วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยแตะ1,600 จุด โบรกชี้เม.ย.ผลตอบแทนพุ่ง

หุ้นไทยพุ่งแตะ1,600 จุดครั้งแรกในรอบ14เดือน ตามทิศทางหุ้นต่างประเทศขานรับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โบรกคาดสัปดาห์หน้า แนวรับ 1,570 -1,585 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,620 จุดชี้การลงทุนในเดือน เม.ย.มีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80%

ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ระดับ 1,596.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.15 จุด (+0.07%) สำหรับการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,606.41 จุด ครั้งแรกในรอบ14เดือน และระดับต่ำสุด1,595.31 จุด

ทางด้านมูลค่าการซื้อขาย 76,521.44 ล้านบาท  ด้านนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 593.70  ล้านบาท บัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ289.00 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1,047.51 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,930.21 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ1,596.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.36% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 80,882.75 ล้านบาท ลดลง4.57% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 4.90% มาปิดที่ 472.02 จุด

หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและต่างชาติท่ามกลางแรงหนุนจากการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบไตรมาส 1 ปี 64 ก่อนจะพักฐานช่วงสั้นๆ กลางสัปดาห์ โดยหุ้นไทยดีดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามทิศทางหุ้นต่างประเทศขานรับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มการเงิน วัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยี ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้นและผลการประชุมโอเปกพลัสที่จะเพิ่มกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,570 และ1,585จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,605 และ 1,620 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลก รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด 19 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ตลอดจนการทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส1/64 ของบจ.ไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ บันทึกการประชุมเฟด ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของจีน รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซน จีนและญี่ปุ่น

ฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุ ตลาดหุ้นไทยทดสอบ 1,600 จุด มองว่าตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคยังได้รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยภายนอกอย่างแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐมูลค่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ และยังได้รับแรงหนุนจากการเริ่มมาตรการเปิดเมืองและท่องเที่ยวที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ รวมถึงการขยายการฉีดวัคซีนให้ครบทุกจังหวัดตามการประกาศของ สธ. ส่วนปัจจัยที่น่าติดตามต่อคือการประชุม OPEC+ เพื่อกำหนดทิศทางราคาน้ำมันหลังจากนี้

ด้าน บล.กรุงศรี เผยบทวิเคราะห์ว่า ย้อนสถิติลงทุนเดือน เม.ย.มีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่าลบ โดยข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปี (2554-2563) พบว่า การลงทุนในเดือน เม.ย.ให้ผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมด 8 ปี และมีเพียง2 ปี เท่านั้นที่ให้ผล

ตอบแทนติดลบ หรือสรุปได้ว่าการลงทุนในเดือน เม.ย.มีความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80% คาดเกิดจากการเข้าดักเก็งกำไรก่อนที่บริษัทจดทะเบียนจะประกาศงบไตรมาส 1 ของแต่ละปี