วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงื่อนไขธุรกิจทำได้-ไม่ได้ ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว

แผนการพลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่โหมดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้มีการกำหนดแผนงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขล่าสุดว่าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายด้าน

 

ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ระบุถึงการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการถูกกีดกันทางการค้าเพิ่มมากขึ้นจากการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป

ส่งผลให้ราคาสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องสะท้อนถึงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงที่เกิดจากการผลิตสินค้า อีกทั้งในหลายประเทศ เช่น สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น ได้เริ่มดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนจึงได้เร่งผลักดันมาตรการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในภาคการผลิตซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น การสร้างมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ การใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพ และการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว

แผนดังกล่าวได้ส่งผลให้ปริมาณการปล่อย CO2 ต่อการใช้พลังงานในช่วงครึ่งปีแรกของไทยในปี 2565 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกประกอบกับการดำเนินการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นการต่างประเทศ ไทยมีการพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในทุกมิติและสามารถมีบทบาทเชิงรุกในการร่วมกำหนดมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น และประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยลดลง ดังนั้น หน่วยงานของรัฐต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ทำจากวัสดุหมุนเวียนและผลิตภัณฑ์หมุนเวียน การออกกฎหมายอนุญาตให้นำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงาน การใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมและการผลักดันให้มีโรงงานรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานในทุกนิคมอุตสาหกรรม

รวมไปถึงที่ดินประเภทอนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว (สีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว)เป็นพื้นที่พัฒนาธุรกิจรองรับด้านการท่องเที่ยวประเภทที่พัก โรงแรม บังกะโล ให้สอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพด้านท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม มีวัตถุประสงค์ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย โรงแรม เกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย โรงแรม เกษตรกรรม และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

  

ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินที่ส่งผลกระทบต่อบริเวณที่พักอาศัยและชุมชน เช่น คลังน้ำมันเพื่อการจำหน่ายคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ ห้องบรรจุ และโรงเก็บสุสานและฌาปนสถาน เว้นแต่การก่อสร้างทดแทนหรือดัดแปลงที่มีอยู่เดิม โรงฆ่าสัตว์ ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ และกำหนดเงื่อนไขจำกัดความสูงและขนาดอาคารในระยะ 75 เมตร จากแนวชายฝั่งทะเล

 ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 7 เมตร ในระยะเกินกว่า 75 เมตร จากแนวชายฝั่งทะเลบริเวณที่มีศักยภาพของด้านการท่องเที่ยวแต่มีความเปราะบางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม พื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนาอยู่ใกล้ป่าชายทะเล ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่อาคารปกคลุมดินในแต่ละหลัง ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 9 เมตร ในระยะเกินกว่า 75 เมตร จากแนวชายฝั่งทะเลบริเวณที่มีการพัฒนาด้านท่องเที่ยวบริเวณเดิมและรักษาสภาพภูมิทัศน์ของพื้นที่ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่อาคารปกคลุมดินในแต่ละหลังไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 12 เมตร ในระยะเกินกว่า 75 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเลบริเวณพื้นที่ไม่ติดทะเลมีถนนสายหลักและมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่อาคารปกคลุมดินในแต่ละหลังไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 18 เมตร

จากข้อกำหนดที่เกิดขึ้น หากพิจารณาตามตัวบทกฎหมายก็น่าจะการันตีถึงการดูแลพื้นที่เพื่อรักษาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้แต่ในทางปฎิบัติต้องไม่ให้กลายเป็นอีกช่องทางหาผลประโยชน์จากกติกาใหม่จากใครบางคนด้วย