วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ทีทีบี" หนุน "ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก" ชู "multi-currency account" บริหารค่าเงินครบจบบัญชีเดียว

"ทีทีบี" เปิดบริการ บัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน "ttb multi-currency account" หนุนธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ซึ่งรองรับได้มากถึง 11 สกุลเงิน เพื่อการทำธุรกรรมการเงินได้ง่ายขึ้น

หากพูดถึง Driver ของเศรษฐกิจไทย ต้องนึกถึง "ธุรกิจนำเข้าและส่งออก" เป็นอันดับต้นๆ ที่ถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมา หลายครั้งที่เศรษฐกิจไทยเจอวิกฤติ "ธุรกิจนำเข้าและส่งออก" ถือเป็นฮีโรขี่ม้าขาวสำคัญ ในการช่วยกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้

ศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินและบริการธุรกรรมทางการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของธุรกิจนำเข้าและส่งออกที่สำคัญในด้านเศรษฐกิจ โดยหากย้อนไปดูวิกฤติต้มยำกุ้งในอดีต ที่หนี้เสียท่วมระบบกว่า 40% ธุรกิจมีปัญหาหนัก จีดีพีของเศรษฐกิจไทยติดลบไปถึง 7% แต่ส่งธุรกิจนำเข้าส่งออกเติบโตได้ 12% ส่งผลให้จีดีพีไทยพลิกบวก กลับมาเติบโตได้ 4% เช่นเดียวกันกับช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เศรษฐกิจไทยติดลบ 6% แต่การส่งออกนำเข้าเติบโตสูงถึง 23% ทำให้จีดีพีไทยกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ 1% ในปี 2564 ที่ผ่านมา

หากดูในแง่สัดส่วนจากธุรกิจนำเข้าและส่งออกต่อจีดีพีพบว่า มีสัดส่วนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมีผลต่อการจ้างงานสูง โดยหากปี 2544 พบว่า จำนวนธุรกิจนำเข้าส่งออกมีเพียง 4.4 หมื่นบริษัท เพิ่มมาเป็น 1 แสนบริษัทในปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลต่อการจ้างงานค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันมีกำลังแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 7.3 ล้านคน ดังนั้น ธุรกิจนำเข้าและส่งออกถือเป็นเซกเตอร์ที่สำคัญมาก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเติบโตดังกล่าว ทราบหรือไม่ว่า ธุรกิจนำเข้าส่งออกเจอความท้าทายค่อนข้างมาก ทั้งจากปัจจัยภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความท้าทายจากความผัวผวนของ "อัตราแลกเปลี่ยน" ที่คาดว่าปีนี้จะมีสูงขึ้น

หากดูปี 2561 พบว่า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเทียบระหว่างดอลลาร์กับเงินบาทพบว่าอยู่เพียง 3% แต่ปีที่ผ่านมาความผันผวนเพิ่มขึ้นเกือบ 6% หมายความว่า มีโอกาสที่ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้กำไรของธุรกิจลดลงได้ เช่น หากเคยมีกำไร 10% แต่เจอความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 6% หากบริการจัดการกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้ กำไรธุรกิจจะเหลือเพียง 4% เท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ธุรกิจนำเข้าส่งออกไทยมีการทำ Natural Hedge ลดลงเรื่อยๆ จากเคยสูงถึง 30% มาเหลือเพียง 20% ในปัจจุบัน อีกทั้ง ยังมีการพึ่งพาจากการซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลักถึง 77% ซึ่งถือเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนสูงหากเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่นต่างๆ ดังนั้น อาจทำให้ผู้ประกอบการ ต้องแบกรับความเสี่ยงจาก "อัตราแลกเปลี่ยน" สูงขึ้น

