วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก Sideway

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน ดัชนีปรับตัวลงในช่วงเช้า แต่ปรับตัวขึ้นในภาคบ่าย ในช่วง +,- ราว 10 จุดหลังจากในช่วงบ่ายมีข่าวพรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย นัดแถลงจัดตั้งรัฐบาลเวลา 16.30 น.

ทำให้ตลาดตอบรับเชิงบวกถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น  ส่วนแรงขายมากในหุ้นกลุ่มค้าปลีก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,532.51 จุด +2.05 จุด +0.13% มูลค่าการซื้อขาย 46,462 ลบ. ต่างชาติ -394.03 ลบ. TFEX -12,427 สัญญา ตราสารหนี้ -1,800.41 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 407.51 จุด +1.16% ได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้
+ ออสเตรเลียเรียกร้องให้จีนยกเลิกมาตรการจำกัดการค้าทั้งหมด หลังจีนเพิ่งยกเลิกภาษีนำเข้าข้าวบาร์เลย์จากออสเตรเลีย เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศเริ่มกระเตื้องขึ้น
+ SCB EIC เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2566 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตราว 10% จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของการบริโภค โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.7 ล้านล้านบาท
+ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรือเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.ค.66 เพิ่มขึ้น 0.38%YoY -0.01%MoM แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 0.64-0.66%YoY ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 7M66 เพิ่มขึ้น 2.19%YoY หนุนกระทรวงพาณิชย์คงเป้าเงินเฟ้อปี 66 ที่ 1-2%
+ "หมอชลน่าน" ระบุ 212 เสียงของ "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" จะเป็นเสียงตั้งต้นจัดตั้งรัฐบาล

 

ปัจจัยลบ

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 88 เซนต์ -1.06% ปิดที่ 81.94 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของอุปสงค์น้ำมันในจีนและสหรัฐซึ่งเป็นสองประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
 

 

- กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่าการประชุมหารือแนวทางแก้ไขวิกฤติยูเครนที่ซาอุดีอาระเบียโดยไม่เชิญรัสเซียเข้าร่วม และไม่มีการพิจารณาผลประโยชน์ของรัสเซียจะไม่เกิดผลหลังการประชุมแต่อย่างใด บ่งชี้วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนยังดำเนินต่อไป
- ธนาคารโลกระบุว่าเงินเฟ้อจากราคาอาหารภายในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วโลก โดยข้อมูลล่าสุดระหว่างเดือนก.พ. – พ.ค. 2566 แสดงให้เห็นว่ามีเงินเฟ้อสูงในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลางส่วนใหญ่
- LWS บริษัทวิจัยฯในเครือ LPN ปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ปี 2566 เหลือ 0-5% จากเดิม 10-15% เหตุการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยสูง

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่นักลงทุนยังติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,520-1,535 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• 5 หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL CPALL SCB
• หุ้นได้ประโยชน์ราคาน้ำมัน : PTTEP PTT BCP ESSO
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY
• หุ้นที่ได้ประโยชน์อินเดียระงับส่งออกข้าว : PRG UVAN CPI VPO
• ยอดส่งออก มิ.ย. ที่ยังเติบโตได้ดี : KSL SAPPE HANA SAT

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

I2 <mai/Technology> ราคา IPO 2.70 บาท
ราคาเหมาะสม Consensus 3.42-3.84 บาท

•บมจ. ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจบริการให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (System Integration : SI) โดยแบ่งย่อยเป็น 1.รายได้จากการขายและบริการงานโครงการ (IT Infrastructure, Digital Transformation และ Energy) 2.รายได้จากโซลูชั่นการให้บริการอินเตอร์เน็ต (Internet Services) และรายได้อื่นคิดเป็นสัดส่วนปี 65 ที่ 73.9% 25.3% และ 0.8% โดยมีลูกค้าคือ CAT TOT ITEL SKY และกลุ่ม TRUE

