ยอดส่งออกพ.ค.64 ขยายตัวสูงในรอบกว่าทศวรรษ โดยมีมูลค่าสูง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 41.6% สะท้อนกิจกรรมการค้าและอุปสงค์โลกในปีนี้ที่เริ่มมีทิศทางฟื้นตัว
นางสาวภัทราพร คุ้มสะอาด เศรษฐกรปฏิบัติการ สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลังการส่งออกสินค้า เครื่องยนต์สำคัญทางเศรษฐกิจของไทยซึ่งมีขนาดพอ ๆ กับการบริโภคภายในประเทศ ระยะที่ผ่านมาการส่งออกของไทยทยอยปรับตัวดีทั้งในตัวของมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการเติบโตที่ต่อเนื่องหลายเดือนติดต่อกัน
ในภาพรวมล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้มีการแถลงตัวเลขไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การส่งออกของไทยในเดือน พ.ค. 64 มีมูลค่าสูงถึง 23,058 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 41.6% เมื่อเทียบรายปี ดีกว่าเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 13.1% ทั้งนี้ นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบเกือบ 11 ปี นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 53
การส่งออกที่ขยายตัวสูงมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปัจจัยในเชิงเทคนิคด้านฐานที่มีมูลค่าต่ำในช่วงปีก่อน และกำลังซื้อและการผลิตของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง สหรัฐฯ และจีน ที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและดัชนีคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ของโลก แสดงถึงกิจกรรมการค้าและอุปสงค์โลกในปีนี้ที่เริ่มมีทิศทางฟื้นตัว
ประกอบกับราคาพลังงานตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นในระยะนี้ ตามทิศทางความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น สร้างอานิสงส์ต่อการส่งออกกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันขยายตัวได้สูงตาม ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มดังกล่าวเติบโตได้ถึง 76% จากการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนเป็นหลัก
นอกจากนี้ รายการสินค้าส่งออกสำคัญที่เติบโตในช่วงดังกล่าวเช่นเดียวกัน อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 170.3% เมื่อเทียบรายปี (เติบโตดีในตลาดออสเตรเลีย เวียดนาม และญี่ปุ่น) กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ฯ ขยายตัว 44.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจากที่บ้านและการเรียนออนไลน์ มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง (เติบโตดีในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และจีน) ผลิตภัณฑ์ยางโดยเฉพาะถุงมือยางขยายตัว 98.1% เมื่อเทียบรายปี (เติบโตดีในตลาดสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์)
ผนวกกับสินค้าดาวรุ่งอย่างผลิตภัณฑ์อาหารของไทย ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง จากวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้บริโภคทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มผัก ผลไม้ สิ่งปรุงรสอาหาร และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 31.9% 25.1% และ 10.6% เมื่อเทียบรายปี ตามลำดับ โดยมีจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เป็นตลาดส่งออกสำคัญ









