ทองย่อมเป็นทอง
Event
กลยุทธ์การลงทุนกลุ่มกองทุนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดต่อเนื่อง
Key highlights
หาจุดที่เลวร้ายที่สุดของสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย
ช่วงสี่เดือนที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสามในประเทศไทย สะท้อนว่าสถานการณ์ยังคงเลวร้ายลงไปอีกในเดือนกรกฎาคม โดยยอดผู้ติดเชื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 10,404 ราย/วันระหว่างวันที่ 1–29 กรกฎาคม (จาก 1,210 รายในเดือนเมษายน, 3,053 รายในเดือนพฤษภาคม และ 3,317 รายในเดือนมิถุนายน) ทั้งนี้
เราเคยระบุไว้ในเดือนที่แล้วว่า การระบาดระลอกสามนี้จะกินเวลานานกว่าระลอกแรกและระลอกสองเรายังคงเป็นห่วงการที่ประเทศไทยมีแผนจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนแล้วใน 4Q64 และมองว่าบางกองทุนที่ต้องพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับผลกระทบจาก i) มาตรการของรัฐบาลที่เข้มงวดขึ้นเพื่อคุมการระบาดในช่วง 3Q64 และ ii) จำนวนนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในประเทศไทยน้อยกว่าที่คาดไว้ใน 4Q64 ดังนั้น เราแนะนำให้หลีกเลี่ยง CPN Retail Growth Leasehold (CPNREIT.BK/CPNREIT TB) และ BTS Rail Mass Transit Growth Infrastructure Fund (BTSGIF.BK/BTSGIF TB) จนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัว (เช่น การผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาด)
เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนในบางกลุ่มธุรกิจ
จากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยสองระลอกแรก เราเชื่อว่านักลงทุนบางกลุ่มกำลังมองหาการลงทุนที่ปลอดภัยมากขึ้นในกลุ่ม PFund-REITs-IFF ในช่วงที่ยังมีความไม่แน่นอนถึงแม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอีกสองสามเดือนข้างหน้า
แต่การเลือกจังหวะการลงทุนที่ถูกต้องจะทำให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น เรามองว่า กองทุนที่มีพื้นฐานทางธุรกิจแข็งแกร่งยังดูน่าสนใจ เนื่องจาก i) ผันผวนน้อยกว่าในช่วงที่เกิดโรคระบาด ii) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และ iii) upside จากราคาหน่วยที่ไม่แพง
Grande Royal Orchid Hospitality Real Estate Investment Trust (GROREIT.BK/GROREIT TB)
ประสบความสำเร็จในการทำ IPO โดยมีเงื่อนไขซื้อคืน
ก่อนหน้านี้ เราแนะนำ GROREIT ซึ่งออกจำหน่ายหน่วยลงทุนผ่าน IPO ในช่วงวันที่ 28 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม โดยกอง REIT นี้มีมูลค่ารวม 4.5 พันล้านบาท ซึ่งเข้าจดทะเบียนใน SET และเริ่มซื้อขายในวันที่ 21 กรกฎาคม เราชอบกองทุนนี้ เนื่องจาก i) ศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในอีกสองสามปี
ข้างหน้า ii) คุณภาพสินทรัพย์ (freehold) และทำเลที่ดี iii) มีระบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดีโดย Marriott และ iv) มีเงื่อนไขซื้อคืนภายในห้าปี (กอง REIT แรกในประเทศไทยที่มีการกำหนดเงื่อนไขนี้) ที่สำคัญ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างน้อย 6% ต่อปี ในขณะที่ผลตอบแทนของ
กองทุนอาจจะสูงถึง 8% ถ้าหากเจ้าของสินทรัพย์ (“Royal Orchid Hotel (Thailand)” (ROH.BK/ROH TB)) ซื้อหน่วยลงทุนคืนก่อนกำหนด
Recommendation
ถึงแม้ว่า COVID-19 จะกลับมาระบาดระลอกสามในประเทศไทย แต่เรายังชอบ JASIF, HREIT, DIF,ALLY และ GROREIT โดยมองว่ากองทุนเหล่านี้มีความโดดเด่นในแง่ของ i) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง (>8%), ii) ราคาต่อ NAV ต่ำกว่า 1x และ iii) ผลการดำเนินงานมีความมั่นคง และ
iv) yield gap อยู่ในระดับที่น่าสนใจ
Risks
สถานการณ์ COVID-19, เศรษฐกิจชะลอตัวลง, การเมืองขาดเสถียรภาพ









