วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเงินเฟ้อ UK และรายงาน Consumer Confidence ของ US

ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวต้าน 1,405/1,412 จุด แนวรับ 1,386 จุด (EMA 10 วัน)/1,380 จุด โดยดัชนีฯ อยู่ในช่วงปรับฐานทางเทคนิค หลังจากดัชนีฯ พุ่งขึ้นแรงจาก 1,354.73 จุด ไปทำระดับสูงสุดที่ 1,398.65 จุด

และมีแนวโน้มขึ้นต่อไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม 1,405/1,427 จุด  หากดัชนีฯ สามารถยืนเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ที่ 1,382 จุด ได้ตลอดสัปดาห์นี้

ประเด็น Event สำคัญ วันนี้

+/-Opportunity Day: จับตาสัญญาณ Earnings Guidance ของบจ. IP PORT MITSIB KTMS DUSIT VIBHA DPAINT คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายตัว หากมีสัญญาณ Negative/Positive Guidance

+/-UK: ECB Chief Economist Lane กล่าวสุนทรพจน์เรื่อง The Euro Area Outlook ที่เมือง Dublin

+/-ค่าจ้างขั้นต่ำ: คณะกรรมการไตรภาคี นัดประชุมอีกครั้ง ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2024 จากเดิม 2-16 บาท/วัน โดยจะมีการปรับสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ (ตัดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2020-21 เป็นช่วงสถานการณ์ COVID-19 ออก เพราะหากคำนวณตามสูตรค่าจ้างเดิมที่พิจารณาตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรอบ 5 ปี รวมช่วงสถานการณ์ช่วง COVID-19 ระบาดด้วย จุดนี้กลายเป็นตัวถ่วงในการพิจารณา)

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเงินเฟ้อ UK และรายงาน Consumer Confidence ของ US

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้

+US: รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค CB Consumer Confidence เดือน ธ.ค. โดย Consensus คาดเพิ่มขึ้นเป็น 104 (Vs 102 ในเดือน พ.ย.) และรายงาน Exisitng Home Sales เดือน พ.ย. Consensus คาด -0.5% MoM เป็น 3.77 ล้านหลัง (Vs เดือน ต.ค. -4.1% MoM เป็น 3.79 ล้านหลัง) ทั้งนี้ Fed Atlanta ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ 4Q23E GDP ยังคงเติบโตดี +2.6% QoQ สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับของ Consensus ที่ +1.1% QoQ สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสน้อยที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยผลสำรวจของนักกลยุทธ์ นักวิเคราะห์ จำนวน 35 คน ของ CNBC เดือน ธ.ค. พบว่า มี 47% (เดิม 42%) คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2024 มีโอกาสเกิดภาวะ Soft Landing และ 41% (เดิม 49%) และให้โอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยปี 2024 ประมาณ 85 bps เริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มิ.ย. (แต่มีโอกาสสูงกว่าที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ค.)

+UK: รายงานเงินเฟ้อเดือน พ.ย. คาดชะลอตัวลง Consensus คาด +0.1% MoM, +4.4% YoY (Vs เดือน ต.ค. +0% MoM, +4.6% YoY) ส่วน Core Inflation เดือน พ.ย. คาด +0.2% MoM, +5.6% YoY (Vs เดือน ต.ค. +0.3% MoM, +5.7% YoY) อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ห่างไกลจากระดับเป้าหมายของ BOE ที่ 3% ทำให้มติล่าสุดของ BOE Meeting มีถึง 3 เสียง จากทั้งหมด 9 เสียง เห็นชอบให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรก Goldman Sachs คาดว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรกในเดือน ส.ค. 2024

 

*China: Loan Prime Rate ประเภท 1 ปี และ 5 ปี โดย Consensus คาดคงเดิมที่ 3.45% และ4.2% ตามลำดับ ทั้งนี้ ตลาดยังคงมองภาพรวมเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้า อิงการไม่มีมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการประชุมกรอบงานด้านเศรษฐกิจประจำปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้คำมั่นในระหว่างการประชุมครั้งนี้เพียงว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายด้านอุตสาหกรรมเป็นอันดับแรกในปี 2024 โดยจะสร้าง “ระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย” เป็นเป้าหมายแรก เพื่อผลักดันให้ระบบดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากปีที่แล้ว ส่วนการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดสำหรับปี 2023 นั้น ได้ถูกลดความสำคัญลงไปอยู่อันดับสอง เนื่องจากคณะผู้นำของจีนต้องการผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นจีนอาจจะซบเซาลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นที่มีโอกาสถูกซื้อจากกองทุน TESG แนะนา KTB TISCO WHAUP

Strategic daily picks

KTB    ปิด 18.40 บาท/แนวรับ 18.00 บาท แนวต้าน 19.00 บาท

KTB ยังคงใช้แอปเป๋าตังในการทำ cross-selling โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี23 อาจสูงกว่าเป้าหมาย เพราะ 1) NIM >3.2% 2) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ 40% (ต้น-กลาง) (9M23=40.4%) และ 3)อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ต่ำกว่าเป้าหมายระดับ 3.5% (9M23=3.1%) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 3.97 หมื่นล้านบาท (+17.67% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 24.10 บาท

TISCO    ปิด 98.25 บาท/แนวรับ 97.00 บาท แนวต้าน 100.50 บาท

พอร์ตสินเชื่อ4Q23 ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจาก 3Q23 โดยมีแรงหนุนจากยอดสินเชื่อรายย่อยที่มีผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง ผ่านการขยายสาขา“สมหวัง”เฉลี่ยปีละ 200 สาขา ส่วนสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์ใหม่หรือสินเชื่อเช่าซื้อ ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว จากการพิจารณาปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าราว 10% ของพอร์ตสินเชื่อปล่อยใหม่ ขณะที่คาดว่าจะสามารถควบคุมสัดส่วน NPL ทั้งปี23 ไม่เกิน 2.5%(3Q23=2.25%) Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 7.45 ล้านบาท (+3.13% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 107.31 บาท

WHAUP    ปิด 3.88 บาท/แนวรับ 3.82 บาท แนวต้าน 4.08 บาท

ธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้า ยังมีแนวโน้มขยายตัวโดดเด่น จากการเติบโตของลูกค้าใน WHA Group ซึ่งส่งผลบวกต่อความต้องการใช้น้ำและไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนโครงการใหม่ ๆ ด้านสาธารณูปโภคและพลังงานหมุนเวียน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมุ่งเน้นสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายหลังจากการ COD โครงการ Ford Solar Carpark คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 7.7 เมกะวัตต์ ส่งผลให้บริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 113.7 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 106 เมกะวัตต์ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.46 พันล้านบาท (+222.15% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 5.13 บาท

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเงินเฟ้อ UK และรายงาน Consumer Confidence ของ US

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ลุ้นเงินเฟ้อ UK และรายงาน Consumer Confidence ของ US