วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรง เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคและตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากความกังวลเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ในจีนอย่าง Evergrande
ที่กลัวว่าจะเกิดปัญหากระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ประกอบกับในสัปดาห์นี้มีการประชุม FED เรื่องการปรับลดวงเงิน QE ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,603.06 จุด -22.59 จุด -0.37% มูลค่าการซื้อขาย 85,014 ลบ. ต่างชาติ -277.42 ลบ. TFEX +4,521 สัญญา ตราสารหนี้ -3,112.47 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ รัฐบาลเวียดนามเตรียมผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตั้งแต่สัปดาห์นี้ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง และประชากรผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว
+ สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านบวก 1 จุด สู่ระดับ 76 ในเดือนก.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากราคาไม้ที่ปรับตัวลง
+ รัฐบาล ชวนปชช.รับชุดตรวจ ATK ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ลดแพร่ระบาดโควิด-19 วงกว้าง
+ อนุทิน รมว.สาธารณสุขย้ำว่าการเปิดประเทศต้องรอศบค.ตัดสินใจ คาดฉีดวัคซีนครบตามเป้าภายใน พ.ย.64
+ ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 10,919 รายต่ำสุดในรอบ มีผู้เสียชีวิต 143 ราย รักษาหาย 11,694ราย
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 614.41 จุด -1.78% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดร่วงลงเป็นเปอร์เซ็นต์ในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 70.29 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมัน
- ปัญหาสภาพคล่องของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ บริษัทอสังหาฯอันดับ 2 ของประเทศจีนทำให้นักวิเคราะห์จากบริษัทอัลไลแอนซ์เบิร์นสไตน์เตือนว่าบริษัทในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนักมีความเสี่ยงสูงที่จะล้มละลาย หลังจากที่บริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้
- ผู้เชี่ยวชาญเผยโควิด-19 คือสัญญาณเตือนให้รับมือวิกฤตขยะอาหารในเอเชียตอ.เฉียงใต้
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยนักลงทุนกังวลว่าการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ประกอบกับจับตาการประชุมเฟดในช่วง 21-22 ก.ย. คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,586-1,610 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น Cyber Security SECURE AMR DITTO VCOM
• หุ้น Domestic Play ADVANC CPALL BTS BEM TNH
หุ้นรายงานพิเศษ
SIMAT – คาดผลการดำเนินงานเร่งตัวช่วง 2H64
(แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 7.10 บาท)
•ผลการดำเนินงานใน 2Q64 มีรายได้ 250 ลบ ลดลง 1.7% QoQ เพิ่มขึ้น 10.5%YoY รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากในส่วนของธุรกิจซิลค์สกรีนพริ้นติ้ง มีต้นทุนที่ 149 ลบ. ลดลง 7.4%QoQ และ ลดลง 11.6%YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิด Economy of Scale ทำให้มีกำไรสุทธิที่ 32 ลบ. เติบโต 88%QoQและ 1,203%YoY จากฐานที่ต่ำในปี 63 ที่มีการล็อคดาวน์ในช่วง 2Q63
•ความเห็น กำไร 1H64 คิดเป็น 38%ของประมาณการกำไรปี 64 ที่ 128 ลบ. คาดผลการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้นในช่วง2H64 โดยไตรมาส 4 จะเป็น high season ของธุรกิจฮินซิซึ (HST) โดยคาดการณ์กำไรปี 64 ราว 128 ล้านบาทเติบโต 146%YoY และคาดกำไรปี 65 ที่ 166 ลบ.เติบโต 44%YoY
•แผนยื่นไฟลิ่งบริษัท HST ซึ่งถือหุ้น 70% ภายในปี64 เป็นไปตามแผนเดิม เพื่อระดมทุน นำเงินไปขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และก่อสร้างโรงงานใหม่ ส่วนธุรกิจ อินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ (SINET) คาดจะเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากการร่วมมือกับทาง บริษัทในเครือเจริญเคเบิลทีวี ฝ่ายวิจัยจึงคงคาแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสมปี 65 ที่ราคา 7.10 บาท มี upside ราว 31%
หุ้นมีข่าว
(+) JR ( ฺBloomberg Consensus - บาท) กางแผนปี 2565 ลุยประมูลงานเพิ่ม 7,180 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันตุน Backlog มูลค่ากว่า 5,400 ล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงปี 2567 "จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ" ส่งซิกรายได้ปีนี้เติบโตสองเท่าจากปีก่อน ครึ่งปีหลังจ่อบุ๊กงานในมือไม่ต่ำกว่า 1,487 ล้านบาท มุ่งเจาะฐานลูกค้ากลุ่มน้ำมันและก๊าซ ขยายช่องทางรับทรัพย์เพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ITEL ( ฺBloomberg Consensus 5.07 บาท) แย้มอยู่ระหว่างเจรจา สกมช. ร่วมมือพัฒนาบุคลากรในธุรกิจไซเบอร์ซีเคียวริตี้ คาดชัดเจนปีหน้า ฟากบิ๊กบอส "ณัฐนัย อนันตรัมพร" ตั้งธงรายได้ปี 65 โตต่อ 20-30% New S-Curve หนุน แย้มมีดีลควบรวมกิจการบริษัทไอที ลั่นเครื่องมือทางการเงินพร้อม จ้องชิงงานเติมพอร์ตอีก 2.5 พันล้านบาท จากแบ็กล็อกปัจจุบัน 3.17 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TU-RBF ( ฺBloomberg Consensus 24.30 , 22.30 บาท) TU ประกาศทุ่มงบลงทุน 3 พันล้านบาท ซื้อบิ๊กล็อตหุ้น RBF 10% ที่ราคาเฉลี่ย 15 บาท/หุ้น หวังซินเนอร์ยี่สร้างโอกาสการเติบโต ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าให้เป็น “Smart Food Ingredient หรือ อาหารแห่งอนาคต” ในตลาดโล (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) RT ( ฺBloomberg Consensus 2.46 บาท) ลุ้นโควิด-19 คลี่คลาย หนุนผลงานไตรมาส 4/2564 ฟื้นตัว เดินหน้าลุยประมูลโครงการต่อเนื่อง คาดภายในสิ้นปี 2564 โกยงานใหม่ดัน Backlog แตะ 7,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีงานในมือกว่า 3,595.89 ล้านบาท ด้านผลการดำเนินงานปี 2564 คาดทำได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 2,862.99 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)








