ทิศทางตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง 2566 ยังประเมินได้ยาก เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะปัจจัยการเมืองในประเทศ หลังจากได้ประธานสภาฯ ส่งผลให้ดัชนีต่างๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น
กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ภากร ปีตธวัชชัย ระบุ ทิศทางตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง 2566 ยังประเมินได้ยาก เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะปัจจัยการเมืองในประเทศ หลังจากได้ประธานสภาฯ ส่งผลให้ดัชนีต่างๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากมีความชัดเจนจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย
คาดว่าตลาดหุ้นไทยในครึ่งหลังปี 2566 น่าจะปรับตัวดีกว่าครึ่งปีแรก หลังจากผ่านมรสุมใหญ่ทั้งจากปัจจัยในและนอกประเทศมากแล้ว จนถึงปัจจุบันบรรยากาศการลงทุนเริ่มมีพัฒนาการเชิงบวกมากขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวลดลง ดอกเบี้ยเฟดปรับขึ้นใกล้ถึงสูงสุดแล้ว หนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทย
ส่วนกรณีการตรวจสอบหุ้น STARK ทางตลท. ได้ดำเนินการร่วมกับ ก.ล.ต. และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ตั้งแต่มีเหตุการณ์ที่บริษัทเริ่มไม่สามารถส่งงบการเงินได้ และเมื่อเรามีข้อมูลชัดเจนขึ้นก็คงดำเนินการตรวจสอบทำงานร่วมกันอยู่
นักลงทุนจับตาโหวตนายกฯ
ด้านรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. ศรพล ตุลยะเสถียร ระบุ เดือนมิ.ย.แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้น่ากลัวนัก และหลังจากการเมืองไทย มีพัฒนาการดีขึ้นหลังได้ประธานสภาฯ ทำให้นักลงทุนบุคคล และสถาบันในประเทศ เริ่มกลับมาซื้อสุทธิในครึ่งแรกปี 2566
นักลงทุนเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น เพียงแต่ยังรอปัจจัยการเมืองในประเทศของไทย ที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นหลังจากโหวตเลือกประธานสภาฯ และเชื่อว่า บรรยากาศการลงทุนครึ่งปีหลัง เริ่มมีพัฒนาการเชิงบวกมากกว่าครึ่งปีแรก
ทั้งนี้ หากการโหวตนายกรัฐมนตรีมีความชัดเจน จะส่งสัญญาณเหมือนกับการแต่งตั้งประธานสภาฯ ตลาดหุ้นจะตอบรับ หากกระบวนการคัดเลือกยืดเยื้อหรือไม่สำเร็จ นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติจะชะลอการลงทุน หรือหันไปลงทุนในประเทศอื่นแทน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์









