วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’สุดในรอบ5เดือน แตะระดับ31บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินพักฐาน หลังยุโรปกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง และฝั่งสหรัฐเล็งขึ้นภาษีเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่บอนด์ยิลด์ปรับตัวลดลง ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ด้านเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินดอลลาร์ เปิดตลาดอ่อนค่าสุดในรอบ5เดือนแตะระดับ31บาทต่อดอลลาร์ คาดกนง.จะคงดอกเบี้ยไม่มีผลกระทบ

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ หรือSCBS เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดวันนี้ที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดตลาดสิ้นวันก่อนหน้านี้ที่ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.90-31.10 บาทต่อดอลลาร์

ในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินพักฐาน ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐและดัชนี STOXX 600 ของยุโรปต่างปรับตัวลง0.76% และ 0.13% ตามลำดับ โดยนักลงทุนทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดทำการธุรกิจใหม่ หลังจากที่เยอรมันกลับไปล็อคดาวน์ต่ออีกหนึ่งเดือน

ขณะเดียวกันในฝั่งสหรัฐ ทั้งนางเจเน็ต เยลเลน และนายเจอโรม โพเวลล์กำลังเข้ารายงานความคืบหน้าเรื่องแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจกับคณะกรรมการธุรกิจการเงินของรัฐสภาสหรัฐมีการหารือเรื่องการขึ้นภาษีเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงทำให้นักลงทุนสหรัฐขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงด้วยเช่นกัน

ประเด็นดังกล่าวกดดันให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีปรับตัวลง 5bps กลับมาที่ระดับ 1.64% และราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 6.8% มาที่ระดับ 57.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) อ่อนค่ามากที่สุดในกลุ่ม G10 ถึง 2.0% เนื่องจากมีประเด็นเรื่องควบคุมการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์เข้ามาประกอบ

ส่วนในฝั่งเงินบาท ระยะสั้นโดยพื้นฐานอ่อนค่าตามทิศทางของดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็มีนักเก็งกำไรต่างชาติที่ขายตัดขาดทุนการถือครองเงินบาทเร่งให้เงินบาทอ่อนค่าเร็วขึ้น

สำหรับในวันนี้ มองว่าเงินบาทไม่มีข่าวบวกเพราะทิศทางตลาดทุนไม่ได้สดใส แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะรอฟังผลการประชุมนโยบายการเงินในช่วงบ่าย แต่เชื่อว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยซึ่งไม่มีผลกระทบกับตลาดการเงิน

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมกนง.ในวันนี้ คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% และปรับประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาเล็กน้อยเนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่

ทั้งนี้ ธปท. จะเลือกใช้มาตรการส่งผ่านสภาพคล่องที่มีอยู่มากในระบบการเงินไปสู่ภาคส่วนที่มีความต้องการ อาทิมาตรการ Soft Loans, Asset Warehousing มากกว่าที่จะลดดอกเบี้ยนโยบาย

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท คาดว่า เงินบาทยังคงผันผวนไปตามเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ในระหว่างวัน เงินบาทก็อาจอ่อนค่าลงได้ จากแรงซื้อสกุลเงินต่างชาติของผู้นำเข้า รวมถึง บริษัทต่างชาติญี่ปุ่นที่อาจทยอยเข้ามาซื้อเงินเยนในช่วงปิดปีงบประมาณของบริษัทญี่ปุ่น และ การปิดสถานะ Short USDTHB (Short covering) ของผู้เล่นต่างชาติ หลังจากที่เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องสวนทางกับมุมมองค่าเงินในช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองว่า เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงและหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น (Short USDTHB แล้วจะกำไรมากขึ้น ถ้าถูกทาง)

อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมาก เพราะฝั่งผู้ส่งออกต่างก็รอขายเงินดอลลาร์ที่ระดับใกล้ 31.00-31.10 บาทต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่า การอ่อนค่าเร็วของค่าเงินไม่ใช่เรื่องที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาขายเงินดอลลาร์ (ลด Foreign Reservers) เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท

กรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.95-31.10 บาทต่อดอลลาร์