“กรุงเทพธุรกิจ” เกาะติดสถานการณ์การประชุม COP30โดยวันแรกเน้นหนักเรื่องการปรับตัว, เมือง, โครงสร้างพื้นฐาน, น้ำ, ขยะ, รัฐบาลท้องถิ่น, เศรษฐกิจชีวภาพ, เศรษฐกิจหมุนเวียน, วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การประชุม COP30 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน ณ เมืองเบเลง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคีและความมุ่งมั่นจากนานาประเทศ นับเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยการลงมือปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และนวัตกรรมที่สร้างสรรค์
ในวันแรกของการประชุม ภาคีต่างๆ ได้ให้การรับรองวาระการประชุม COP30 อย่างรวดเร็ว ประกอบกับยอมรับเอกอัครราชทูต อังเดร กอร์เรอา ดู ลาโก (André Aranha Corrêa do Lago) ให้ดำรงตำแหน่งประธานการประชุม COP30 ซึ่งสะท้อนถึงฉันทามติอันทรงพลัง และตอกย้ำความเชื่อมั่นในลัทธิพหุภาคี รวมถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของประชาคมโลกในการเร่งรัดการดำเนินการตามข้อตกลงปารีส
เทคโนโลยีมาแรง
วันแรก เทคโนโลยีเป็นไฮไลต์สำคัญ มีการเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการดิจิทัลสีเขียว (Green Digital Action Hub) และสถาบันปัญญาประดิษฐ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (AI Climate Institute) เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนาให้มีข้อมูล เครื่องมือ และทักษะ ในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการประกาศพันธสัญญามูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์จากบราซิล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมูลนิธิเกตส์ พร้อมเปิดตัวโมเดล AI แบบเปิดตัวแรกของโลกสำหรับเกษตรกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2028
FRLD เปิดขอรับทุนครั้งแรก
ผู้นำโลกก็ไม่หยุดเดินหน้าด้านการเงินเพื่อการปรับตัวและความยืดหยุ่น กองทุนตอบสนองความสูญเสียและความเสียหาย (Fund for Responding to Loss and Damage: FRLD) เปิดรับข้อเสนอขอรับทุนครั้งแรกในวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีได้เพิ่มการสนับสนุนการลงทุนเพื่อการปรับตัวเป็นสองเท่า โดยมอบเงินทุนกว่า 26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางในปี 2024
ข้อตกลง ความอดอยาก-ยากจน
ข้อตกลงเบเล็มเรื่องความอดอยากและความยากจน (Belém Declaration on Hunger and Poverty) ที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจาก 44 ประเทศ ได้เปิดตัวความร่วมมือระดับโลกด้านการคุ้มครองสังคมที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และการสนับสนุนทางการเงินแก่เกษตรกรรายย่อย
ความก้าวหน้าในวันแรกของการประชุม COP30 ได้จุดประกายความหวังใหม่ให้กับประชาคมโลก โดยแสดงให้เห็นว่า เมื่อเรายกระดับการปรับตัวและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ โลกสามารถนิยามความยืดหยุ่นขึ้นใหม่ เปลี่ยนความเปราะบางให้เป็นพลัง เปลี่ยนความทะเยอทะยานให้เป็นการลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- สรุป COP30 วันที่ 2 ชูพลังท้องถิ่นในเวทีโลก งบ 30 ล้านเหรียญ ลดก๊าซมีเทนจากขยะ
- ประธาน COP29 เยือน COP30 โชว์ใบแจ้งหนี้ เรียกเก็บเงินประเทศร่ำรวย ช่วยโลกร้อน
- เริ่มแล้ว COP30 ผู้นำร่วมถก 6 วาระ เร่ง roadmap ระดม 1.3 ล้านล้านภายในปี 2035
- เจาะภารกิจไทยใน COP30 มุ่งขอเงินทุนสู้โลกร้อน เร่งลดก๊าซเรือนกระจก 47%
วาระหลักอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- ศูนย์ปฏิบัติการดิจิทัลสีเขียว (Green Digital Action Hub) เปิดตัวที่บราซิล เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยขยายเทคโนโลยีสีเขียว ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมโซลูชันดิจิทัลยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากกว่า 82 ประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 1,800 ราย
- สถาบันปัญญาประดิษฐ์ด้านสภาพภูมิอากาศ (AI Climate Institute) เปิดตัวเพื่อเสริมทักษะประเทศกำลังพัฒนาให้ใช้ AI แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ เน้นความเท่าเทียม พร้อมโปรแกรมฝึกอบรมสำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญ
- Nature’s Intelligence Studio นวัตกรรมแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด, สถาบันวิจัยแอมะซอนแห่งชาติ และธนาคารเพื่อการพัฒนาละตินอเมริกา เตรียมจัดไอเดียธอนและเปิดตัว Energy Atlas AI ที่ช่วยจับคู่ความท้าทายด้านพลังงานกับโซลูชันจากธรรมชาติในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025
- โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะดิจิทัล (Digital Public Infrastructure: DPI) และสินค้าสาธารณะดิจิทัล (Digital Public Goods: DPG) เพื่อสภาพภูมิอากาศ เปิดตัวแผนเร่งแก้ปัญหา (Plan to Accelerate Solutions: PAS) และคลังเครื่องมือโอเพ่นซอร์สกว่า 20 รายการให้ประเทศกว่า 30 ประเทศใช้แก้ปัญหา เช่น การตอบสนองภัยพิบัติ พลังงาน น้ำ และเกษตรกรรม
- มีการคัดเลือกนวัตกร 5 ทีม ที่สร้างนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อความยืดหยุ่นด้านสภาพภูมิอากาศและสังคม ได้รับทุนทีมละ 100,000 ดอลลาร์ ได้แก่ Trust Carbon, Kazam, Akvo, Rahat และ Circularise
- ธนาคารเพื่อการพัฒนาหลายฝ่าย (Multilateral Development Banks: MDBs) ประกาศเพิ่มเงินสนับสนุนด้านการปรับตัวเป็นสองเท่า ตั้งแต่ปี 2019 คาดจะให้เงินกว่า 26 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 พร้อมเปิดตัวกรอบการเงินเชิงธรรมชาติใหม่ช่วยติดตามผลและดึงดูดเงินทุนเอกชน
- แคมเปญ Race to Resilience รายงานว่าขณะนี้มีประชากรราว 437 ล้านคน ได้รับการสนับสนุนด้านการปรับตัวด้วยเงินทุนกว่า 4.18 พันล้านดอลลาร์ และได้รับการปกป้องพื้นที่กว่า 18 ล้านเฮกตาร์ แสดงให้เห็นความก้าวหน้าสู่เป้าหมาย 4 พันล้านคนในปี 2030
- เปิดตัวความร่วมมือด้านการคุ้มครองสังคมที่ยืดหยุ่นและการเงินเกษตรกรรมขนาดเล็กในประเทศเบนิน เอธิโอเปีย เคนยา แซมเบีย และโดมินิกัน โดยมีเป้าหมายชัดเจนและตั้งกลุ่มประสานงานผู้ให้ทุนร่วมจัดการแผนงานในปี 2028
- เปิดตัวเครื่องมือเกษตรกรรมอัจฉริยะ 2 ตัว ได้แก่ โมเดลภาษาใหญ่ AI แบบเปิดตัวแรกของโลกสำหรับเกษตรกรรม (ร่วมกับบราซิล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, มูลนิธิเกตส์, กูเกิล และสถาบันเกษตรกรรมชั้นนำ) และเครื่องมือ AIM for Scale ที่จะช่วยเกษตรกรกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2028
- เปิดโซนสีเขียว COP30 (Green Zone) เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับภาคประชาสังคม สถาบันภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้นำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาไอเดียด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสร้างเครือข่ายและขยายการรับรู้สาธารณะ
โดยรวมแล้ว COP30 วันแรก สร้างบรรยากาศแห่งความหวังและความร่วมมือที่ชัดเจน มีเป้าหมายเร่งด่วนในการผลักดันนวัตกรรม เทคโนโลยี และการร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้โลกเราพร้อมรับมือวิกฤติสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน





