วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียว NDC 3.0 ก่อน COP30 เร่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี ดึงเม็ดเงินต่างประเทศ

ครม. ไฟเขียว NDC 3.0 ก่อน COP30 เร่ง Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี ดึงเม็ดเงินต่างประเทศ

ที่ผ่านมา ไทยตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ในปี 2065 ถือว่าช้ากว่า 111 ประเทศทั่วโลก ถึง 15 ปี และมีความเสี่ยง “หลุดวงจรการค้าโลก” เพราะประเทศและบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 เริ่มจำกัดการซื้อสินค้าและบริการเฉพาะจากประเทศที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกัน

การปรับเป้าใหม่ให้บรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 จึงถือเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย และทำให้ประเทศเข้าสู่กลุ่มมาตรฐานเดียวกับ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเวียดนาม ที่ต่างประกาศเป้าหมายเดียวกัน

ครม. เคาะ NDC 3.0

ล่าสุด วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด” หรือ Nationally Determined Contribution: NDC ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2574–2578 (ค.ศ. 2031–2035) เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และ ความตกลงปารีส (Paris Agreement)

โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ให้เหลือไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂eq) หรือ ลดลงร้อยละ 47 จากระดับปีฐาน 2562 (ค.ศ. 2019) ซึ่งถือเป็นการยกระดับเป้าหมายครั้งสำคัญจาก NDC ฉบับก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับทิศทางสู่ Net Zero 2050

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กำกับดูแลการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ได้ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า ไทยจะร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน

ดึงเม็ดเงินต่างประเทศ 2.3 แสนล้านบาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น เปิดเผยว่า NDC 3.0 เป็นก้าวกระโดดที่เร่งเส้นทางสู่ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากเป้าหมายเดิมปี 2065 มาเป็นปี 2050 เพื่อสอดคล้องกับ เส้นทางจำกัดอุณหภูมิโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส (1.5°C Pathway) ตามนโยบายข้อที่ 13 ของรัฐบาล “สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เศรษฐกิจสีเขียว” ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา

“รัฐบาลมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอนจากป่าไม้และที่ดิน (LULUCF) เพื่อให้ไทยบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ได้จัดทำแผนลงทุนเพื่อดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศกว่า 230,000 ล้านบาท สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 32.8 MtCO₂eq ภายใต้กรอบความร่วมมือของความตกลงปารีส” นายสุชาติกล่าว

NDC 3.0 ครอบคลุม 5 สาขาหลัก

ทั้งนี้ NDC 3.0 ครอบคลุม 5 สาขาหลัก ได้แก่

  • พลังงานและคมนาคม
  • อุตสาหกรรม
  • เกษตร
  • ของเสีย
  • ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน

โดยมีการดำเนินงาน ร้อยละ 70 ด้วยศักยภาพภายในประเทศ และอีกร้อยละ 30 ขอรับการสนับสนุนทางเทคนิคและการเงินจากต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สร้างแต้มต่อในเวทีโลก

นายสุชาติ ย้ำว่า การยกระดับเป้าหมายครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็น “โอกาสเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ” ที่จะสร้างแต้มต่อในเวทีโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ดึงดูดการลงทุนสีเขียว และเปิดงานใหม่ในภาคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

"กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้จัดส่ง เอกสาร NDC 3.0 ต่อ UNFCCC แล้วในช่วงบ่ายวันเดียวกัน และจะนำเสนออย่างเป็นทางการในที่ประชุม COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อประกาศความมุ่งมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก"

ไทยจะไม่เพียงตั้งเป้า แต่จะลงมือทำจริง ผ่านการจัดทำ Action Plan รายสาขา และระบบ Digital Tracking เพื่อติดตามผลแบบเรียลไทม์ โปร่งใส และตรวจสอบได้

รัฐบาลเชื่อว่า การเห็นชอบ NDC 3.0 จะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในเวทีสิ่งแวดล้อมโลก เสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ไทยปล่อย GHGs เพิ่มขึ้น 12 ล้านตัน

จากฐานข้อมูล รายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 ของหน่วยงาน The Emissions Database for Global Atmospheric Research (EDGAR) พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น 12 ล้านตัน CO₂eq หรือ 2.9% จากปี 2023

โดยก๊าซเรือนกระจกของไทยในปี 2567 จำแนกตามกิจกรรมเป็นดังนี้

  • การผลิตไฟฟ้า 90.23 ล้านตัน CO2eq
  • การขนส่ง 84.66 ล้านตัน CO2eq
  • กระบวนการผลิต 71.10 ล้านตัน CO2eq
  • การเกษตร 59.05 ล้านตัน CO2eq
  • อุตสาหกรรม 50.87 ล้านตัน CO2eq
  • การกำจัดของเสีย 27.58 ล้านตัน CO2eq
  • การจัดการเชื้อเพลิง 23.59 ล้านตัน CO2eq
  • ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ 15.31 ล้านตัน CO2eq

เร่งลดคาร์บอนเฉลี่ย 10% ต่อปี

การเร่งเป้าหมาย Net Zero ทำให้ไทยต้องลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 10 ต่อปี และต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้าสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และการดูดกลับคาร์บอนจากภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน

นอกจากนี้ ภาครัฐยังเตรียมมาตรการใหม่เพื่อผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น

  • การเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)
  • ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอน (Carbon Credit Trading System)
  • ซึ่งจะช่วยจูงใจให้ภาคธุรกิจลงทุนในเทคโนโลยีสะอาดมากขึ้น