ปัจจุบันจะเห็นผู้ประกอบการเริ่มหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขายมากขึ้น แต่เหล่านี้ก็สร้างความยุ่งยากให้กับผู้ประกอบการไม่แพ้กัน เพราะบัญชีเงินตราต่างประเทศ (FCD) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน หนึ่งบัญชีรองรับได้เพียง 1 สกุลเงินเท่านั้น ดังนั้น หากมีการค้าขายกับ 3 ประเทศ หรืออยากทำถึง 3 สกุลเงิน อาจต้องเปิดบัญชี FCD ถึง 3 บัญชี และยากไปอีกเวลาซื้อขาย ที่ต้องแจ้งเลขบัญชีถึง 3 บัญชี หากมีสกุลเงินต่างกัน เหล่านี้ล้วนสร้างความปวดหัวสับสนให้กับภาคธุรกิจทั้งสิ้น

Pain Point เหล่านี้ ทำให้ "ทีทีบี" มองว่า จะง่ายกว่าหรือไม่ หากลูกค้ามีเพียง 1 บัญชี ไม่ต้องเสียเวลาในการเปิดหลายบัญชี ใช้บัญชีเดียวในการแจ้งลูกค้าทุกราย ใช้แค่บัญชีเดียวในการดูสเตทเม้นท์เดียว ดูได้ทุกความเคลื่อนไหวได้ครบทุกสกุลเงิน จึงเป็นที่มาของการพัฒนา "ttb multi-currency account" หรือบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงินที่ดีที่สุด เพื่อธุรกิจนำเข้าและส่งออก เหล่านี้ เพื่อทำให้การเปิดบัญชี ทำธุรกรรมการเงินได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่สุดยอดไปกว่านั้นของบัญชีนี้คือ "ประสบการณ์ใช้งานง่ายมาก" ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการทำธุรกรรมให้แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม ผ่านคอนเซ็ปต์ "4 One"

  • One Account บัญชีเดียว 

One Account บัญชีเดียว สามารถรองรับได้มากถึง 11 สกุลเงินหลัก รวมถึงไทยบาท และสกุลเงินหยวนด้วย ที่สามารถรองรับได้แล้วในปัจจุบัน แทนที่จะต้องเปิดหลายบัญชี ก็ไม่ต้องวุ่นวายเปิดหลายบัญชี และยังสามารถซื้อขาย รับจ่าย ได้สะดวกทั้งในและต่างประเทศอย่างคล่องตัว ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินบาท และสกุลเงินต่างประเทศไว้ล่วงหน้า หากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระดับที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ และยังสามารถโอนเงินสกุลเงินต่างประเทศออกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนไปมาให้ยุ่งยาก

  • One Platform

One Platform ที่สามารถเข้าถึงทุกบริการ พาสเวิร์ดเดียวเข้าได้ทุกอุปกรณ์ ทุกเครื่อง ไม่ว่าจะแท็ปเลต สมาร์ทโฟน ไอแพด คอมพิวเตอร์ ฯลฯ การทำธุรกรรมก็ง่าย ไม่ว่าอยู่ไหนก็ทำธุรกรรมได้ง่าย เช่น หากผู้บริหารไม่ได้อยู่ออฟฟิศ สามารถส่งรายการเข้ามือถือผู้บริหารให้ตรวจสอบ สามารถดูรายได้ผ่านโมบายฯ ได้ทันที ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่แตกต่างมากบนแพลตฟอร์ม One bank

  • One to Control

One to Control ระบบเดียวทำได้ทุกธุรกรรม ทุกทรานเซกชั่น ทั้งธุรกรรมในประเทศ ธุรกรรมต่างประเทศ สินเชื่อ สามารถทำได้จบ ผ่านแพลตฟอร์มเดียว

