วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เทรนด์ “Nonnamaxxing” ใช้ชีวิตแบบคุณยายอิตาลี เคล็ดลับสุขภาพดีอายุยืน

หลายปีที่ผ่านมา เทรนด์สุขภาพจากญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง

แต่ล่าสุด โลกออนไลน์กำลังพูดถึงแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า "Nonnamaxxing" หรือการใช้ชีวิตแบบ "คุณยายชาวอิตาลี" ซึ่งเชื่อว่าการนำวิถีชีวิตเรียบง่าย อบอุ่น และไม่เร่งรีบของหญิงสูงวัยในอิตาลีมาปรับใช้ อาจเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดีและอายุยืน

แม้คำว่า Nonnamaxxing จะเป็นกระแสบนโซเซียลมีเดีย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่กระแสไวรัล หากเป็นพฤติกรรมหลายอย่างที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยสูงที่สุดในยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของ Blue Zone บนเกาะซาร์ดิเนีย (Sardinia) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอายุเกิน 100 ปีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจว่า หากอยากมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เราอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีราคาแพง แต่เริ่มจากการใช้ชีวิตแบบ "คุณยายอิตาลี" ที่งานวิจัยจำนวนมากกำลังสนับสนุน

เทรนด์ “Nonnamaxxing” ใช้ชีวิตแบบคุณยายอิตาลี เคล็ดลับสุขภาพดีอายุยืน

มองความแก่เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่ศัตรู

สิ่งแรกที่สะดุดตาหลายคนเมื่อไปอิตาลี คือ ผู้หญิงสูงวัยจำนวนมากไม่พยายามปกปิดอายุของตัวเอง พวกเธอยังคงแต่งตัวสวย แต่งหน้า ใส่ชุดว่ายน้ำ หรือใช้ชีวิตอย่างมั่นใจโดยไม่กังวลกับริ้วรอย

ลิเซีย เฟิร์ตซ์ (Licia Fertz) คุณยายชาวอิตาลีวัย 96 ปี กล่าวว่า

"ฉันแต่งหน้าและใส่เสื้อผ้าสีสด แม้จะไม่ได้ออกจากบ้าน เพราะการดูแลตัวเองคือการรักตัวเอง"

เธอยังฝากแนวคิดที่เรียบง่ายว่า "อย่าคิดว่าตัวเองแก่ เพราะเราเกิดมาเป็นคนหนุ่มสาว"

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดที่พบว่า ทัศนคติที่มีต่อความชรา อาจสัมพันธ์กับอัตราการเสื่อมของร่างกายจริง โดยเฉพาะในผู้หญิง ผู้ที่มองการสูงวัยในแง่บวกมักมีการเสื่อมของร่างกายช้ากว่า และมีสุขภาวะโดยรวมที่ดีกว่า

ด้าน ซอนยา ลูโบมีร์สกี (Sonja Lyubomirsky) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ อธิบายว่า มุมมองต่อความแก่เปรียบเสมือน "แว่นตา" ที่เราใช้มองโลก หากมองว่าการสูงวัยคือการสั่งสมประสบการณ์และปัญญา ย่อมส่งผลต่อวิธีใช้ชีวิตและสุขภาพในระยะยาว

การมีบทบาทกับคนรอบตัว ช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม

ในอิตาลี คุณยายหลายคนยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเลี้ยงหลาน ไม่ว่าจะรับส่งโรงเรียน ช่วยการบ้าน หรือดูแลในชีวิตประจำวัน

งานวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่มีส่วนร่วมในการดูแลหลาน มีคะแนนด้านความจำและความสามารถในการใช้ภาษา (Verbal Fluency) สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก

เฟิร์ตซ์ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่กับหลานชาย กล่าวว่า "ทุกวันที่ได้อยู่กับหลาน คือของขวัญที่ทำให้ฉันรู้สึกมหัศจรรย์เสมอ"

เทรนด์ “Nonnamaxxing” ใช้ชีวิตแบบคุณยายอิตาลี เคล็ดลับสุขภาพดีอายุยืน

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีหลาน งานวิจัยในวารสาร American Journal of Preventive Medicine พบว่า ผู้ที่ทำงานอาสาสมัครมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อปี มีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลง มีความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และมองโลกในแง่บวกมากขึ้น

นักวิจัยจึงมองว่า การได้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือชุมชน จึงอาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

เดินให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย

สำหรับชาวอิตาลี การเดินไม่ใช่กิจกรรมเพื่อเผาผลาญแคลอรี แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน เมืองหลายแห่งถูกออกแบบให้เดินถึงกันได้ ถนนแคบและค่าพลังงานที่สูง ทำให้การเดินกลายเป็นทางเลือกหลัก

