วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดมุมมองการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่

ภาคธุรกิจขนาดใหญ่นั้นมีความสำคัญที่จะเป็นแม่แบบตัวอย่างให้กับบริษัทที่จะทำเรื่องของความยั่งยืน และปรับตัวในการเข้าสู่ Net Zero ที่สามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม และเห็นผลได้อย่างยั่งยืน

อรุณ บิศวาส หุ้นส่วนผู้จัดการ IBM Consulting  กล่าวในงาน Economist Impact's 3rd annual Sustainability Week Asia ว่า  การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสีเขียว โดยมี 2 นโยบายหลักคือ อุปสรรคที่ใหญ่มากในการลดคาร์บอนคือ การนำแหล่งพลังงานที่มีความยั่งยืนมาแทนที่ เมื่อบริษัทต่างๆ ใช้เทคโนโลยีใหม่ย่อมเกิดความท้าทาย อย่างที่สองคือ นโยบายที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจในการลดคาร์บอนอย่างชัดเจน สำหรับทั่วโลกมีการผลิตเชื้อเพลิงใหม่ขึ้น 2 เท่า

โดย อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือ ความท้าทายเรื่องพลังงานสะอาด ความท้าทายในการบูรณาการธุรกิจ สำหรับความท้าทายที่ 1 บริษัทต่างๆ เข้าถึงในมุมมองที่ผิด ควรบูรณาการเข้ากับการทำธุรกิจ หากไม่มีสิ่งนี้ บริษัทต่าง ๆ ก็ไม่สามารถมีความยั่งยืนได้ โดยบริษัทต่างๆ ต้องปรับต้นทุน และผลผลิตคาร์บอนให้เหมาะสม 

ความท้าทายที่ 2 คือ ข้อมูลทางความยั่งยืนไม่เหมือนกับข้อมูลทางการเงิน แต่เป็นข้อมูลในหลายมิติ และเกี่ยวพันกับห่วงโซ่ของคุณค่าทั้งหมด ถือเป็นความท้าทายที่ใหญ่มากในการได้มาซึ่งข้อมูล และความท้าทายที่ 3 คือ คนที่เก่งมีทักษะ จากการสำรวจพบว่า ปัญหาใหญ่คือ ทักษะ บุคลากรในการทำงานไม่เข้าใจด้านความยั่งยืน จึงต้องสร้างบุคลากรที่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง 

AI แทนที่ด้านใดของมนุษย์

การใช้ AI มีข้อมูลมหาศาล และอาจผิดพลาดได้ ต้องมีมนุษย์อยู่ร่วมด้วย AI มีความฉลาดมาก แต่เมื่อจำลองสถานการณ์ขึ้นมา ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในกระบวนการนี้ด้วย ดังนั้น มนุษย์ต้องตัดสินใจในกระบวนการของ AI

 

lBM มี 3 วิธี ซึ่งกำลังพยายามย้ายจากโมเดลขนาดใหญ่ ไปเป็นโมเดลที่เล็กกว่า การฝึกโมเดลขนาดเล็กจะมีประสิทธิภาพมากกว่า อันดับที่ 2 คือ ศูนย์ข้อมูลหากใช้พลังงานสีเขียวก็ไม่มีปัญหา แต่หากไม่ใช้พลังงานสีเขียวก็เป็นปัญหา ในการใช้เทคโนโลยีพลังงานสีเขียว IBM ใช้ AI เพื่อใช้พลังงานสีเขียว และวิธีที่ 3 ทราบดีว่าขั้นตอนการฝึกโมเดลใช้พลังงานมาก ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ และออกแบบระบบ AI ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังไม่มีนโยบาย และข้อบังคับที่เหมือนกันในการควบคุมโมเดลเหล่านี้ แต่ต้องระมัดระวังเพื่อให้โมเดลไม่กินพลังงานมากไป

เซกิกุจิ อิซาโอะ ประธานบริษัทนิสสันประเทศไทย กล่าวว่า  นโยบายด้านยานยนต์ความเร็วในการปรับตัวมีความแตกต่างกัน ประเทศฮ่องกงเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว 70% สิงคโปร์เป็นอันดับ 2 รองจากฮ่องกง 20% ส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีน้อยกว่า 1% ในปี 2021 แต่ตอนนี้กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 14-15% โดยแนวโน้มการเติบโตด้านรถยนต์ไฟฟ้าของไทยในปี 2023 มีแรงจูงใจทางการเงิน เช่น รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศมีราคาที่ต่ำลง ราคารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสามารถเทียบได้กับรถยนต์เชื้อเพลง โดยแรงจูงใจในเรื่องเงินดีพอๆ กับแรงจูงใจที่ไม่ใช่เงิน