จากปัญหาที่เจอในอดีต สำหรับผู้ประกอบการคือ เวลาทำธุรกรรมในประเทศต้องเข้าแพลตฟอร์มรูปแบบหนึ่ง หากจะทำธุรกรรมสินเชื่อก็หน้าตาอีกแบบ ต้องล็อกอินล็อกเอ้าท์เข้าๆ ออกๆ ดังนั้น ttb เราเห็น Pain ด้านนี้ จึงทำแพลตฟอร์มให้ใช้ง่ายขึ้น ล็อกอินครั้งเดียวแต่สามารถทำธุรกรรมได้ครบจบทุกธุรกรรม

นอกจากนี้ ยังเพิ่มคอนโทรลให้กับบริษัทผ่านแพลตฟอร์มนี้ ให้สามารถติดตามอัตราแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนถึงระดับที่ต้องล็อก ก็สามารถล็อกเรทไว้ได้ทันที หรือจะล็อกเรทที่ต้องการผ่านระบบทิ้งไว้ในระบบ ให้ระบบจัดการให้ ทำให้ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลุ้น เหล่านี้เราสามารถเลือกได้ ไม่พอ ยังเพิ่มคอนโทรลให้กับผู้ประกอบการ โดยการติดตั้งระบบ Smart search เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาธุรกรรม รายการ คู่ค้า ได้สะดวกขึ้น แค่พิมพ์ Key word ที่ต้องการ ระบบจะเสิร์ชหาให้ทันทีว่ามีธุรกรรมกับใคร วงเงินเท่าไหร่ ธุรกรรมไหนบ้าง ข้อมูลต่างๆ จะทำให้การค้นหาข้อมูลง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก

ภายใต้ One to control ยังสามารถทำให้ธุรกิจสามารถติดตาม สถานะรายการได้แบบเรียลไทม์ เพราะปัญหาที่เจอในอดีต เวลาลูกค้าโอนเงินไปต่างประเทศ มักจะมีการโทรสอบถามธนาคารว่า เงินถึงต้นทางหรือยัง ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ดังนั้น ttb จึงมีการเพิ่มคอนโทรลให้ลูกค้า ให้สามารถเช็คการทำธุรกรรมได้เรียลไทม์บนระบบได้ทันทีว่าเงินถึงไหนแล้ว เพื่อให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลา เอาเวลาไปวางแผนธุรกิจต่อไปได้ง่ายขึ้น

  • One to Command

One to Command สรุปรายงานของทุกบัญชี ทุกสกุลเงินได้ ในหน้าเดียว ฟังก์ชั่นนี้เป็นการรายงานรีพอร์ตธุรกรรมทุกอย่างให้สามารถดูได้ทุกสเตทเม้นท์ทุกสกุลเงินในหน้าเดียว ว่าสภาพคล่องเป็นอย่างไร สามารถเห็นรายการเคลื่อนไหวของทุกสกุลเงิน หรือหากลูกค้าอยากจะดาวน์โหลดเอกสาร สามารถนำไปทำงานต่อก็สามารถทำได้ทันที ไม่ยุ่งยาก และที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ ถ้าอยากรู้วงเงินที่เหลืออยู่ทั้งวงเงินสินเชื่อ เทรดไฟแนนซ์ ฯลฯ สามารถดูได้ผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้ทันที เพื่อวางแผนสภาพคล่องให้ดีมากขึ้น

ฟังก์ชัน ที่สามารถเรียกดูข้อมูลและบัญชีของบริษัทในเครือได้ทุกบริษัท ซึ่งจะแตกต่างมากจากรูปแบบปัจจุบัน ที่หากจะดูการทำธุรกรรมการเงินต้องล็อกอินเข้าไปดูทีละบริษัท แต่ฟังก์ชันนี้ที่พิเศษคือ สามารถเข้าไปดูข้อมูลของบริษัทในเครือได้ทุกบริษัทผ่านล็อกอินเดียว และยังสามารถ "ให้สิทธิ" กับพนักงาน หรือผู้บริหารสามารถล็อกอินและทำธุรกรรมแทนได้ด้วย เหล่านี้สะดวกมาก เพราะจะทำให้บริษัทเห็นภาพรวมบริษัทได้ทั้งเครือ

