วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ประเมิน FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,420/1,405 จุด แนวต้าน 1,443/1,454 จุด อิงรูปแบบ ดัชนีฯ อยู่ในทิศทางขาลง กรอบ 1,405-1,560 จุด และอยู่ระหว่างการลงไปหาจุดต่ำสุด โดยมีเป้าหมายหลักที่ 1,405 จุด

ส่วนสัญญาณการเข้าซื้อรอบใหม่ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีสัญญาณ Reversal Pattern และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน และ 10 วัน อยู่ที่ 1,454 จุด และ 1,470 จุด ตามลำดับ)

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ประเมิน FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

KTX ประเมิน FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง (Negative Surprise ต่อตลาดการเงินโลก)

อัตราเงินเฟ้อระยะยาว (Long Term CPI) มีโอกาสค้างอยู่ในระดับสูงยาวนานขึ้น (Higher for Longer) หากอัตราเร่งรายเดือนของเงินเฟ้อสหรัฐฯ เท่ากับค่าเฉลี่ย +0.3% MoM ใน 8M23 จะทำให้อัตราเงินเฟ้อ ณ สิ้นปี 2023E ไปแตะระดับ 4.7% YoY (Figure 1) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อระยะยาว (Long Term CPI) ค้างอยู่ที่ 3.7% YoY ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเฟดที่ 2.0% YoY เปิดโอกาสให้ Fed มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่จะกดดันเงินเฟ้อลงสู่กรอบเป้าหมาย

 

Higher for Longer ทำให้ Bond Yields อยู่ในภาวะ Bear steepening กดดันราคาพันธบัตรและดัชนีหุ้น

อัตราเร่งของเงินเฟ้อสหรัฐฯ หากออกมาตามคาด หรือสูงกว่าคาดที่ 0.3% MoM จนนาไปสู่ภาพ Higher for Longer จะทำให้ Bond Yields ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นแต่ Long Bond Yields จะเร่งขึ้นแรงกว่า Short bond Yields เกิดภาพ Bear steepening Yield Curve (กังวลดอกเบี้ยไปต่อ, Inverted reverse ด้วย Bond Yields ขาขึ้น) กดดันราคาพันธบัตร และดัชนีหุ้นเสี่ยงต่อการปรับฐาน KTX ประเมิน ระดับ Market risk premium ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ได้สะท้อนว่า ความคาดหวัง EPS Growth ของหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว หากอัตราเงินเฟ้อสูงผลักดันภาพ Higher for Longer จน US Bond Yields ขึ้นต่อเนื่องดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปรับฐานลงมาที่ 4,114 จุด มี Downside จากระดับปัจจุบัน -3.5%

 

มุมมองต่อ SET Index

แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีจะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องมาที่ 3.37% (Vs 3.15%WoW) แต่ด้วยดัชนี SET ที่ปรับตัวลงมาที่ 1438 จุด (-2.2%WoW) ผนวกกับประมาณการกำไรสุทธิของดัชนี SET ในระยะ 12 เดือนข้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดของเดือน ส.ค. ที่ 97.9 บาทต่อหุ้น เป็น 99.8 บาทต่อหุ้น (+1.6%) ทำให้อัตราผลตอบแทนตลาดหุ้น (Earnings Yield) ขยายตัวสู่ระดับ 6.93% (Vs 6.63%WoW) (Figure 5) ผลักดันส่วนชดเชยความเสี่ยงตลาด (Market risk premium: MRP) ขึ้นสู่ 3.57% (Vs 3.44%WoW) สูงกว่าค่ากลางของกรอบ Trading band ที่ 3.50% (-2SD – 0 S.D. ที่ 3.27% และ 3.74%ตามลำดับ) เราจึงแนะนำ ซื้อเพื่อเก็งการกำไร

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ BBL BCH และ SAWAD

 

 

Strategic daily picks

BBL    ปิด 167.50 บาท/แนวรับ 165.00 บาท แนวต้าน 170.00 บาท

BBL คาด NIM จะปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.88% (จากเป้าเดิมที่ 2.50%) และคาด Cost to Income ratio จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ Low 50% ขณะที่ตั้งเป้าหมาย NPL ไม่เกิน 3.5% (ตามเดิม) และ Coverage ratio ที่สูงถึง 287% Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท และ 4.09 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 192.00 บาท

 

BCH    ปิด 20.00 บาท/แนวรับ 19.40 บาท แนวต้าน 20.90 บาท

BCH คงเป้ารายได้ปี 2023 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท และปัจจุบันมีอัตราการครองเตียงทำได้ถึงเฉลี่ย 80% ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.46 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 20.91 บาท

 

SAWAD    ปิด 42.50 บาท/แนวรับ 40.75 บาท แนวต้าน 44.50 บาท

KTX คาดว่ากำไรในปี 2023E-25E จะเติบโตเฉลี่ย 21.2% โดดเด่นสุด โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเป็นหลัก จากการทำการตลาดเชิงรุกหลังจากเข้มงวดในช่วง COVID-19 รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ได้ดี KTX แนะนำ ”ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 56.43 บาท ด้วยประมาณการกำไร 12 เดือนข้างหน้า คิดลดด้วยอัตราความคาดหวังที่ 8.0% ทั้งนี้ ประเมินว่าราคาหุ้นในอดีตได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ประเมิน FED มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย