ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ทำหนังสือถึง ศบค. ออกวัคซีนพาสปอร์ต โดยไม่ต้องกักตัว ภายในเดือนมี.ค. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว คาดจะทำให้นักท่องเที่ยวมาไทยปีนี้มากกว่า 8 ล้านคน หากช้าอาจเสียตลาดให้ประเทศอื่น ส่วนมุมมองเศรษฐกิจไทยปีนี้คาดโต 2.5%
นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า หอการค้าไทย-จีน จะทำหนังสือถึงศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันนี้ (11 มีนาคม 2564) เพื่อให้เร่งมาตรการออกวัคซีนพาสปอร์ต ภายในเดือนมีนาคม 2564 หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปแล้ว โดยเมื่อดำเนินการออกวัคซีนพาสปอร์ตแล้ว ศบค.ควรกำหนดให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนพาสปอร์ต ไม่ต้องกักตัวแล้ว ซึ่งจะช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 8 ล้านคน และคาดว่าในจำนวน 8 ล้านคน จะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยกว่า 2 ล้านคน
ทั้งนี้ หากมีวัคซีนพาสปอร์ต ออกมาภายในเดือนมีนาคม คาดว่านักท่องเที่ยวจะเริ่มเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยได้อย่าช้าสุดภายในเดือนเม.ย. เป็นต้นไป หากรัฐบาลดำเนินการล่าช้าอาจทำให้ไทยสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวให้กับประเทศอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า ส่วนการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนเกิดโควิด-19 คาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 2 ปี หรือประมาณปลายปี 2565 หรือต้นปี 2566
สำหรับ ผลสำรวจความคิดเห็นคณะกรรมการหอการค้าไทย-จีน และสมาคมธุรกิจต่างๆรวม 409 คน ต่อภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโต 1.5-2.5% เนื่องจากยังมีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยใน 5 ด้าน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ต่อเนื่องไปถึงปี 2565 นอกจากนี้ยังกังวลปัญหาเสถียรภาพการเมือง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังคงตกต่ำต่อเนื่อง ปัญหาหนี้ภาครัฐและหนี้ครัวเรือนของไทย และประสิทธิภาพของวัคซีนที่ไทยกำลังทยอยฉีดว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน
ผลสำรวจความคิดเห็นหอการค้าไทย-จีน ส่วนใหญ่เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวมีความจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดังนั้นจึงสนับสนุนให้รัฐบาลออกมาตรการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว และต้องการเข้ามาเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทย โดยขอให้ภาครัฐเร่งรัดการออกนโยบายให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีเวลาเตรียมตัว และนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้วางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้า
นอกจากนี้ การสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการฉีดวัคซีนจะมีส่วนช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย และเห็นด้วยว่าหากต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องกักตัว
ขณะที่ การสำรวจดัชนีเชื่อมั่นในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 เห็นแนวโน้มการขยายตัวทางการค้าไทยและจีน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในเดือนมกราคม 2564 และการค้าไทยและจีนมีมูลค่า 7,579 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.11% ซึ่งผลสำรวจส่วนใหญ่มองการส่งออกไปจีนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจของจีนที่เติบโตต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการเศรษฐกิจจีนปีนี้เติบโต 8.1% เป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกไทย ด้านการลงทุนของนักลงทุนจีนในไทยคาดว่าจะไม่ลดลงและมีทิศทางเพิ่มมากขึ้น
ส่วนธุรกิจรายสาขาที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังคงเป็นธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจพืชผลเกษตร โลจิสติกส์ ธุรกิจบริการสุขภาพ และเกษตรแปรรูป









