วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศุภชัย' หนุนรัฐกู้เพิ่มฝ่าวิกฤติโควิด

“ศุภชัย” ชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตโควิด ไม่หวั่นหนี้สาธารณะพุ่ง ย้ำรัฐจำเป็นต้องกู้เงิน

วันนี้คุณศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัด และอดีตผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการค้าโลก กล่าวปาฐกถาพิเศษ “มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก” ในโอกาสครบรอบ 66 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โดยระบุว่าการระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก มากที่สุดเป็นประการณ์ มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกแล้วมากกว่า 2 ล้านคน แต่อีกมุมก็สามารถค้นคว้าวัคซีนป้องกันโรคระบาดได้เร็วภายในเวลาแค่ประมาณ 11 เดือนเท่านั้น เทียบกับโรคเอดส์ที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัส HIV เอดส์ได้เลย

ทั้งนี้ มองว่าการที่หลายประเทศกำลังเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนจะช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น แต่การฟื้นตัวคงไม่ได้จะราบเรียบเสมอไป เพราะน่าจะมีปัญหาการระบาดกลับมาเป็นระยะ จนกว่าทุกประเทศทั่วโลกจะมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าคงต้องใช้เวลาอีกราว 5-7 ปี

สำหรับประเทศไทยถือว่าควบคุมโรคระบาดได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีสัดส่วนผู้ติดเชื้อเพียงแค่ราว 0.2% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศเท่านั้น ขณะเดียวกันภาครัฐเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผ่านการกู้เงินและออกมาตรการเยียวยาประชาชนในหลายมาตรการ ซึ่งส่วนตัวมองว่าดำเนินการมาถูกทางแล้ว

ขณะที่เรื่องของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพียังไม่น่ากังวล ปัจจุบันอยู่ที่ราว 50% ของจีดีพี ยังไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลัง และแม้ว่าในอนาคตจะต้องมีการกู้เพิ่ม และทำให้หนี้สาธารณะทะลุเพดานที่ระดับ 60% ก็ไม่แปลก เพราะถือเป็นภาวะวิกฤตเร่งด่วน ต้องกู้เพื่อความอยู่รอด หรือ survival economy

ส่วนปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้มีอยู่ 9 ด้าน สอดคล้องกับที่สถาพัฒน์ได้ระบุไว้ ประกอบด้วย การควบคุมโรคระบาด การเมืองต้องมีเสถียรภาพ ช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวและเอสเอ็มอี การเร่งลงทุนของภาครัฐ การขับเคลื่อนการส่งออก การเร่งลงทุนของเอกชน การเตรียมความพร้อมสำหรับภาคการท่องเที่ยว
พัฒนาภาคการเกษตร และการเตรีจมตัวรับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ


ส่วนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม คือ การขับเคลื่อนเรื่องของ green economy การพัฒนาด้านการศึกษา และการพัฒนาเศรษฐดิจชุมชนและเอสเอ็มอีซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