วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นทดสอบ 1,650 (ประจำวันที่ 31 มกราคม 2565)

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นในแดนบวก หลังจากช่วงก่อนหน้าดัชนีย่อตัวแรง ตลาดซึมซับปัจจัยความกังวล นโยบายทางการเงินของ FED ที่มีท่าที Hawkish ไปพอสมควร โดยหุ้นในกลุ่มค้าปลีก และอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่น

เช่น CPALL, MAKRO, CPN, LH, BJC ส่วนหุ้นอิเล็กทรอนิกส์เผชิญแรงขายต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,639.51 จุด +5.34 จุด +0.33% มูลค่าการซื้อขาย 77,730 ลบ. ต่างชาติ -1,004.75 ลบ. TFEX +25,448 สัญญา ตราสารหนี้ -3,349.77 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด เพิ่มขึ้น 564.69 จุด +1.65% ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ โดยตลาดได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 21 เซนต์ +0.24% ปิดที่ 86.82 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 2% ในรอบสัปดาห์ ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าปริมาณน้ำมันจะตึงตัวในตลาดโลก เช้านี้ราคาน้ำมันพุ่งแรงจากมีข่าวกบฎฮูตียิงขีปนาวุธหวังถล่ม UAE
+ องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) อนุมัติให้ใช้ยาต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์สำหรับรักษาผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยขั้นรุนแรง ขณะที่ยุโรปกำลังพยายามอย่างหนักในการรับมือไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน
+ IMF แนะนำให้ BOJ ยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านเงินเฟ้อ และแนะนำให้ กำหนดเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสำหรับพันธบัตรที่มีอายุไถ่ถอนสั้นลงด้วย
+ กรมทางหลวงทุ่มงบประมาณ 4.5 พันล้านบาท ลุยขยายมอเตอร์เวย์เชื่อมอู่ตะเภา รองรับการเดินทางในพื้นที่ EEC วางไทม์ไลน์ตอกเสาเข็มปลายปี 65 การันตีพร้อมเปิดใช้ทันสนามบินอู่ตะเภาในปี 68
+ กรมสรรพากรผ่อนปรนเว้นเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้กำกับ ก.ล.ต.ทั้งภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ภาษีมูลค่าเพิ่ม และยังให้นำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกัน
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 8,008 ราย ATK 2,065 ราย มีผู้เสียชีวิต 16 ราย รักษาหาย 8,215 ราย

 

 

 

ปัจจัยลบ 

- IMF เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นมากแต่ไม่สมดุลเนื่องจากมียอดการอุปโภคบริโภคที่อ่อนแอ รวมถึงความไม่แน่นอนจากการใช้มาตรการปราบปรามธุรกิจในภาคเทคโนโลยี และภาคการผลิตที่ชะลอตัว
- โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5 ครั้งในปี 2565 เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง โดยมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมี.ค.
- คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธที่ยังไม่ทราบชนิดอย่างน้อย 1 ลูกลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 7 ในเดือนนี้
- สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในปี 64 ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพียง 427,869 คน ลดลง 93.62%YoY ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ 500,000 คน

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่นักลงทุนยังวิตกกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,630-1,650 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM
• ได้ประโยชน์จากมาตรการ EV : EA NEX GPSC BCPG FORTH
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 : ERW CENTEL MINT AOT AAV BA ASAP
• หุ้น Value Play KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                               CPN “มุมมองบวก - คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว”

                                             (Bloomberg Consensus 65.00 บาท)

•ผบห.เล่าภาพการเติบโตและกลยุทธ์ที่จะใช้ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ (2022-26) บนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้บริษัทหันไปให้ความสาคัญกับ 1) ช่องทางขายทั้ง Offline และ Online ให้มีความเชื่อมโยงกัน (Omni Channel) 2) Synergy กับ Partners (CRC, The One, JD Central และ MegaBangna) และ 3) เน้นพัฒนากลุ่ม Non-Retail มากขึ้น (Office, Hotels และ Residential) ซึ่งจะผันตัวกลายเป็น Mixed-Use Developer ทาให้สัดส่วน Retail Prop. กับ Non-Retail ในปี 2026 จะปรับเป็น 72% และ 28% จากปี 2021 อยู่ที่ระดับ 80% และ 20%

