บรรยากาศตลาดต่างประเทศผสมผสานและรอการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า 1) สหรัฐฯ รายงาน GDP ไตรมาส 3/64 ที่ 2.0% แม้ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 2.8%
แต่ในมุมบวกคือการลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ 2) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยที่ 0% และคง QE ที่ 2 หมื่นล้านยูโร/เดือน ขณะที่ใช้ QE พิเศษช่วยโควิด (Pandemic Emergency Purchase Programme: PEPP) จนถึง มี.ค.65 แม้เงินเฟ้อยูโรโซนจะพุ่งขึ้นสู่ 3.4% ในเดือนก.ย. (สูงสุดในรอบ 13 ปี) เป็นสัญญาณบวกว่ามองเงินเฟ้เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น 3) ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 2-3 พ.ย. นักลงทุนจับตาการเปิดเผยแผนการลดการซื้อพันธบัตรของเฟด ที่อาจกระทบต่อมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และทิศทางเงินทุนระยะสั้น
ประชุม COP26 กับผลกระทบต่อกลุ่มพลังงานทดแทนและถ่านหิน การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัฐฐาสหประชาชาติว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่กลาสโกว์สกอตแลนด์ 31 ต.ค.-12 พ.ย.นี้มีประเด็นสำคัญที่น่าจะเกิดขึ้นและตลาดจับตาคือ 1) สหรัฐฯ จะกลับเข้าสู่ข้อตกลงในการลดคาร์บอน หลังถอนตัวไปในสมัยประธานาธิปดีทรัมป์ 2) จีนเข้าร่วมการประชุม แต่จะมีเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานฟอซซิลและถ่านหินอย่างไร? 3) ประเทศไทย คาดจะประกาศลดก๊าซเรือนกระจกลง 20-25% (จากปี 2548) ภายในปี 2573 // เรามองการประชุม COP26 จะทำให้กระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน และรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกถูกกล่าวถงหรืออยู่ในความสนใจของตลาดเพิ่มขึ้น บวกต่อ EA, NEX, SUPER ขณะที่กลุ่มถ่านหิน อาจต้องระมัดระวังจิตวิทยาเชิงลบต่อมุมมองถ่านหินระยะยาว หากที่ประชุมยังคงมีมุมมองคงเป้าหมายการปรับลดการใช้ถ่านหิน
ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) พลังงานทดแทนและรถไฟฟ้ารับ COP26 ดีกับ EA, NEX, SUPER 2) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP 3) ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, BLA, TIPH, THRE (แต่อาจต้องระวังการเคลมประกันโควิด) 4) หุ้นธีมเปิดเมือง CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 5) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 6) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ได้แก่ SPALI, QH, PSH, ORI, LPN, LH, AP (ตามลำดับ) 7) เก็งกำไรทางเทคนิค EGCO, GPSC, GULF, BGRIM, CBG, BDMS, PM, SGF
ภาพรวมกลยุทธ์: การอ่อนตัวหลุด 1,627-1,630 ทำให้มีโอกาสลดกรอบการเล่นลงมาอยู่ในโซน 1,600-1,630 จุด ก่อนขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด ช่วงปลายปี แต่ด้วยภาพทางเทคนิคที่เป็นลบระยะสั้นจะทำให้กลุ่มโภคภัณฑ์และเปิดเมืองมีโอกาสโดนยทำกำไร ขณะที่กลุ่มปลอดภัยและ Laggard มีโอกาสเป็นที่พักเงิน //หุ้นแนะนำ: NEX*, WHART*, FSMART*, SUPER*
แนวรับ: 1,605-1,620/ แนวต้าน : 1,635-1,650 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
BOJ คงนโยบายเงินและลดประมาณการเงินเฟ้อ – BOJ คงนโยบายเงินตามคาด และลดประมาณการเติบโตและเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในปีนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นยังไม่มีเจตนาที่จะเตรียมยกเลิกนโยบายที่ได้ทำในช่วงวิฤตโควิดในเร็วๆ นี้เหมือนกับธนาคารกลางใหญ่รายอื่นๆ
คลังกัดฟันหั่นจีดีพีเหลือโต1% - จากพิษโควิด-19 ระลอกใหม่ทุบเศรษฐกิจไตรมาส 3 อ่วมติดลบ 3.5% หวังอานิสงส์มาตรการเปิดเมือง-โครงการกระตุ้นใช้จ่าย หนุนเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายฟื้นตัว จับตาไวรัสกลายพันธุ์ทำวัคซีนไร้ประสิทธิภาพ
ศบค.ปลดล็อก 'กรุงเทพฯ' 'สีแดงเข้ม' เหลือ 7 จังหวัด – "ยะลา-นราธิวาส-สงขลา-ปัตตานี-นครศรีธรรมราช-จันทบุรี-ตาก" ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อ ใช้เอกสารดิจิทัลฉีดวัคซีน ผ่อนนิยามผู้สัมผัสเสี่ยงบนเครื่องบิน เผยฉากทัศน์ระบาด หลังเปิดเมืองแรงสุดติดเชื้อวันละหมื่น เข้ม 4 มาตรการหลัก "อัศวิน" มั่นใจ กทม. พร้อมรับนักท่องเที่ยว-ประเมินทุก 7 วัน
รฟม.เปิดร่าง TOR สีม่วงใต้รอบ 2 - รฟม. เผยแพร่ร่าง TOR งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มูลค่า 7.8 หมื่นล้านบาท ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุง) ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนี้ เปิดโอกาสสาธารณชนวิจารณ์ แสดงความเห็นอีกรอบ
ประเด็นติดตาม: - 28 ต.ค. – BOJ meeting, ECB meeting, US GDP 3Q21, US initial jobless claimes / 31 ต.ค. – ประชุม COP26 / 2 พ.ย. – US: FOMC meeting
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









