วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปลี่ยนเกียร์เร่งเครื่องให้การลงทุน

การลงทุนเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ ‘กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว’ หรือที่ปัจจุบันมักเรียกกันว่ากลุ่มประเทศ Emerging Markets

ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย การเร่งตัวของการพัฒนาของประเทศเหล่านี้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มาพร้อมกับอัตราการขยายตัวของการลงทุนที่ค่อนข้างสูง จากรายงาน Global Economic Prospects ฉบับล่าสุดของธนาคารโลก พบว่าการลงทุนใน Emerging Markets ไม่รวมจีน ขยายตัวราวร้อยละ 6 ในช่วงปี 2000-2009 แต่หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกในช่วงปี 2008 อัตราการลงทุนของกลุ่มประเทศเหล่านี้ขยายตัวลดลงไปครึ่งหนึ่งในช่วง 2010-2021 และถึงแม้ว่าการลงทุนในประเทศต่างๆ จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมากในปี 2021 หลังจากวิกฤติการณ์โควิด 19 แต่เมื่อมองไปข้างหน้าการลงทุนโดยเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเหล่านี้จะขยายตัวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ความน่ากังวลของการที่การลงทุนอยู่ในระดับต่ำนั้น มีหลายประการ นอกจากที่จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและระดับรายได้ต่อหัวของประชากรของประเทศแล้ว รายงานของธนาคารโลกยังได้กล่าวถึงความจำเป็นในการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่างๆ ซึ่งจะถูกกระทบไปด้วย มีการประมาณการว่ากลุ่มประเทศ Emerging Markets ในเอเชียแปซิฟิคจำเป็นต้องมีการลงทุนและการใช้จ่ายต่อปีมากว่าร้อยละ 6 ของจีดีพี เพื่อจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คำถามคือ แล้วประเทศต่างๆ จะเปลี่ยนเกียร์เร่งเครื่องให้กับการลงทุนได้อย่างไร

การศึกษาของธนาคารโลกพบว่า นโยบายภาครัฐมีส่วนในการส่งเสริมระดับการลงทุน โดยนโยบายรัฐที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และอำนวยความสะดวกทางการค้า มีส่วนอย่างมากต่อการเร่งตัวของการลงทุน และที่น่าสนใจมากคือ การมีกฎหมาย กฎระเบียบและองค์กรต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อการเร่งตัวของการลงทุน
รายงานของธนาคารโลก ได้นำเสนอนโยบายเพื่อการเร่งการลงทุนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น นโยบายภาษีอากรเพื่อดึงดูดการลงทุน นโยบายด้านรายจ่ายที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการผ่านแดนของสินค้า รวมถึงความสำคัญของนโยบายการเงินในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศต่อการลงทุน 

แต่นโยบายที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจ และประเทศที่อาจมีความพร้อมด้านอื่นๆ พอควรแล้วอย่างประเทศไทยควรให้ความสำคัญ คือนโยบายด้าน Institutional Quality ซึ่งผู้เขียนยังหาคำแปลเป็นภาษาไทยที่ถูกใจไม่ได้ กล่าวคือ การปฏิรูปด้านกฎระเบียบต่างๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดภาระต่อผู้ประกอบการ และให้มีความชัดเจนโปร่งใส ง่ายต่อการปฏิบัติตาม การบังคับใช้กฎหมายและสัญญาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อความมั่นใจของผู้ลงทุน 

การศึกษาทางวิชาการพบว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ มีส่วนในการเร่งการลงทุนภาคเอกชนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการลงทุนในภาคการผลิต ที่มีการใช้วัสดุหรือชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศ ในขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมพื้นฐาน เช่น เหมืองแร่ และภาคบริการ ไม่ใคร่จะก่อให้เกิดการลงทุนในประเทศตามมาเท่าไรนัก  ดังนี้ การเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตั้งแต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลนี้ จึงเป็นความพยายามเปลี่ยนเกียร์ที่ถูกทิศถูกทาง อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องมีการพิจารณาให้ลึกลงไปด้วยว่าอุตสาหกรรมที่ไปดึงดูดการลงทุนมานั้น มีส่วนในการเสริมสร้างและยกระดับห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ในประเทศมากน้อยเพียงใด กิจกรรมการผลิตที่แท้จริงประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และมูลค่าของการลงทุนที่ลงไปนั้นก่อเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อประเทศอย่างไร

การลงทุนจากต่างประเทศอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงประเทศไทย คือ การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของภาครัฐ ในรูปแบบ PPP (Public Private Partnership) ซึ่งมักจะเป็นโครงการลงทุนที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการให้บริการสาธารณะ  การที่โครงการ PPP จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น จะต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการศึกษาและวิเคราะห์โครงการอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น พิจารณาถึงความคุ้มค่าตลอดจนผลตอบแทนทางการเงินและเศรษฐกิจภาพรวม นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดสรรความเสี่ยงของโครงการอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม การจัดการประมูลที่โปร่งใส การเจรจาสัญญาและการกำกับดูแลการดำเนินการตามสัญญาอย่างมืออาชีพ

ในกรณีของประเทศไทย การดำเนินโครงการ PPP ในลักษณะ International bidding เปิดกว้างการประมูลสู่ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง จะสามารถดึงดูดทั้งเงินลงทุนจากและเทคโนโลยีก้าวหน้าจากต่างประเทศได้ แต่ควรต้องมีการพิจารณาให้มีการใช้สัญญาภาษาอังกฤษหรือกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับในสากล นอกจากนี้ สำหรับโครงการ PPP ที่มีขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง จำเป็นจะต้องพิจารณาเงื่อนไขสำคัญที่สามารถนำไปสู่ความสามารถในการระดมทุน กู้ยืม และให้กู้ยืม ของทั้งเอกชนผู้ลงทุนและสถาบันการเงินด้วย 

บทวิเคราะห์เรื่องการลงทุนในรายงานธนาคารโลกที่กล่าวถึงตอนต้นของบทความนี้ ใช้ชื่อว่า The Magic of Investment Acceleration ผู้เขียนลองเปิดพจนานุกรมคำว่า magic แปลความได้หลายอย่าง มีทั้ง เวทมนตร์ อำนาจวิเศษ มายากล หรืออาถรรพ์ ผู้เขียนก็ขอให้ประเทศไทยมี magic คือ ‘อำนาจวิเศษ’ ในการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนเพื่อให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้า แต่ขออย่าให้มี ‘มายากล’ ใดๆ เลย