หุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ ( 20 ก.ค.) ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,545.57จุด ปรับลง 10.44 จุด หรือลดลง 0.67% มีมูลค่าซื้อขายรวม 25,574.13 ล้านบาท โบรกฯชี้ความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอจากการระบาดของโควิดเดลต้า มองแนวรับ 1,510-1,535 จุด แนวต้าน 1,565 จุด
ความเคลื่อนไหวหุ้นไทย เปิดตลาดวันนี้ (20ก.ค.) ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,545.57จุด ปรับลง 10.44 จุด หรือลดลง 0.67% มีมูลค่าซื้อขายรวม 25,574.13 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 1,552.38 จุดหรือ ลดลง 3.63 จุด และต่ำสุดที่ 1,545 จุด ลดลง 10.58 จุด ภาพรวมการลงทุนโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะ ระมัดระวัง จากความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอจากการระบาดของสายพันธ์เดลต้า และแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มเครื่องมือแพทย์ในภาวะการระบาดยืดเยื้อ ทิศทางตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 ปีนี้ยังมีความเสี่ยงขาลง
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย)เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นช่วงเช้าวันนี้ (20ก.ค) จากความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอจากการระบาดของสายพันธ์เดลต้า ทำให้ภาพรวมการลงทุนอยู่ในภาวะระมัดระวัง ตัวเลขการระบาดของผู้ติดเชื้อโควิดที่กลับมาเร่งตัวขึ้นเนื่องจากการระบาดของสายพันธ์เดลต้า ทำให้เกิดความกังวลเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมาตลอดจะเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวหรือผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการและความต้องการใช้สินค้าโภคภัณฑ์
สอดคล้องกับมุมมองของเราตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าประเด็นความตึงตัวของ Valuation เป็นจุดที่นักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจ ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงปรับพอร์ตของนักลงทุนก่อนการเริ่มลด QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจทำให้เกิดแรงกดดันจากเงินทุนเคลื่อนย้าย นักลงทุนควรติดตามการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ ที่จะกระทบกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงในช่วง 1-2 เดือนนี้
นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มเครื่องมือแพทย์มีโอกาสถูกหยิบมาเก็งกำไร สถานการณ์ระบาดในภาพรวมของโลกแม้จะยืดเยื้อ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหลังมีการค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การระบาดที่เกิดหนักในรอบนี้เกิดในกลุ่มประเทศที่ยังได้รับวัคซีนในระดับต่ำ (หรือกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในสัดส่วนที่สูง)
ขณะที่การระบาดในกลุ่มผู้ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง เช่นที่เกิดในสหรัฐ และอังกฤษ มีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำลงอย่างมากแม้จะมีการผ่อนคลายข้อกำหนดวนการควบคุมการระบาด ทำให้หุ้นถุงมือยางแม้น่าจะมีผลประกอบการสูง แต่จะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนัก ขณะที่สถานการณ์ระบาดในประเทศ และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยวิกฤติ
รวมถึงการปลดล็อคให้ใช้ชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน (Rapid test kit) จะส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มเครื่องมือทางการแพทย์ อาทิ SMD (PER 31.63x), TM (PER 44.21x), WINMED (PER 52.47x), BIZ (PER 35.35x) จากความต้องการเครื่องมือรักษาในภาวะวิกฤติและวัสดุสิ้นเปลือง อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการหุ้นบางตัวที่ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอคำสั่งซื้อได้เช่นกัน การเก็งกำไรจึงควรติดตามข้อมูล และกำหนดกลยุทธ์ในการตัดขาดทุน
นายกิจพณ กล่าวว่าสำหรับดัชนีตลาดหุ้่นไทยในวันนี้มองแนวรับ 1,510-1,535 จุด และ แนวต้าน 1,565 จุด และยังคงมุมมองระมัดระวังและความเสี่ยงของไตรมาส 3 ปี2564 ที่ 1,450-1,520 จุด ตั้งแต่ช่วงปลาย มิ.ย.
โดบยังคงย้ำเตือนถึงความเสี่ยงทางลงของหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี2564 จากปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ 1) ความตึงตัวของ Valuation 2) ความเสี่ยงของการปรับประมาณการลง จากเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดในประเทศ 3) ความเสี่ยงของเงินทุนเคลื่อนย้ายเนื่องจากการเตรียมลด QE ของเฟด 4) ความเสี่ยงของน้ำมันและโภคภัณฑ์ที่มีโอกาสปรับลดลงในระยะสั้น
ด้านกลยุทธ์การลงทุน เน้นเพียงเลือกเก็งกำไรรายตัวระหว่างรอจุดซื้อที่ดี ภาพรวมยังเน้นบริหารความเสี่ยง และปรับสมดุลให้ในพอร์ตมีเงินสดมากพอหากโอกาสซื้อเกิดขึ้น
รวมถึงมองหุ้นปันผลและหุ้นปลอดภัยที่ยังมีการถือครองน้อย (under-owned) คาดเป็นแหล่งพักเงินที่ดีและมีความเสี่ยงต่ำ หุ้นปันผลและกองรีทส์ ADVANC, AIMIRT, WHART, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW
ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อน เป็นบวกต่อกลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL









