วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ตลาดตอบรับเชิงบวกหลังจากเห็นความชัดเจนมากขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และธนาคาร แรงขายมากในหุ้น DELTA ที่ปรับตัวลงราว -4.42% ส่งผลต่อดัชนีราว -5 จุด
แต่สำหรับ KCE และ HANA ปรับตัวบวก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,528.30 จุด +9.86 จุด +0.65% มูลค่าการซื้อขาย 50,040 ลบ.ต่างชาติ +2,804.79 ลบ. TFEX +13,607 สัญญา ตราสารหนี้ -1,997.47 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.48 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 84.40 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 ขานรับสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด รวมทั้งข่าวซาอุดีอาระเบียและรัสเซียปรับลดอุปทานน้ำมัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยบดบังปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์น้ำมันชะลอตัวในประเทศจีน
+ ข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 86% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 19-20 ก.ย.
+ รัฐบาลจีนได้แจ้งต่อทางการญี่ปุ่นว่า จีนกำลังพิจารณาจัดการประชุมระหว่างนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในเดือนก.ย.นี้
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 191.13 จุด หรือ -0.54% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากมีรายงานว่าชาวอเมริกันเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
- สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 3.1% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง
- ทางการจีนเปิดเผยดัชนี CPI ปรับตัวลง 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2564 และเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืด
- ธปท. เตรียมปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลงเล็กน้อย จากปัจจุบันคาดว่าขยายตัวได้ 3.6%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังจับตาประเด็นการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด และติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า กรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,520-1,535 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นได้ประโยชน์ราคาน้ำมัน : PTTEP PTT BCP ESSO
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY
• หุ้นที่ได้ประโยชน์อินเดียระงับส่งออกข้าว : PRG UVAN CPI VPO
• ยอดส่งออก มิ.ย. ที่ยังเติบโตได้ดี : KSL SAPPE HANA SAT
• iPhone 15 เปิดตัว ก.ย. : COM7 SPVI CPW SYNEX
หุ้นรายงานพิเศษ
TU (Bloomberg Consensus 16 บาท)
1H66 กำไร -39%YoY คาด 2H66 ฟื้นตัว
•กำไร 2Q66 1,029 ล้านบาทใกล้เคียง consensus คาด -37%YoY +1%QoQ เนื่องจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 250 ล้านบาทพลิกจากกำไร 498 ล้านบาทใน 2Q65 และส่วนแบ่งกำไรจาก ITC ลดลงตามสัดส่วนถือหุ้นที่ลดลง ร้านอาหารทะเล Red Lobster ขาดทุนลดลงเหลือ 94 ล้านบาทจากขาดทุน 281 ล้านบาทใน 2Q65 อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว YoY แต่ฟื้นตัว QoQ อัตรากำไรสุทธิ 3% 1H66 กำไรสุทธิ 3,369 ล้านบาท -39%YoY อัตรากำไรสุทธิ 3% ลดจาก 4.2% ใน 1H65 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.30 บาท yield 2.2% XD 21 ส.ค.
•ผู้บริหารปรับเป้าในเชิงลบได้แก่ อัตราการเติบโตของยอดขายจากขยายตัว 3-4% เป็นหดตัว 5-6% อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 17.5-18% เหลือ 16.5-17.5% ในส่วนที่เป็นเชิงบวกเป็นการลดคาดการณ์ขาดทุนของร้าน Red Lobster เหลือ 500 ล้านบาทจากเดิม 600 ล้านบาทเนื่องจากต้นทุนผลิตลดลงและยอดขายที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มผลประกอบการ 2H66 จะฟื้นตัวจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารแช่แข็ง กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น และการขยายตลาดใหม่ในจีน ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 เฉลี่ย 5,411 ล้านบาท -24%YoY หดตัวน้อยลงจาก -39%YoY ในช่วง 1H66
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมอง “Neutral” ราคาหุ้น -21%YTD มี downside risk ต่ำ โดยซื้อขายที่ระดับ P/E 10.26x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 17.48x เป็นโอกาสเข้าซื้อ ทั้งนี้บริษัทมีแผนขายหุ้นที่ซื้อคืนจำนวนไม่เกิน 116.68 ล้านหุ้น หรือ 2.45% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดระหว่างวันที่ 15-23 ส.ค. 2566
หุ้นมีข่าว
(+) III (Bloomberg consensus 15.70 บาท) บิ๊กบอส "ทิพย์ ดาลาล" มั่นใจโลจิสติกส์ครึ่งปีหลังโตต่อรับไฮซีซัน ระบุส่งออกฟื้น-ค่าระวางปรับตัวลดลงเริ่มคงที่ ล่าสุดอวดงบไตรมาส 2/2566 เด่นกำไรสุทธิ 163.4 ล้านบาท โต 43.6% สวนทางค่าระวางวูบ พร้อมจ่ายปันผล 0.20 บาท เดินตามแผนดัน ANI เข้าเทรดไตรมาส 4/2566 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SPVI (Bloomberg consensus 5.30 บาท) ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังสดใส จับตาสินค้าไอโฟนใหม่ ดันยอดขายทะยาน กางแผนจัดการตลาดเต็มที่ทุกช่องทาง โชว์ศักยภาพมี 81 สาขาพร้อมลุย เตรียมขยายเพิ่มอีก 2 แห่ง มั่นใจปั๊มยอดขายทั้งปีโต 10% โชว์กำไรครึ่งปีแรกที่ 57.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ADVANC (Bloomberg consensus 249.00 บาท) มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ค่ายโทรศัพท์แห่ออกมือถือรุ่นใหม่ ไตรมาส 3/2566 กระตุ้นลูกค้าเปลี่ยนมาใช้แพ็ก 5G เตรียมปรับแพ็กเกจรองรับลั่นเน้นบริการคุ้มค่ามากกว่าราคา ขณะที่ไตรมาส 4/2566 เข้าสู่ช่วงไฮซีซันการท่องเที่ยวดัน ARPU โตหนุนรายได้-อีบิทดาทั้งปี 2566 โตตามเป้า (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SCC (Bloomberg consensus 356.00 บาท) ลุ้นครึ่งหลังปี 2566 ผลงานโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนไฮซีซัน ปิโตรเคมี แถมทุ่มงบ 2.32-3.32 หมื่นล้านบาท ลุยเสริมแกร่งรอบด้าน ปูทางโกยเงินระยะยาว ส่วนเรื่องดันบริษัทย่อย SCGC เข้าเทรด SET ระดมทุนเสริมแกร่งระยะยาว คาดความชัดเจนไม่เกินตุลาคม 2566 (ที่มา ทันหุ้น)









