“สุริยะ” ปักธงเตรียมโรดโชว์เยอรมนี ดึงเอกชนร่วมทุน “แลนด์บริดจ์” หลังหารือร่วมทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย ชี้เป็นโอกาสขยายฐานธุรกิจสายการเดินเรือ ปั้นไทยขึ้นแท่นฮับขนส่งสินค้า พร้อมสานต่อความร่วมมือด้านระบบราง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังให้ H.E. Mr. Ernst Wolfgang Reichel เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย และคณะเข้าพบ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่ง วันนี้ (7 พ.ย.66) โดยระบุว่า การหารือครั้งนี้กระทรวงฯ ได้นำเสนอถึงโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (ชุมพร - ระนอง) หรือแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันให้เอกชนทั้งไทย และต่างชาติร่วมลงทุน
โดยจากการหารือกับเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย พบว่ามีความสนใจในโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งเตรียมนำข้อมูลโครงการแลนด์บริดจ์ไปประชาสัมพันธ์ให้แก่นักลงทุนเยอรมนี นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ไทยไปจัดกิจกรรมโรดโชว์ในเยอรมนี เพื่อชี้แจงข้อมูลการร่วมลงทุน และสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน
“การหารือร่วมกับเยอรมนีครั้งนี้ ทางเยอรมนีได้ถามถึงข้อมูลโครงการแลนด์บริดจ์ก่อน แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ต่างชาติทราบและสนใจ โดยหลังจากการพรีเซนต์ข้อมูลทางเยอรมนีก็ตอบรับว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจลงทุน รับปากที่จะไปรายงานรัฐบาลเยอรมนี และเชิญชวนนักลงทุนให้ พร้อมทั้งเชิญไทยไปโรดโชว์ ซึ่งกระทรวงฯ ก็เตรียมความพร้อมที่จะเดินทางไปโรดโชว์หลังจากนี้”
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันนักลงทุนเยอรมนียังไม่ค่อยมีการลงทุนในธุรกิจสายการเดินเรือมากนัก แต่โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการลงทุนที่น่าสนใจ และทางเยอรมนีมองว่าจะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจผ่านการร่วมลงทุนกับสายการเดินเรือในประเทศต่างๆ โดยมองว่าโครงการนี้จะทำให้ไทยเป็นประตูการค้าสำคัญ เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า
นอกจากนี้ ภายในการประชุมร่วมเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทยครั้งนี้ ทางเยอรมนียังแสดงความสนใจร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการด้านคมนาคมขนส่งในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เผยว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EHIA) และเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนกลุ่มย่อยที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง ช่วงเดือน ธ.ค.2566 จากนั้นจะประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 เพื่อสรุปผลการศึกษา ช่วงเดือนมี.ค.2567 และคาดจะสรุปผลการศึกษาเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการช่วงปลายปี 2567
โดยกระทรวงฯ มีแผนโรดโชว์โครงการแลนด์บริดจ์ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่พ.ย.2566 - ม.ค.2567 อาทิ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ รวมไปถึงประเทศในเอเชียตะวันออก อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยประเทศต่างๆ เป็นประเทศที่มีเงินทุน มีเทคโนโลยี และผู้ประกอบการสายการเดินเรือขนาดใหญ่ ในการเข้ามาร่วมลงทุน และบริหารจัดการสายการเดินเรือ-ท่าเรือ รวมทั้งมีบางประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่พยายามรูปแบบธุรกิจ โดยนำเงินจากธุรกิจน้ำมันมาลงทุนในธุรกิจอื่นๆ
หลังจากโรดโชว์เสร็จแล้ว กำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเดือนเม.ย.- มิ.ย.2568 จากนั้นจะเสนอ ครม.เห็นชอบรายชื่อผู้ชนะการประมูลในโครงการภายในเดือนส.ค.2568 และให้เอกชนที่ชนะการประมูลเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ย.2568 โดยโครงการนี้จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเดือน ต.ค.2573
สำหรับผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เบื้องต้นจะใช้วงเงินรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น โครงการท่าเรือฝั่งชุมพร 3 แสนล้านบาท, โครงการท่าเรือฝั่งระนอง 3.3 แสนล้านบาท, โครงการพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (SRTO) รวม 1.4 แสนล้านบาท และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือ วงเงินราว 2.2 แสนล้านบาท
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์