•ผบห.คาดรายได้จะฟื้นกลับเท่ากับก่อนช่วงสถานการณ์โควิด-19 (ปี 2019) อาจใช้เวลาอีกราว 1-2 ปี อย่างไรก็ดี คาดผลประกอบการในปี 2021 จะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว และคาดรายได้ปี 2022 ฟื้นโตราว 25-30% (จากฐานต่ำ) โดยหลักแล้วจะมาจากส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ซึ่งปรับลดลงเป็นราว 15-20% จากปี 2021 ที่ให้ส่วนลดราว 50% ขณะที่ แนวโน้มรายได้ช่วง 5 ปีต่อจากนี้ (2022-26) จะเติบโต CAGR เฉลี่ย 14-16% ต่อปี ซึ่งบริษัทมีหลายโครงการที่รอเปิดให้บริการในอนาคต อาทิ Central จันทบุรี (2022) , Dusit Central Park (2024) และอีกกว่า 10 โครงการที่อยู่ในแผนซึ่งอยู่ภายใต้ทั้ง GLAND และ SF

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อแผนการเติบโตของ CPN ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ และคาดผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา คาดปี 2022 จะฟื้นโตดีทั้งกลุ่มธุรกิจเดิมและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SF ในโครงการ JV – MegaBangna ที่คาดจะบันทึกเข้ามาเพิ่มปีละราว 400 ลบ. เบื้องต้น Bloomberg คาดกำไรปี 65 ราว 9,625 ลบ. +59%YoY

 

หุ้นมีข่าว

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนเพื่อหวังโจมตี UAE ในช่วงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ (30 ม.ค.) โดยนับเป็นครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่กลุ่มกบฎฮูตีก่อเหตุโจมตี UAE ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวร่วมสำคัญของกองกำลังพันธมิตรภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กลุ่มกบฎฮูตีได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่านซึ่งเป็นคู่ปรับของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) พุ่งขึ้น 94 เซนต์ หรือ 1.08% แตะที่ 87.76 ดอลลาร์/บาร์เรล (ที่มา อินโฟเควสท์)

ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อ PTTEP (Bloomberg Consensus 145.00 บาท) เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการ 1Q65 จะเติบโตต่อเนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีปันผลอีก 3 บาทรวมปันผลปี 64 ที่ 5 บาทคิดเป็น 3.9%

(+) SAT (Bloomberg Consensus 27.25 บาท) เตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ "Tron E" จากไต้หวัน ลุยประกอบรถบัสไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า มองเป็นเทรนด์ที่ต้องมา สอดคล้องกับนโยบายรัฐ คาด 3-5 ปี เห็นผลชัดเจน ส่วนปี 2565 มองอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวแรง คาดผลงานโตมากกว่าอุตสาหกรรม (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TU-RBF (Bloomberg Consensus 26.00 , 22.70 บาท) TU-RBF-อะแวนติ กรุ๊ป ร่วมตั้งบริษัทร่วมทุน ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านรูปีอินเดีย ลุยธุรกิจส่วนผสมอาหารในอินเดีย ชี้เป็นตลาดใหญ่เติบโตเร็ว สำหรับธุรกิจวัตถุดิบที่ใช้ในส่วนผสมของอาหาร ทั้งวัตถุดิบ สารปรุงแต่งรส สีและ Food Coating (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NUSA (Bloomberg Consensus - บาท) “ณุศาสิริ” คาดงบปี 65 พลิกมีกำไร เริ่มเห็นได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 หลังปรับโครงสร้างรุกธุรกิจสุขภาพ-พลังงานมากขึ้น ตั้งเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท จ่อล้างขาดทุนสะสม 3,435 ล้านบาท ภายในปี 66 ยันออกหุ้นเพิ่มทุนให้ PP แลกหุ้น WEH มองผลตอบแทนจากปันผลที่ดี ไม่ใช่การแบ็กดอร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งสปินออฟ “เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ฯ” เข้าตลาดหุ้น สรุปความชัดเจนภายในปีนี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)