แดเนียล ลีเบอร์แมน (Daniel Lieberman) ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาวิวัฒนาการมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า

"การเดินคือรูปแบบการเคลื่อนไหวพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ และมีงานวิจัยหลายร้อยชิ้นยืนยันว่าช่วยให้เราแก่ช้าลงและมีสุขภาพดีขึ้น"

งานวิจัยยังพบว่า แม้เพียง เดินเร็ววันละ 15 นาที ก็สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างมีนัยสำคัญ

ใช้ชีวิตช้าลง อยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น

ภาพที่พบได้บ่อยในร้านกาแฟของอิตาลี คือ คุณยายนั่งจิบเอสเปรสโซ มองผู้คนเดินผ่านไปมา โดยไม่มีโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า

วิถีชีวิตเช่นนี้สะท้อนแนวคิด Dolce Far Niente หรือ "ความสุขของการไม่ทำอะไร"

โจนาธาน อัลเพิร์ต (Jonathan Alpert) นักจิตบำบัดจากนิวยอร์ก มองว่า ความนิยมของ Nonnamaxxing อาจสะท้อนความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ที่กำลังเหนื่อยล้าจาก Hustle Culture หรือวัฒนธรรมที่ผลักดันให้ต้องทำงานและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การทำหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพอย่างที่หลายคนคิด แต่กลับเพิ่มระดับความเครียด ลดสมาธิ และทำให้สมองทำงานหนักขึ้น

ในทางกลับกัน การฝึกอยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness) มีความสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่ดี ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ และการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

กินอาหารตามฤดูกาล มากกว่าตามกระแส

อีกหนึ่งนิสัยที่พบได้ทั่วไปในอิตาลี คือ การเลือกกินผักและผลไม้ตามฤดูกาล

ซึ่งคุณค่าของการกินตามฤดูกาลไม่ได้อยู่ที่ความหลากหลายของเมนู แต่เป็นการได้รับอาหารที่สดกว่า ผ่านการแปรรูปน้อยกว่า และมักมีสารกันเสียต่ำกว่า

ผู้เชี่ยวชาญกล่าว่า คุณภาพของอาหาร ตั้งแต่ความสด ความสุก วิธีการปรุง และการรับประทานอย่างต่อเนื่อง ล้วนมีผลต่อการคงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางร่างกาย สมอง และการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับ อาหาเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) ซึ่งเน้นน้ำมันมะกอก ธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก ผลไม้ ถั่ว และพืชตระกูลถั่ว โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่สัมพันธ์กับการมีอายุยืนและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงภาวะสมองเสื่อม

อย่าแยกตัวจากผู้คน

แม้ภาพจำของคุณย่าอิตาลีจะเป็นคนที่รู้เรื่องเพื่อนบ้านไปเสียทุกเรื่อง แต่เบื้องหลังคือการมีสายสัมพันธ์กับชุมชนอย่างแน่นแฟ้น

เฟิร์ตซ์ ฝากข้อคิดไว้ว่า

"สิ่งสำคัญที่สุดของการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข คือ อย่าแยกตัวจากผู้คน ออกไปพบปะ เดินทาง วางแผนทำกิจกรรม และออกจากบ้านเสมอ"

งานวิจัยในวารสาร The American Journal of Geriatric Psychiatry พบว่า การมีเป้าหมายในชีวิต (Purpose in Life) ช่วยรักษาความสามารถด้านการคิดและความจำเมื่ออายุมากขึ้น ขณะที่อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่รู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยวน้อยกว่า

 

แม้ Nonnamaxxing จะเริ่มต้นจากเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย แต่หัวใจของแนวคิดนี้ไม่ได้อยู่ที่การแต่งตัวเหมือนคุณยายอิตาลี หรือการใช้ชีวิตแบบย้อนยุค แต่อยู่ที่พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินให้มากขึ้น กินอาหารสดตามฤดูกาล ใช้เวลากับครอบครัวและชุมชน มองการสูงวัยเป็นเรื่องธรรมชาติ พร้อมเปิดใจใช้ชีวิตให้ช้าลงและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น

เมื่อมองจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลายพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง รักษาสมองให้แข็งแรง และส่งเสริมการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ สะท้อนว่า "เคล็ดลับอายุยืน" ไม่ได้ซับซ้อน แต่อาจซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตธรรมดา ๆ ที่เรามองข้ามอยู่นั่นเอง

 

อ้างอิง self