วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังคงระวังกลุ่มอ่อนไหวจากการขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร

ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เราคาด

โดยผลตอบแทนพันบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นสู่กรอบล่างของโซน 1.70-2.0% ขณะที่ค่าเงินสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมันดิบและทองคำ ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ และการลดลงแรงถึง 8% ของราคาน้ำมันดิบยังมีปัจจัยเร่งอีกทางมาจากการระบาดระลอกสามในยุโรป และการประกาศล็อคดาวน์รอบใหม่ในอิตาลี และบางพื้นที่ในฝรั่งเศส ราคาหุ้นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับลดลงแรงโดย Nasdaq ปิด -3.02% ลดลงมากกว่า DJIA และ S&P500 ที่ -0.46% และ -1.48%

ยังคงกลยุทธ์และมุมมองเดิมคือระวังหุ้นที่อ่อนไหวต่อผลตอบแทนพันธบัตร โดยเราประเมินว่า 1) กลุ่มที่อ่อนไหว และมีความเสี่ยงที่จะกระทบหนัก จะผันผวนแรง โดยเฉพาะ ทองคำ และหุ้นเทคโนโลยี (ที่ Valuation แพง) 2) ค่าเงินสหรัฐฯ อาจแข็งค่า ส่งผลให้ทิศทางเงินทุนระยะสั้นอาจไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ 3) หุ้นที่ขึ้นมาก โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด อาจมีแรงขายล็อคกำไร (แต่อาจฟื้นช่วงสั้นจากข่าวล็อคดาวน์รอบใหม่ในยุโรป) 4) กลุ่มที่น่าในใจและเป็นแหล่งพักเงินจะเป็นหุ้นที่ยังขึ้นน้อย มีการถือครองในช่วงที่ผ่านมาต่ำ (Under-owned) ซึ่งหุ้นที่ยัง Laggard ใน SET50 (นับจาก 25 มี.ค.63) ที่น่าสนใจ ได้แก่ ADVANC, EGCO, BAM, TCAP, RATCH, BJC, DTAC, TU, TOA, OSP, BH, TRUE, CPALL, BTS, SCC เป็นต้น

วันนี้ผันผวนจาก FTSE rebalancing และข่าวผ่อนคลายโควิดอาจเลื่อน คาดตลาดระยะสั้นผันผวนจาก 1) แรงปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบันเนื่องจากการปรับหุ้นใหญ่ตามดัชนี FTSE โดยหุ้นใหญ่ที่ถูกนำเข้าคำนวณได้แก่ DELTA, ขณะที่ BEM, BGRIM, BTS, TRUE, EGCO ถูกลดชั้นลงมาอยู่ดัชนีหุ้นขนาดกลาง สำหรับหุ้นเล็กที่เข้าคำนวณได้แก่ DOHOME โดยมีการปรับ BEAUTY ออกจากดัชนี 2) การผ่นคลายโควิดมีแนวโน้มเลื่อนออกไป หลังมีสัญญาณระบาดและล็อคดาวน์รอบใหม่ในยุโรป รวมถึงการไม่ผ่อนคลายช่วงสงกรานต์ ประกอบกับ MINT ตัดใจขายโรงแรมบางส่วนในยุโรป ซึ่งเป็นจิตวิทยาลบระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มเปิดเมือง

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งลงจากการปรับพอร์ตหุ้นที่อ่อนไหวจากผลตอบแทนพันธบัตร คงมุมมองเชิงบวกต่อภาพระยะกลาง ขณะที่สามารถทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง และพวกกองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำ รวมถึงหุ้นที่ยังขึ้นน้อย // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร SCC*, BLA*, AMA*, ACE*

แนวรับ 1,550 / แนวต้าน : 1,580-1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

แบงก์ชาติอังกฤษคงดอกเบี้ยและวงเงิน QE ตามคาด. ธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.1% สอดคล้องคาดการณ์นักวิเคราะห์พ พร้อมประกาศคงวงเงิน QE ที่ 8.95 แสนล้านปอนด์

ESSO. ประกาศปิดโรงงานพาราไซลีนรับแผนห่วงโซ่จัดหาผลิตภัณฑ์ หันมาเน้นกลั่นน้ำมันสำเร็จรูป เริ่ม เม.ย.64 เป็นต้นไป ขณะที่ IRPC ร่วมบริษัทแม่ PTT ตั้งบริษัทร่วมทุนรุกธุรกิจใหม่ผลิตสินค้า Life science เพื่อทางการแพทย์ คาดเดินเครื่องผลิตภายในไตรมาส 4/64

ส่งออกรถยนต์เดือนก.พ.ฟื้น สอท.เล็งปรับเป้ายอดผลิตในประเทศ. สอท.เผยว่ายอดการผลิตรถยนต์เดือนก.พ.2564 ผลิตได้ 155,200 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.05% สอดคล้องกับยอดส่งออกรถยนต์ที่ 79,470 คัน ที่แม้จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.52%

รถไฟสายสีส้ม ขีดเส้นใน 6 เดือน ได้ผู้ชนะประมูล. วงเงิน 120,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้รฟม. อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน เพื่อจัดทำร่างประกาศเชิญชวนคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนของโครงการฯ

VNT – PTTGC ประกาศทำคำเสนอซื้อ VNT ที่ 39 บาท เพื่อเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์

ประเด็นติดตาม: - 19 มี.ค. : BOJ Meeting, FTSE ปรับน้ำหนักหุ้นไทย, 24 มี.ค. : ประชุม กนง.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)