 

 

โดย กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนไว้ในปี 2050 วิธีการไปให้ถึงความเป็นกลางทางคาร์บอน มี 4 วิธี 1. ผลิตภัณฑ์จนถึงปี 2022 เราเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2010 มากกว่า 40% ของคาร์บอนไดออกไซด์ถูกลดลงโดยรถยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี BEV และไฮบริด แต่ก็ยังต้องการตัวเลือกอีกมากมายที่จะรักษาสมดุลระหว่างผลกำไรกับความยั่งยืน E-Power 

เป็นประเด็นที่ 2 การผลิตเป็นประเด็นที่ 3 จะเปลี่ยนกระบวนการผลิตได้อย่างไร ได้ทบทวนกระบวนการผลิตอีกครั้งเพื่อลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ และ 4 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีส่วนช่วยให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในทุกอุตสาหกรรม ในการขายรถยนต์ไฟฟ้า จะต้องได้รับการสนับสนุนทางนโยบาย และโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการจัดหาพลังงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นเพียง 3% ของตลาด จะจัดหาพลังงานได้อย่างไรซึ่งไม่สามารถผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าถ้าไม่มีการรองรับทั่วทั้งระบบนิเวศ จากทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน 

เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในด้านความยั่งยืน

กระบวนการผลิต การใช้วัตถุดิบ พยายามลดปริมาณวัตถุดิบ ลดการใช้พลังงาน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินงานอยู่ และพร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายในปี 2028 การปล่อยก๊าซคงไม่สามารถลดลงได้ในหนึ่งวัน แต่เราจะควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างไร ตลอดวงจรชีวิตของรถยนต์ สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า นิสสันได้จัดตั้งบริษัทเพื่อนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ซ้ำ และรีไซเคิล ระบบนิเวศนี้มุ่งเน้นไปที่ความเข้าใจเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นกระบวนการระยะยาว

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย Net zero และรับรองความโปร่งใส ซึ่ง SCG มีธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มของซีเมนต์ ธุรกิจปูนซีเมนต์ถือเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดเพราะมีการปล่อยคาร์บอน เพื่อสร้างความโปร่งใสจึงต้องคิดวิธีลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมซีเมนต์ เพราะทำให้ยังมีการใช้ถ่านหิน เป้าหมายแรกคือ การหยุดใช้ถ่านหิน

ในปีที่แล้ว SCG ลดการใช้ถ่านหินลงได้ 40% ซึ่งจำเป็นต้องมีแนวทางการปฏิบัติ เพิ่มมวลชีวภาพ ลดถ่านหินลง แม้ว่าจะเลิกใช้ถ่านหินแล้ว แต่การบรรลุ net zero ก็ยังห่างไกล แต่พวกเราก็ตั้งเป้าหมายในการบรรลุ net zero ภายในปี 2025 ต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิต ต้องผลิตซีเมนต์ที่คาร์บอนต่ำ แต่การผลิต และต้นทุนก็ต้องเป็นไปได้ด้วย ปีที่แล้ว SCG และสมาคมปูนซีเมนต์แห่งประเทศไทย เปิดตัวปูนซีเมนต์คารบอนต่ำรุ่นที่ 1 ปีนี้ก้าวเข้าสู่รุ่นที่ 2 ปีหน้าอาจจะเป็นรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 คาดว่าจะลดการใช้ถ่านหินได้มากกว่า 50% พลังงานราคาถูกเป็นสิ่งที่สำคัญ 

ถ้ามีพลังงานที่ราคาถูก และสะอาดมากเพียงพอ กระบวนการเหล่านี้ก็จะลดคาร์บอนได้ จึงจำเป็นต้องหาพลังงานที่ราคาถูก และสะอาด บางประเทศมีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แต่ที่นี่มันยาก ดังนั้นจึงหันไปหามวลชีวภาพ และพลังงานทดแทนอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นผู้เปลี่ยนกระบวนการสำหรับปูนซีเมนต์

ทั้งนี้เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการลดคาร์บอน ในภูมิภาคนี้ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม มีมวลชีวภาพอยู่มาก นำขยะทางการเกษตรมาใช้ เทคโนโลยีนำมาช่วยสร้างซีเมนต์หรือพลาสติกใหม่หรือเพิ่ม

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์