ทั้งหมดนี้ เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ประกอบการและฟีเจอร์ที่ ttb เราเชื่อว่า จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานลูกค้ายอดเยี่ยมขึ้นผ่าน 4 One

สรุปแล้ว ลูกค้าได้ประโยชน์อะไร? จากบัญชี "ttb multi-currency account" หรือบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและส่งออกบริหารอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คล่องตัวขึ้น เพราะเป็นบัญชีที่รองรับได้ถึง 11 สกุล ซื้อขายรับจ่ายสะดวกทั้งในและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศได้ล่วงหน้า และโอนเงินสกุลเงินต่างประเทศออกได้ทันที โดยไม่ต้องล็อกอินล็อกเอ้าท์

  • ช่วยต่อยอดในการทำธุรกิจ เมื่อผู้ประกอบการมีเงินโอนเข้าบัญชี ก็จะได้รับดอกเบี้ยทันที ไม่ต้องพักไว้ และยังสามารถใช้บัญชีนี้บัญชีเดียว เพื่อแจ้งคู่ค้า แทนที่จะมีหลายบัญชีให้ยุ่งยาก
  • รู้ภาพรวม ควบคุมธุรกิจได้ นอกเหนือจาก มีระบบ Smart search และสามารถอัพเดทเตตัสเงินที่เข้าและผ่านบัญชี ยังมีระบบแจ้งเตือนทุกรายการเงินเข้าออก ทุกการทำรายการอัตราแลกเปลี่ยน ที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของภาพรวมได้ตลอดเวลา และยังเรียกดูทุกสกุลเงินได้ในสเตรจเม้นท์เดียวได้ตลอดเวลา

ถือได้ว่า บัญชี "ttb multi-currency account" มีประโยชน์กับลูกค้าและผู้ประกอบการมาก เพราะทำให้การจัดการ และบริหารอัตราแลกเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพของบริษัทให้ดีมากขึ้น

  • บัญชี "ttb multi-currency account" แตกต่างจากบัญชีที่อยู่ในตลาดหรือไม่? 

แตกต่างแน่นอน เพราะ ttb เป็นเพียงธนาคารเดียวที่ออฟเฟอร์โปรดักต์นี้สู่ตลาด และเชื่อว่าการดีไซน์โปรดักต์นี้ทำให้เกิด end to end เต็มรูปแบบจริงๆ เพราะเหล่านี้มาจากการดู Pain point ของลูกค้าจริงๆ และต้องให้มั่นใจว่า ประสบการณ์ใช้งานลูกค้าต้องดีขึ้นทำให้การบริหารความเสี่ยงค่าเงินมีประสทธิภาพมากขึ้น

มิติที่เราต้องการคือ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้กับลูกค้า เพิ่มความคล่องตัว ลดอุปสรรค และเราเชื่อว่า หากลูกค้าใช้งานง่าย สามารถช่วยแก้ Pain point ให้ลูกค้าได้ ก็จะทำให้ลูกค้าเลือกที่จะอยู่กับธนาคาร ทำให้ลูกค้าใหม่หันมาใช้บริการผ่านธนาคาร และเชื่อว่าหากลูกค้าหันมาใช้แพลตฟอร์มนี้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปสาขาอีกเลย แถมยังช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

ความคาดหวังหลังจากนี้ เชื่อว่า บัญชี "ttb multi-currency account" น่าจะตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ทำให้ในระยะข้างหน้า น่าจะเห็นการตอบรับที่ดีกว่าในอดีต และหวังว่าบัญชีนี้จะเป็นช่องทางหลักในการทำธุรกรรมของภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ

หากผู้ประกอบการสนใจเปิดบัญชี สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร. 02-643-7000 ในวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร

"ทีทีบี" หนุน "ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก" ชู "multi-currency account" บริหารค่าเงินครบจบบัญชีเดียว