย อาจมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตก่อนวัยสูงกว่า

แต่ปริมาณน้ำที่เหมาะสมไม่ได้จำเป็นต้องเท่ากับ 6 - 7 แก้วสำหรับทุกคน เพราะความต้องการน้ำแตกต่างกันตามขนาดร่างกาย อากาศ การออกกำลังกาย อาหาร และภาวะสุขภาพ

2. กาแฟดำ

เครื่องดื่มชนิดที่สองคือ “กาแฟ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืน โดยบิวต์เนอร์แนะนำให้ดื่มกาแฟดำประมาณ 1 - 2 แก้วต่อวัน โดยไม่เติมน้ำตาลหรือครีม และควรดื่มในช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการนอนในช่วงกลางคืน

ความน่าสนใจของกาแฟไม่ได้อยู่ที่คาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารจากพืชหลายชนิด รวมถึงโพลีฟีนอล (Polyphenols) และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อการอักเสบและสุขภาพของระบบเผาผลาญ

คนอายุยืน 100 ปี ดื่มอะไร? เปิด 3 เครื่องดื่มที่พบใน Blue Zones

งานวิจัยหลายชิ้นยังพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟเป็นประจำกับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงโรคทางระบบประสาทบางชนิด เช่น โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) อย่างไรก็ตาม การพบความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ากาแฟสามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้โดยตรง

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือเย็นแล้วนอนไม่หลับ การลดปริมาณคาเฟอีนหรือขยับเวลาดื่มให้เร็วขึ้นอาจสำคัญกว่าการดื่มกาแฟเพื่อหวังผลเรื่องอายุยืน เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

3. ไวน์แดง

เครื่องดื่มชนิดสุดท้ายอาจเป็นข้อที่ถกเถียงกันมากที่สุด นั่นคือ “ไวน์แดง” เพราะในพื้นที่ Blue Zones บางแห่ง เช่น เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี การดื่มไวน์แดงในปริมาณเล็กน้อยพร้อมมื้ออาหารถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

ไวน์แดงมีสารจากพืชหลายชนิด เช่น เรสเวอราทรอล (Resveratrol) และฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งถูกศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อว่า “ดื่มไวน์แดงดีต่อหัวใจ”

อย่างไรก็ตาม หลักฐานในปัจจุบันชี้ว่า ประโยชน์ต่อสุขภาพที่เคยพบในกลุ่มคนที่ดื่มไวน์อาจไม่ได้มาจากไวน์เพียงอย่างเดียว เพราะคนกลุ่มนี้อาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น รูปแบบการกิน การออกกำลังกาย การเข้าสังคม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งล้วนมีผลต่อสุขภาพและอายุขัย

ขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ได้รับการยืนยัน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด ดังนั้น แม้จะพบการดื่มไวน์ในวิถีชีวิตของคนอายุยืนบางพื้นที่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ไวน์เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาอายุยืน หรือคนที่ไม่ดื่มควรเริ่มดื่มเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ

ถ้าต้องการสารโพลีฟีนอลที่พบได้ในไวน์แดง เรายังสามารถได้รับจากอาหารอย่าง องุ่น เบอร์รี และจากพืชชนิดอื่น ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์

อยากอายุยืนไม่ได้อยู่ที่ว่า “ดื่มอะไร” แต่คือใช้ชีวิตอย่างไร

เมื่อมองทั้ง 3 เครื่องดื่ม สิ่งที่นำมาปรับใช้ได้ง่ายที่สุดยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ ส่วนกาแฟมีงานวิจัยที่พบความเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ขณะที่ไวน์แดงยังเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวัง เพราะการพบว่าคนอายุยืนบางพื้นที่ดื่มไวน์ ไม่ได้หมายความว่าไวน์เป็นเคล็ดลับที่ทำให้พวกเขามีอายุยืน

เพราะสิ่งที่ทำให้วิถีชีวิตของคนใน Blue Zones น่าสนใจ ไม่ใช่เครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นภาพรวมของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหารที่กิน การเคลื่อนไหวในแต่ละวัน การพักผ่อน ไปจนถึงความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และชุมชน

ดังนั้น แทนที่จะมองหาว่าต้องดื่มอะไรถึงจะมีอายุ 100 ปี สิ่งที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้อาจง่ายกว่านั้น คือดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป และไม่จำเป็นต้องเริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหวังผลเรื่องสุขภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว “อายุยืน” อาจไม่ได้อยู่ในแก้วที่เราดื่ม แต่อยู่ในพฤติกรรมที่เราทำซ้ำ ๆ ทุกวัน

 

อ้างอิง foxnews