ระยอง มักถูกจดจำในฐานะหัวรถจักรทางเศรษฐกิจและเมืองหลวงอุตสาหกรรม ที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
แต่คำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่ท้าทายที่สุดของเมืองในวันนี้คือ “ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ได้แปลงเป็นความยั่งยืนทางสุขภาวะของคนระยองแล้วหรือยัง?”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดระยองพยายามตอบคำถามนี้ผ่านการขับเคลื่อน "ระยองเมืองสุขภาวะ" อย่างเข้มแข็ง เราเห็นการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ การดูแลผู้สูงอายุ และการจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ทว่า ในวันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มขั้นด้วยจำนวนผู้สูงอายุกว่า 13.2 ล้านคน และผู้ป่วยเบาหวานสะสมเกิน 6.3 ล้านคน
คำถามจึงไม่ใช่เพียง “เราจะจัดกิจกรรมสุขภาพเพิ่มอีกกี่ครั้ง” แต่คือ “เราจะติดอาวุธทางข้อมูลเพื่อเป็นเข็มทิศให้กิจกรรมสุขภาพแม่นยำขึ้น และทำให้คนระยองป่วยน้อยลงได้อย่างไร”
จุดแข็งเชิงพื้นที่ ระยองในฐานะ ‘Living Lab’ ของ EEC
ในมิตินวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based Innovation) ระยองมีความพร้อมในระดับโครงสร้างที่หาได้ยากจากที่อื่น
- ความหลากหลายทางประชากร (Urban-Industrial-Rural Mix) มีทั้งสังคมเมือง ชุมชนดั้งเดิม และแรงงานในนิคมฯ การทดสอบนวัตกรรมจึงตอบโจทย์ทั้งมิติเวชศาสตร์ชุมชนและสุขภาวะวัยแรงงาน (Workforce Wellness)
- รากฐานข้อมูลเมือง มีโครงการ Smart City และระบบฐานข้อมูลชุมชน (Community Data Platform) ที่พร้อมต่อยอดสู่ข้อมูลสุขภาพระดับบุคคล
- เอกภาพการบริหารปฐมภูมิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง ซึ่งรับถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. มีความคล่องตัวในการจัดสรรงบประมาณกองทุนสุขภาพในระดับพื้นที่
สิ่งที่ยังขาดอยู่ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “สะพานเชื่อมโยงข้อมูล (Data Bridge)” เพื่อผสานโรงพยาบาลศูนย์ รพ.สต. และชุมชน เข้าสู่วงจรการป้องกันโรคเดียวกัน
‘ไทยแลนด์ระยองเบียนนาเล่’ จากมหกรรมศิลปะ สู่ห้องทดลองสุขภาวะเมือง (Urban Wellness Sandbox)
การนำเทคโนโลยีสุขภาพ (Health Tech) มาใช้จะไม่มีวันสำเร็จหากถูกจำกัดอยู่เพียงในกรอบของสถานพยาบาล โอกาสครั้งสำคัญของระยองจึงอยู่ที่การเตรียมเป็นเจ้าภาพมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Rayong 2027
งานศิลปะระดับโลกไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงเวทีจัดแสดงความงามทางสายตา หากแต่คือพื้นที่บำบัดจิตใจ (Mental Well-being)
ผู้เขียนในฐานะคณะทำงานขับเคลื่อนระยองเมืองอัจฉริยะ จึงได้เสนอแนวคิด " Thailand Biennale, Rayong Well-being & Art Sandbox" ภายใต้แกนคิด "Art Heals, Tech Guides ศิลปะเยียวยาใจ เทคโนโลยีดูแลกาย"
เพื่อเปลี่ยนเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติให้กลายเป็นห้องทดลองสุขภาพเชิงรุกของเมือง
- เปลี่ยนเส้นทางศิลปะเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพ (Active City) การเดินเท้าชมชิ้นงานศิลปะตามหมุดประวัติศาสตร์และชุมชน ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบบันทึกก้าวเดินและคำนวณการเผาผลาญพลังงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Glu+Me) เปลี่ยนการเสพศิลปะเป็นการออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัว
- AI สุขภาพที่เข้าถึงวิถีชีวิต ติดตั้งจุดบริการสุขภาวะดิจิทัลและ AI Coach ที่ให้คำแนะนำโภชนาการและพฤติกรรมเฉพาะบุคคลแก่นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ณ จุดจัดแสดงหลัก
- ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและจิตใจ ผสานกิจกรรมศิลปะบำบัด เข้ากับเมนูอาหารสุขภาพจากผลผลิตพื้นถิ่นระยอง (Healthy Local Gastronomy)
- สร้าง ‘Smart อสม.’ และทูตสุขภาวะ หนุนเสริมเครือข่าย อสม. และเยาวชน ให้ใช้เครื่องมือดิจิทัลนำชมศิลปะควบคู่กับการเก็บข้อมูลสุขภาพชุมชน
ที่สำคัญที่สุด ข้อมูลและระบบติดตามสุขภาพที่เกิดขึ้นในเทศกาลนี้จะไม่สูญเปล่าเมื่อนิทรรศการจบลง แต่จะถูกเปลี่ยนให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐานสุขภาวะถาวร" ที่เชื่อมเข้ากับระบบปฐมภูมิของจังหวัดต่อไป
บูรณาการทุกมิติสู่โมเดล Win-Win
เมื่อ Health Tech ผสานเข้ากับเมือง ทุกภาคส่วนจะได้รับคุณค่าร่วมกัน
- อปท. และ อบจ.ระยอง มีเครื่องมือวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analytics) ชี้เป้าชุมชนที่ต้องเฝ้าระวัง ช่วยให้การจัดสรรงบประมาณกองทุนสุขภาพแม่นยำและคุ้มค่า
- โรงพยาบาลระยอง มีระบบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นโรค (Pre-diabetes) นอกโรงพยาบาล ช่วยลดความแออัดในคลินิก NCDs และลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- เครือข่าย อสม. ลดภาระงานเอกสารด้วยระบบดิจิทัล ทำให้การดูแลชาวบ้านตรงจุดและรวดเร็วขึ้น
- ภาคอุตสาหกรรมใน EEC มีแนวทางดูแลสุขภาพเชิงรุกของพนักงาน ลดต้นทุนการลาป่วย และหนุนเสริมภาพลักษณ์เมืองน่าลงทุน
3 กลไกนโยบาย สู่ ‘Rayong Health Intelligence City’
เพื่อให้แนวคิดนี้ลงหลักปักฐานได้อย่างแท้จริง จังหวัดระยองสามารถขับเคลื่อนผ่าน 3 หมุดหมาย
1. จัดตั้ง Health Data Sandbox เปิดพื้นที่บูรณาการข้อมูลสุขภาพระหว่าง อบจ., โรงพยาบาลระยอง, สถาบันการศึกษา และผู้พัฒนานวัตกรรม ภายใต้มาตรฐาน PDPA
2. ขยายผล AI สู่ระบบปฐมภูมิ ต่อยอดจากการนำร่องในเทศกาลเบียนนาเล่ สู่การดูแลกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและผู้สูงอายุ 300-500 รายใน รพ.สต. ถ่ายโอน เพื่อวัดผลลัพธ์ทางคลินิก (เช่น HbA1c) ควบคู่กับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข
3. ยกระดับสู่ Outcome-based KPIs ขยับตัวชี้วัดของเมือง จากการนับ "จำนวนครั้งของการจัดอีเวนต์" สู่ "สัดส่วนกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าสุขภาพดีขึ้นจริง"
ในศตวรรษที่ 21 ความสำเร็จของเมืองสุขภาวะไม่ได้วัดกันที่ปริมาณกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละปี หากแต่วัดจาก “จำนวนประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าสู่ประตูโรงพยาบาลตั้งแต่แรก”
หากระยองสามารถผสานพลังชุมชน เข้ากับโครงสร้าง Smart City, มหกรรมระดับโลกอย่างระยองเบียนนาเล่ และเทคโนโลยี Health Tech ได้อย่างสมบูรณ์
ระยองจะไม่เพียงเป็นหัวรถจักรทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่จะก้าวสู่การเป็น “เมืองสุขภาวะอัจฉริยะ (Rayong Health Intelligence City)” ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยี สุนทรียภาพ และข้อมูล สามารถปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน.