•รายได้จากการขายและให้บริการปี 2563 – 2565 อยู่ที่ 645.41 ลบ. 1,363.71 ลบ. และ 935.86 ลบ. ตามลำดับ โดยคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย(CAGR) 20%ต่อปี โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจโซลูชั่นระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เติบโตเฉลี่ย (CAGR) 26%ต่อปี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2563-2566 อยู่ที่ 41.6 ลบ. 80.6 ลบ. และ 45.0 ลบ. คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5% ต่อปี ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปี 2563-2565 อยู่ที่ 12.3% 10.1% และ 13.5% ตามลำดับเนื่องจากการแข่งขันสูงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลง อย่างไรก็ตามปี 2565 กำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลง งวด 1Q66 มีรายได้รวม 301 ลบ. +138%YoY จากธุรกิจ IT Infrastructure ที่เติบโต 372%YoY ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงจาก 1Q65 ที่ 13.5% สู่ 11.7% และรายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 17 ลบ. +203%YoY

•จำนวนหุ้น IPO 120 ล้านหุ้น มูลค่าระดมทุน 324 ลบ. และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,134 ลบ. ราคา IPO คิดเป็น trailing P/E 20.11 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 40.9 เท่า ทั้งนี้ MFEC ส่งบริษัทลูกเข้าซื้อบิ๊กล็อตที่ราคา IPO 2.7 บาท จำนวน 18 ล้านหุ้นในวันนี้เพื่อคงสัดส่วนการถือหุ้น 15%

•การระดมทุนเพื่อ 1.เป็นเงินทุนหมุนเวียนในงานบริการโครงการขนาดใหญ่แก่ลูกค้าราว 200 ลบ. 2.ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ ราว 100 ลบ. และ 3.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ราว 9 ลบ.

 

หุ้นมีข่าว

(+) BBL-SABUY (Bloomberg consensus 183.00 , - บาท) BBL ตั้ง SABUY เป็น Banking Agent บริการกว่า 5.6 หมื่นจุด ด้าน "ชูเกียรติ บิ๊ก SABUY" ชี้จุดการันตีความเชื่อมั่นทางธุรกิจและอีโคซิสเต็ม พร้อมเดินหน้าร่วมมือ BBL ต่อในอนาคต ปฏิเสธข่าวลือขอโฟกัสผลงาน หลังหุ้นถอย ชูมีเม็ดเงินจริงปล่อยกู้ให้ AS ซื้อบิทคับ แย้มแถลงใหญ่หลังแจ้งงบ 15 สิงหาคมนี้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IMH (Bloomberg consensus 19.05 บาท) เร่งออกแบบโรงพยาบาล IMH แบริ่ง ขนาดใหญ่ 300 เตียง ชี้หากแล้วเสร็จโกยรายได้ปีละ 3.5 พันล้านบาท วางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้า Middle To High ในพื้นที่กรุงเทพฯใต้ และสมุทรปราการ ส่งซิกเตรียมส่ง "IMH แบริ่ง" เข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2570 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SMT (Bloomberg consensus 5.10 บาท) ส่งซิกผลงานไตรมาส 3-4 ปี 2566 โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์คำสั่งซื้อต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ประกอบกับมีปัจจัยบวกอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน มีแผนขยายตลาดออสเตรเลีย-ญี่ปุ่นเพิ่ม รวมถึงมุ่งสู่ตลาดรถยนต์ EV ต่อเนื่อง คาดปีหน้าสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 50% ตั้งเป้าผลงาน 5 ปี รายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) THCOM (Bloomberg consensus 12.90 บาท) ดาวเทียมดวงใหม่บูม แม้ยังไม่ยิง ล่าสุด Eutelsat บริษัทดาวเทียมชั้นนำโลกจากฝรั่งเศสขอเซ็นสัญญาระยะยาว 16 ปี ใช้ดาวเทียม วงโคจร 119.5 องศาตะวันออก เช่าช่องสัญญาณกว่า 50% แล้ว ดันถึงคุ้มทุนทันที พร้อมเจรจาหาลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ด้านซีอีโอ Eutelsat ลั่นมั่นใจ THCOM ชี้โอกาสธุรกิจเพียบ (ที่มา ทันหุ้น)