วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยช่วงบ่ายวันนี้ ร่วงแรง 19.52 จุด หลังผู้ติดเชื้อโควิดในจีนพุ่ง

หุ้นไทยช่วงบ่ายวันนี้ ( 15มี.ค.)ร่วงแรง 19.52 จุด หรือ 1.18% อยู่ที่ 1,640.63 จุด บล.กสิกรไทย ชี้ตลาดกลับมากังวลยอดผู้ติดเชื้อจีนพุ่ง กดดันเศรษฐกิจ มองเป็นเซ็นทริเม้นต์เชิงลบระยะสั้นต่อหุุ้นไทย กลุ่มคอมมูนิตี้ พร้อมให้แนวต้าน1,645 จุด   และแนวรับ 1,616 จุด ในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายวันนี้ ( 15 มี.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,640.63 จุด ปรับตัวลงแรง 19.52 จุดหรือ 1.18% มูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 48,664.74 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 1,663.32 จุดและต่ำสุดที่ 1640.63 จุด  เหตุยอดผู้ติดเชื้อโควิดในจีนพุ่งทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563  กดดันตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง5%  และการล็อกดาวน์เมืองเซินเจิ้นเริ่มกระทบภาคการผลิต 

นายสุนทร ทองทิพย์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า  ตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายวันนี้ปรับตัวลงแรง เนื่องจากจีนรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่ 5,154 คน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับแต่ปี 2563  ส่งผลให้ดัชนี HSI -5%

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ -5% บนแรงกดดันจากการที่จีนประกาศล็อกดาวน์เมืองเซินเจิ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และอาจมีการล็อกดาวน์เมืองอื่นๆตามมา

นอกจากนี้จีนยังฉีดวัคซีนแค่เชื้อตายอย่างเดียวด้วย และฉีดนานแล้วจึงมีความเสี่ยงคล้ายกรณีผู้สูงอายุในฮ่องกงที่อายุเกิน 80 ปีมีอัตราการตายกว่า 20% 

 

ทั้งนี้การ ล็อกดาวน์ เมืองเซินเจิ้นจากการระบาดของโควิด-19 เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตโดย Foxconn, Toyota, และ Volkswagen ได้มีการปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อทำ mass testing ก่อนจะกลับมาดำเนินการใหม่ภายใต้โมเดล Bubble and Seal (อันนี้ทำให้ utilization rate ลดลง) ขณะที่ท่าเรือ Yantian ที่เซินเจิ้นซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกยังดำเนินการได้ตามปกติ 

อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทย  ประเมินเบื้องต้นมองเหตุการณ์นี้เป็นเซ็นทริเม้นต์เชิงลบระยะสั้นต่อกลุ่มคอมมูนิตี้ ( Commodities ) เช่น เรือเทกอง น้ำมัน ถ่านหิน เป็นต้น จากดีมานด์ที่ชะลอตัว กลุ่ม gadget และกลุ่ม electronics ของไทยจากปัญหา supply chain disruption และกลุ่มท่องเที่ยว/ขนส่ง เพราะจีนอาจเปิดประเทศช้ากว่าคาด

พร้อมกันนี้ตลาดหุ้นปรับตัวลงจากความกังวลอัตราการเติบโตเศรษฐกิจชะลอตัวโดยเฉพาะจากฝั่งยุโรป และ จีน รวมถึงโอกาสเศรษฐกิจถดถอย ( Recession)  ถูกปรับขึ้นจาก 15% เป็น 30-35%  ในขณะที่ปัจจัยบวกระยะสั้นจากเฟด คาดว่ายังไม่เห็นตอนนี้ (เห็นปลายปี) 

พร้อมให้กรอบแนวต้าน1,645 จุด   และแนวรับ 1,616 จุด ในสัปดาห์นี้ แนะนำเลี่ยงธนาคารและ global play พลังงาน ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์  ลงมาซื้อ finance  นำโดย Aeonts, Thani  และโรงไฟฟ้า  GULF  อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2วันนี้คาดว่า แรงซื้อจะหายเพราะคนรอดูผลการประชุมเฟด จากนั้นดัชนีดาวน์โจนส์อาจเป็นตัวนำ รีบาวด์ช่วงสั้นๆได้