วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“จุรินทร์”สั่งอธิบดีกรมการค้าภายใน ใช้ “อมก๋อยโมเดล” ช่วยเกษตรกรเชียงใหม่

“จุรินทร์” ลุยงานไม่เลิก! สั่งอธิบดีกรมการค้าภายใน ใช้มาตรการ “อมก๋อยโมเดล” ขึ้นเหนือ ช่วยเกษตรกรอมก๋อย เชียงใหม่

วันที่ 28 เม.ย. 2566 เวลา 12.00 น. ที่กระทรวงพาณิชย์  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวประเด็นความสำเร็จโครงการอมก๋อยโมเดล

นายจุรินทร์ กล่าวว่า อมก๋อยโมเดลเป็นนโยบายที่ตนมอบให้กับกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งกรมการค้าภายในและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการนำนโยบายเกษตรพันธสัญญา หรือการทำสัญญาซื้อขายพืชผลการเกษตรล่วงหน้า ช่วยดึงราคาให้เกษตรกรขายพืชผลการเกษตรดีขึ้น มีตลาดล่วงหน้า ไม่ต้องปล่อยตามยถากรรม เรียกว่า “อมก๋อยโมเดล” ประสบผลสำเร็จดีมาก เริ่มเมื่อช่วงปี 63 ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นโมเดลต้นแบบ ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทำให้ราคาพืชเกษตรหลายตัวราคาดีขึ้นมากเช่น หอมหัวใหญ่ ตอนราคาไม่ค่อยดี 8-9 บาท/กก. ปัจจุบัน 18 บาท/กก. กระเทียมสด ตอนราคาไม่ค่อยดี 9-12 บาท/กก. ปัจจุบัน 25 บาท/กก. หอมแดง ตอนราคาไม่ค่อยดี 7-8 บาท/กก. ปัจจุบัน 14-15 บาท/กก. ส้ม จาก 14-15 บาท/กก. ปัจจุบัน 40 บาท/กก.ลำไยลูกร่วง จาก 11-12 บาท/กก. ปัจจุบัน 17-18 บาท/กก. และลำไยส่งออกไตรมาสแรกปีนี้ +42% มะม่วงน้ำดอกไม้ จาก 30 บาท/กก. ปัจจุบัน 65-70 บาท/กก. กะหล่ำปลี จาก 2-3 บาท/กก. ตอนนี้ 7 บาท/กก. แล้ว เป็นตัวอย่างของการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่ตนมอบเห็นผลชัดเจนทำให้ราคาพืชเกษตรตัวเล็กหลายตัวดีขึ้น

 

วันพรุ่งนี้กรมการค้าภายในโดยอธิบดีกรมการค้าภายใน (นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม ) จะเดินทางไปที่ อ.อมก๋อย เพื่อนำผู้ซื้อจากทั่วประเทศทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้กับพืชเกษตรสำคัญของ อ.อมก๋อย คือ มะเขือเทศพริก บุก ฟักทองและกะหล่ำปลี ซึ่งดำเนินการมา 2 ปี เข้าสู่ปีที่ 3 นำผู้ซื้อรายใหญ่ของประเทศ 9 ราย ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบันเป็นราคานำตลาด เซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถึง 25,200 ตัน ช่วยดึงราคาให้เกษตรกรชาวอมก๋อยและพื้นที่อื่นๆในภาคเหนือ

 

และช่วงเดือนต้นเดือนพฤษภาคม ได้มอบให้อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปเชียงรายอีกจุดหนึ่งด้วย เพื่อทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสับปะรดภูแล ช่วยทำราคาให้สับปะรดดีขึ้น ผลของการดำเนินการอมก๋อยโมเดล เริ่มปี 63 ดำเนินการจนเข้าปี 66 ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าช่วยเกษตรกรได้รวมทั้งหมด 400,000 ตัน สร้างมูลค่าให้เกษตรกรถึง 8,277 ล้านบาท และกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป