วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณการค้าโลกดีขึ้น “พาณิชย์”มั่นใจส่งออกโค้งสุดท้ายเป็นบวก

ส่งออกเดือนต.ค.พุ่ง 8% สูงสุดในรอบ 13 เดือน สินค้าเกษตร-อาหาร ยังเป็นแรงหนุน ขยายตัวต่อเนื่อง มั่นใจ 2 เดือนที่เหลือยังเป็นบวก ขณะที่ทั้งปีคาดติดลบไม่เกิน 1% ส่วนปี66 วางเป้าโต 2%

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน ต.ค.2566 มีมูลค่า 23,578.8 ล้านดอลลาร์ ขยาย 8% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 5.4% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 24,411.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว10.2% ดุลการค้า ขาดดุล 832.3 ล้านดอลลาร์ 

ภาพรวม 10 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 236,648.2 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 2.7% การนำเข้า มีมูลค่า 243,313.2 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 4.6 % ดุลการค้า 10 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 6,665.0 ล้านดอลลาร์ 

“การส่งออกเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 8 % เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี65 เป็นต้นมา และเป็นการขยาตัวมากกว่าที่หลายหน่วยงานประเมินไว้ และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งการส่งออกในปีนี้น่าจะลบไม่เกิน 1 % ”นายกีรติ กล่าว

สำหรับปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้การส่งออกของไทยยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง ได้แก่ 

1.การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันการส่งออก 

2.สินค้าเกษตรและอาหาร ยังคงช่วยหนุนให้การส่งออกขยายตัวได้ 

3.ประเทศคู่ค้าเริ่มทยอยสั่งซื้อสินค้า เพื่อรองรับการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปลายปี 

4.สินค้าที่เกี่ยวเนื่องและส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ยังขยายตัวได้สูง

สัญญาณการค้าโลกดีขึ้น “พาณิชย์”มั่นใจส่งออกโค้งสุดท้ายเป็นบวก

ส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 9.3%ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้น 12.3% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มขึ้น 5.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน 

สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ข้าว เพิ่มขึ้น 37.7%ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่มขึ้น 4.8% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เพิ่มขึ้น 44.6% อาหารสุนัขและแมว เพิ่มขึ้น 5.5% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เพิ่มขึ้น 20%ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่มขึ้น 9.6% สิ่งปรุงรสอาหาร เพิ่ม ขึ้น 29.4% ผักกระป๋องและผักแปรรูป เพิ่มขึ้น 19.4%

ส่วนสินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ยางพารา ลดลง 5.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ลดลง 5.6%ไก่แปรรูป ลดลง 2.2% น้ำตาลทราย ลดลง 24.9%

ทั้งนี้ 10 เดือนของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 1%

สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 5.4% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 9% อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เพิ่มขึ้น 8.7% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 15.1% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เพิ่มขึ้น 27.3% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 38.5%

ส่วนสินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลดลง 4.2% แผงวงจรไฟฟ้า ลดลง 4.6% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ลดลง 34.2% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ลดลง 19.5%

ทั้งนี้10เดือนของปี2566การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ลด2.8%

ขณะที่การส่งออกไปยังหลายตลาดสำคัญมีสัญญาณการฟื้นตัว ดังนี้ 

ตลาดหลัก เพิ่มขึ้น 5.1% โดยตลาดสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.8% จีน เพิ่มขึ้น 3.4% และอาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 16.5% ส่วนญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) และ CLMV ลดลง 1.1% , 1.4% และ 9.7% ตามลำดับ 

ตลาดรอง เพิ่ม 10.6% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 7.2% ทวีปออสเตรเลีย 13.7% แอฟริกา 24.5% ลาตินอเมริกา 8.6% และรัสเซียและกลุ่ม CIS 77.2% ส่วนตะวันออกกลางและสหราชอาณาจักร ลดลง 3% และ 11.4% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดอื่นเพิ่มขึ้น 109.6% เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 135.1%

นายกีรติ กล่าวว่า การส่งออกของไทยในเดือน ต.ค.นี้ หากเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค จะพบว่าการส่งออกของไทย ขยายตัวมากสุด ในขณะที่อีกหลายประเทศการส่งออกเริ่มกลับมาเป็นบวก เช่น สิงคโปร์, อินเดีย, เวียดนาม และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจและการค้าโลกเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั่วโลกเริ่มลดลง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มมีสัญญาณใกล้ยุติมาตรการคุมเข้มทางการเงิน โดยเฉพาะสหรัฐในขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีนเริ่มส่งผล โดยตัวเลขการบริโภค และการลงทุนของจีนเริ่มฟื้นตัวขึ้น 

แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลืออีก 2 เดือน คือ พ.ย.-ธ.ค.2566 คาดว่าจะยังขยายตัวเป็นบวกได้และจะทำให้การส่งออกของไทยในปีนี้ ติดลบน้อยลงจากปัจจุบันที่ 10 เดือน ติดลบ 2.7% และคาดว่าจะติดลบ 1% เศษ ซึ่งต่ำกว่าที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้ แต่จะให้กลับมาเป็นบวกคงยากเพราะทำเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคเอกชนในการเจาะตลาด การแก้ปัญหาการค้าที่ทำให้การส่งออกฟื้นตัวดี

ส่วนเป้าหมายการส่งออกปี 2567 เบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ประมาณ 2%หลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว แต่ตัวเลขที่เป็นเป้าหมายจริง ต้องรอผลการส่งออกที่เหลืออีก 2 เดือนออกมาก่อน น่าจะประกาศได้ประมาณเดือนม.ค.2567

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้ส่งผลต่อการส่งออกอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การส่งออกเป็นบวกมาได้ 3 เดือนติดต่อกันแล้ว และเอกชนก็มั่นใจว่าการส่งออกอีก 2 เดือนที่เหลือ จะเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และดีขึ้นไปจนถึงปีหน้า โดยคาดว่าการส่งออกไตรมาส 4 น่าจะบวกได้ถึง 7%ทำให้ยอดทั้งปีเหลือติดลบ 1%