วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังมองแม้ผลตอบแทนพันธบัตรช่วงย่อแต่ระยะยาวเป็นขาขึ้น

ประธานเฟดและรมว.คลังสหรัฐฯ แสดงความเห็นเป็นบวกต่อเศรษฐกิจ

ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนนี้ โดยประธานเฟด นายพาวเวลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังคงอยู่ห่างไกลจากคำว่า "ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์" ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่รมว.คลัง นางเยลเลนคาดว่า เศรษฐกิจจะมีการขยายตัว และมีการจ้างงานเต็มศักยภาพในปีหน้า จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญฯ อย่างไรก็ตามหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล ทั้งจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมและแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3 ล้านล้านเหรียญหสรัฐฯ

หุ้นยุโรปและน้ำมันดิบปรับลงจากแรงทำกำไร และความกังวลการระบาดระลอกที่ 3 ซึ่งความกังวลดังกล่าวยังลามไปถึงความวิตกต่ออุปสงค์ของสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันดิบ ซึ่ง WTI และ Brent ปิดที่ 57.76 และ 60.79 เหรียญฯ ปรับลดลง 6.2% และ 5.9% นอกจากนี้ค่าเงินเหรียญสหรัญฯ ที่แข็งค่าขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันต่อการปรับลดของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ครม.อนุมัติพ.ร.ก.ซอฟต์โลน รวมถึงการตั้งโกดักพักหนี้ (Asset warehousing) ซึ่งจะช่วยเพิ่มสถาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ขณะที่ในกรณีเลวร้ายที่ธุรกิจมีแนวโน้มผิดนัดชำระ ผลกระทบที่จะเกิดกับสถาบันการเงินอย่างธนาคารจะถูกบรรเทาลงด้วยการตั้งโกดังพักหนี้ ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถแยกหนี้ที่มีปัญหาออกมาบริหารจัดการได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้เสีย ทั้งนี้หากมูลหนี้อละดอกเบี้ยสูงกว่ามูลค่าทรัพยืที่ถูกตีชำระ ธนาคารอาจต้องบันทึกส่วนต่างเป็นค่าใช้จ่ายหรือตั้งสำรอง อย่างไรก็ตามเรายังคงมองมาตรการกังกล่าวส่งผลบวกมากกว่าลบต่อกลุ่มธนาคาร วันนี้คาดกนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย มีผลกระทบต่อตลาดจำกัด

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา

ภาพรวมกลยุทธ์ ยังคงมุมมองบวกต่อภาพระยะกลาง ระยะสั้นเน้นเก็งกำไรรายตัว และทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง กองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย การเก็งกำไรกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและแผนบริหารความเสี่ยงจากความผันผวน // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร SCC*, BANPU*, SUPER*, ACE*

แนวรับ 1,550 / แนวต้าน : 1,580-1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

ครม.มีมติเห็นชอบโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 เพิ่มอีก 2 ล้านสิทธิ์ พร้อมมาตรการทัวร์เที่ยวไทยโดยจะสมทบเงินได้ 40% หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน ผ่านบริษัททัวร์นำเที่ยวประมาณ 1 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน และหนุนธุรกิจท่องเที่ยวต่อเนื่องนับจากสงกรานต์ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังปี 2564

ผู้ว่า ธปท.มองสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกค่อนข้างชัดเจน แต่ไทยอาจต้องใช้เวลา โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตได้เท่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 จะอยู่ในช่วงไตรมาส 3/65 แต่อย่างไรก็ตามจะยังเป็นการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติจะใช้เวลา 4-5 ปี ในการฟื้นกลับมาที่ 40 ล้านคน

รับเหมาก่อสร้าง - "คมนาคม" สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเซ็น ลงนามสัญญาภายในเดือนมี.ค.นี้ รถไฟไทย-จีน 4 สัญญา-ระบบด่านเก็บเงิน 2 มอเตอร์เวย์ ตั้งเป้าเบิกจ่ายงบลงทุนเต็ม 100% ภายในส.ค. ทล.ลุยจัดซื้อจัดจ้าง เพิ่ม 74 โครงการ คาดปิดดีล มิ.ย.64

การแพทย์ – การเปิดตัวร.พ.เอกชนหลายแห่ง การแข่งขันศูนย์เฉพาะทาง คาดทำให้ธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันด้านราคา ระหว่างที่รอปัจจัยบวกจากการเปิดประเทสและการอนุมัติให้เอกชนนำเข้าวัคซีน

ประเด็นติดตาม: - 24 มี.ค. : ประชุม กนง., Fed Chair Powell Testifies / 25 มี.ค. : US GDP 4Q20

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)