"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

"โลตัส" ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึงได้ ที่มาพร้อมกับความสะดวก ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน

แม้โควิด-19 จะทำให้มูลค่าตลาดกาแฟนอกบ้านในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาลดน้อยลง แต่การดื่มกาแฟยังเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย 

ยิ่งเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา คนทำงาน ที่การดื่มกาแฟเป็นมากกว่าความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ทำให้กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงที่ผ่านมาได้มีผลิตภัณฑ์กาแฟที่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ กาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee)  

ท่ามกลางความนิยมของผู้ชื่นชอบกาแฟและความคึกคักของผู้เล่นหลายแบรนด์ในตลาดกาแฟนอกบ้าน ในปีนี้ โลตัส (Lotus’s) ผู้นำค้าปลีกในไทยได้เปิดตัวสองแบรนด์คาเฟ่ คือ Jungle Café และ Arabitia เพื่อรับเทรนด์ดื่มชากาแฟที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

ทั้งสองแบรนด์มีรูปแบบที่ต่างออกจากกัน โดยแบรนด์ Jungle Café (จัลเกิ้ลคาเฟ่) จำหน่ายใน โลตัส โก เฟรช ขณะที่แบรนด์ Arabitia (อราบิเทีย) จำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยทั้งสองแบรนด์ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง มีหลากหลายเมนูทั้ง กาแฟ ชา ช็อคโกแลต เครื่องดื่มต่างๆ จำหน่ายในราคาที่เอื้อมถึงได้ ทั้งที่มีวัตถุดิบพรีเมียมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดร. นริศ ธรรมเกื้อกูล ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มโลตัสส์ เอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นประเทศจีน กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของโลตัสคือการดูแลลูกค้าให้ "รู้สึกดีดี ทุกวันที่โลตัส" ผ่านการจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมความสะดวกสบายในการช้อปปิ้ง ด้วยเทรนด์การบริโภคชาและกาแฟยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการพัฒนาธุรกิจคาเฟ่ของโลตัส เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั้งที่มาจับจ่ายใช้สอยในสาขา และบริการจัดส่งอีกด้วย 

สองแบรนด์ที่ต่างมีจุดยืนที่โดดเด่น ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มีหลากหลายเมนูทั้งกาแฟ ชา ช็อคโกแลต เครื่องดื่มต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีเบเกอรี่ที่อบสดทุกวัน และเมนูข้าวกล่องปรุงใหม่วันต่อวัน จำหน่ายอีกด้วย

ความตั้งใจที่จะส่งมอบความรู้สึกดีดี ทุกวัน ให้กับลูกค้า คือเป้าหมายสำคัญของ “โลตัส” สิ่งนี้จึงถูกต่อยอดสู่การปั้น 2 แบรนด์กาแฟส่งตรงสู่ร้านค้าโลตัส 2 แบรนด์ที่มีจุดเด่น คือ เมนูกาแฟคุณภาพ เครื่องดื่มที่หลากหลาย และอาหารปรุงใหม่วันต่อวัน รับประกันความอร่อยถูกใจ ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้

"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

Jungle Café ร้านกาแฟรูปแบบ Convenience Store

สำหรับ Jungle Café จะเป็นร้านกาแฟในรูปแบบ Convenience Store ซึ่งปัจจุบันให้บริการแล้วในโลตัส โก เฟรช กว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ มุ่งเน้นความสะอาด สะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตยุคใหม่ มีให้เลือกหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น coffee & non-coffee ซึ่งมีพระเอกอย่างกาแฟสดสุดพรีเมียมที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง ผสมความกลมกล่อมจากอาราบิก้าและโรบัสต้าอย่างลงตัว และเมนูสุดฮิตอย่าง บุกแบล็คชูการ์ชานมไต้หวันแท้สุดละมุน ผสมบุกอร่อยเพลินเคี้ยวหนุบหนับ

นอกจากนี้ Jungle Café เดินหน้าตอบแทนสังคม เพื่อต่อยอดจากคอนเซ็ปต์ Drink More for Forest โดยร่วมมือกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมต่อไป

"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

Arabitia คาเฟ่สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก

ส่วน Arabitia คาเฟ่สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก ปัจจุบันตั้งอยู่ในไฮเปอร์มาร์เก็ตโลตัสกว่า 70 สาขา ทั้งในรูปแบบคาเฟ่เต็มรูปแบบ ไปจนถึงเป็นร้านขนาดเล็กที่มีอุปกรณ์เต็มรูปแบบ และ cloud kitchen สำหรับสั่งสินค้าออนไลน์ เสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบระดับซูเปอร์พรีเมียม ทั้งเครื่องดื่ม รวมไปถึงเบเกอรี่และอาหารพร้อมรับประทานด้วย Arabitia Café สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในหลายพื้นที่ให้มีรายได้อย่างยั่งยืน ด้วยการรับซื้อเมล็ดกาแฟคัดสรรคุณภาพจากหลายแหล่ง 

นอกเหนือจากบริการเครื่องดื่มและอาหารที่ร้าน บริการจัดส่งถึงที่แล้ว Arabitia ยังมีบริการจัดเลี้ยงสำหรับโอกาสต่างๆ อาทิ ชุดอาหารว่างสำหรับการประชุม ชุดอาหารกลางวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย

"โลตัส" ส่งสองแบรนด์คาเฟ่ Jungle Café และ Arabitia ลุยตลาดกาแฟนอกบ้าน ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพในราคาเอื้อมถึง

ทั้งสองแบรนด์คาเฟ่จาก โลตัส เน้นจุดเด่นด้านวัตถุดิบคุณภาพ และการวางราคาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นจุดเด่นในการต่อสู้กับตลาดกาแฟนอกบ้าน ทั้งกลุ่มนักศึกษา กลุ่มคนทำงาน ผู้ดื่มกาแฟรุ่นใหม่ ให้ความใส่ใจกับรสชาติและคุณภาพของกาแฟมากขึ้น