วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จุฬาฯ เปิดตัวแบบทดสอบความถนัดด้าน AI และ Data Science ครั้งแรกในไทย

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ร่วมกับศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ และภาคีเครือข่าย จัดงาน “Decoding the Data Science & AI Workforce: DSAT Research Findings & National Assessment Launch”

KEY POINTS

  • จุฬาฯ ปิดตัวแบบทดสอบความถนัดด้านวิทยาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (DSAT) เป็นครั้งแรกในไทย
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือให้องค์กรและบุคลากรใช้วัดระดับทักษะ และวางแผนพัฒนาศักยภาพให้ตรงจุด
  • ศูนย์ทดสอบฯ จะเริ่มเปิดให้บริการทดสอบอย่างเป็นทางการ ม.ค.2570 ทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์และออนไลน์

เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสมรรถนะด้านวิทยาการข้อมูลของกำลังคนในอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทย พร้อมเปิดตัว Data Science & AI Aptitude Test (DSAT) แบบประเมินความถนัดด้านวิทยาการข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาบุคลากร

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิทยาการข้อมูล (Data Science) เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานและตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง

องค์กรจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยประเมินได้ว่าบุคลากรมีความรู้และทักษะอยู่ในระดับใด เพื่อให้สามารถวางแผนพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพได้อย่างตรงจุด

การพัฒนาแบบทดสอบ Data Science & AI Aptitude Test (DSAT) จึงเป็นความร่วมมือที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเรียนการสอน แต่ยังมีส่วนช่วยพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน”

DSAT ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการวัดผลหรือเปรียบเทียบคะแนน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บุคลากรและองค์กรเห็นแนวทางการพัฒนาตนเอง

โดยสามารถใช้ผลการประเมินเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับทักษะและติดตามความก้าวหน้าของตนเองได้

เช่นเดียวกับการแข่งขันที่ช่วยผลักดันให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้น

จุฬาฯ จึงมุ่งหวังให้แบบทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ และช่วยเตรียมความพร้อมของกำลังคนด้าน AI และ Data Science สำหรับอนาคต

รศ.ดร.ธารทัศน์ มฆมานกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า “การพัฒนาแบบทดสอบ DSAT เริ่มต้นจากการศึกษาวิจัยเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และสมรรถนะด้าน AI และ Data Science ของบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย

โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี และได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรที่ส่งบุคลากรเข้าร่วมการประเมิน ผลการวิจัยจะช่วยให้เห็นภาพความรู้และความเชี่ยวชาญของกำลังคนในปัจจุบัน 

ความร่วมมือระหว่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กับศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ จะช่วยให้การทดสอบมีระบบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย

ทั้งยังเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้สามารถใช้ AI ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งให้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพของคน ไม่ใช่ทดแทนบทบาทของคนทั้งหมด”

ผศ.ดร.ณภัทร ชัยมงคล กรรมการบริหารและผู้รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ กล่าวว่า “ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาฯ นำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทดสอบมาร่วมพัฒนาและดำเนินการทดสอบ DSAT ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

โดยรองรับทั้งการทดสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์และระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เข้ารับการทดสอบและภาคธุรกิจในการประเมินสมรรถนะด้าน AI และ Data Science ของบุคลากร

ทั้งนี้ ศูนย์ทดสอบทางวิชาการฯ กำหนดเริ่มให้บริการทดสอบอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ปี 2570

โดยมุ่งหวังให้ DSAT เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและศักยภาพกำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศไทย รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดแรงงานในอนาคต”