ติดตามความเห็นกรรมการเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร บรรยากาศลงทุนโดยรวมยังผันผวนไปตามตัวเลขเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อความเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตร
ติดตามการให้ความเห็นของกรรมการเฟดหลายๆท่านต่อมุมมองดอกเบี้ย และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payroll) คืนนี้ (ตลาดคาด ก.ย.ที่ 170,000 ตำแหน่ง ชะลอลงจาก ส.ค.ที่ 187,000 ตำแหน่ง) หากชะลอต่ำ 170,000 ตำแหน่ง ตลาดหุ้นระยะสั้นจะตอบรับเชิงบวก ขณะที่หากแข็งแกร่งกว่าระดับดังกล่าว นักลงทุนจะยังคงกังวลต่อการคงดอกเบี้ยนโยบายของเฟดเป็นเวลานาน ซึ่งจะกระทบต่อผลประกอบการและราคาหุ้นได้
ยังมองตลาดหุ้นระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัวหลังเริ่มเข้าสู่เขตขายมากเกิน ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงราว 150 จุด ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งจากแรงทำกำไรของนักลงทุนในประเทศและแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ จนทำให้หุ้นหลายตัวอยู่ในภาวะเป็นลบ อย่างไรก็ตามหากเราประเมินระดับความแข็งแกร่งของตลาดจาก Market breath ที่พิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน เราพบว่า SET และ SET50 มีโอกาสฟื้นตัว หากจำนวนหุ้นที่ยืนเหนือระดับดังกล่าวลดลงมาเหลือ 55-69 ตัว และ 2-3 ตัว ตามลำดับ ซึ่งเมื่อ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ลงมาอยู่ที่ 69 และ 3 ตัว ตามลำดับ ทำให้เราประเมินตลาดหุ้นไทยอยู่ในจุดที่มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น ขณะที่ต้องติดตามแนวโน้มผลประกอบการซึ่งจะเป็นปัจจัยยืนยันการฟื้นตัวในระยะกลาง-ยาว
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ – ราคาปรับลดลง เนื่องจากแนวโน้ม presales ของบริษัทหลายแห่งชะลอตัว ทำให้ช่วงสั้นประมาณการมีความเสี่ยงต่อการปรับลง
เงินเฟ้อลง – ดัชนีเงินเฟ้อก.ย.ของไทย -0.36% MoM และ +0.30% YoY ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มองกำลังซื้อผู้บริโภคจะดีขึ้น เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกที่งบไตรมาส 3/66 จะอ่อนแอ แต่กำลังจะเข้า high season ไตรมาส 4/66
ภาพรวมกลยุทธ์: อาจจะยังไม่กลับตัว แต่มีโอกาสฟื้นตัว โดยมีแนวต้าน 1,477 และ 1,490 จุด ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายไทย-สหรัฐฯ ที่กว้าง จะยังเป็นปัจจัยกดดันเงินทุนไหลออกที่กระทบหุ้นใหญ่ ทำให้การลงทุนจะอยู่ในรูปของการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็ก หรือกลุ่มที่มีแนวโน้มผลประกอบการชัดเจน ช่วงสั้นกลุ่มท่องเที่ยวอาจชะลอเพื่อดูผลกระทบเหตุการณ์กราดยิงที่มีต่อโมเมนตัมนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศ
หุ้นแนนำ: EA*, COCOCO*, JMT*, SVI*
แนวรับ: 1,430-1,440 / แนวต้าน : 1,460-1,477 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาด - ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นเพียง 2,000 ราย สู่ระดับ 207,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย ขณะเดียวกัน จำนวนตัวเลขผู้ที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลงสู่ระดับ 1.67 ล้านราย ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.68 ล้านราย
เยอรมนีส่งออกลดลงมากกว่าคาด แต่แนวโน้มอ่อนแอ - ยอดส่งออกเดือนส.ค.ลดลง 1.2% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับลงเพียง 0.4% ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 0.4% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.5%
SHR เข้าซื้อสิทธิเช่าเมอร์เคียวกลาสโกว์ฯ – SHR ประกาศเข้าซื้อสิทธิการเช่าโรงแรมเมอร์เคียว กลาสโกว์ ซิตี้ โฮเทล พร้อมลุยโปรเจกต์ปรับปรุงสินทรัพย์ เร่งพลิกโฉมครั้งใหญ่โรงแรมในสหราชอาณาจักร (UK) หวังเพิ่มอัตราการเข้าพัก-รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนเพิ่ม
EA ขานรับมติสภากทม.”– รับมติสภากรุงเทพมหานคร เปลี่ยนรถเมล์สันดาป เป็นไฟฟ้าทั้งเมือง ภายใน 7 ปี สอดรับมติครม.ก่อนหน้านี้ EA เร่งส่งมอบปีนี้กว่า 2 พันคัน พร้อมเข้าร่วมประมูลรถเมล์ไฟฟ้าขสมก.อีก 1.2 พันคัน Q3/66 เพิ่มสัดส่วนส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้าให้กลุ่มโลจิสติกส์นอกกลุ่มอีเอเพิ่มขึ้น
SAPPE ลุ้น Q3 นิวไฮ – ส่งซิกผลงาน 3Q23 เติบโต หนุนรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 30-35% อานิสงส์ขยายตลาดต่างประเทศ-ออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง
ประเด็นติดตาม: 6 ต.ค. – US Average Hourly Earnings, US Nonfarm Payrolls, US Unemployment/ 11 ต.ค. – US PPI/ 12 ต.ค. – US CPI, US Initial Jobless Claims
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









