ดัชนีวานนี้ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 19.82 จุด หนุนด้วยกลุ่ม BANK และ ENERG ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ประกอบกับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกสร้าง Sentiment เชิงบวกให้กับตลาดหุ้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,516.43 จุด +19.82 จุด +1.32% มูลค่าการซื้อขาย 94,278.81 ลบ. ต่างชาติ +4,186.25 ลบ. TFEX -1,182 สัญญา ตราสารหนี้ -3,206 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 237.52 จุด + 0.76% ขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นศก.และการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐช่วยให้มีความหวังว่าศก.จะฟื้นตัวเร็วขึ้น และยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน
+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิด +1.12 ดอลลาร์ +2% ปิด $57.97 ต่อบาร์เรล สูงสุดนับในรอบ 1 ปีเศษ ขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นศก.ของสหรัฐ และการปรับลดกาลังการผลิตของกลุ่มโอเปคและชาติพันธมิตร (โอเปคพลัส)
+ พรรคเดโมแครตประสบความสาเร็จในการผลักดันให้สภาคองเกรสเห็นชอบต่อแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.ไบเดนแบบ fast track โดยใช้แนวทางการจัดทางบประมาณที่เรียกว่า budget reconciliation ช่วยปูทางให้มาตรการกระตุ้นศก.ของปธน.ไบเดนผ่านสภาคองเกรสโดยไม่จาเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน
+ปธ.เฟดคลีฟแลนด์ยันเฟดจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อไปอีกนาน
+อุปทูตจีนเผยรัฐบาลเคาะส่งออกวัคซีนซิโนแวกแล้ว พร้อมส่งมาไทยเร็วที่สุด ตามที่ได้ตกลงกันไว้
ปัจจัยลบ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.155% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.940% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.006% ในช่วงแรก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว
- กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียแถลงรัฐบาลจะห้ามผู้ที่เดินทางจากทุกประเทศเข้าสู่อินโดนีเซียเป็นเวลาอีก 2 สัปดาห์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ โดย อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสม 1,166,079 รายสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน
-พบคลัสเตอร์ใหม่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากถึง 87 ราย ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ของแม่ค้าขายหมูชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
-การเมืองในประเทศมีน้ำหนักมากขึ้นบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลจากกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้า
+/- Forward และ Historical P/E ของตลท.ไทย ณ สิ้นเดือน ม.ค.64 อยู่ที่ระดับ 19.0 เท่า และ 26.0 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลท.ในเอเชียที่ระดับ 14.4 เท่า และ 22.7 เท่าตามลำดับ อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือน ม.ค.64 อยู่ที่ระดับ 2.69% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลท.ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.35%
+/- เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าที่ 29.98 บาทต่อดอลลาร์ ปรับตัวในกรอบแคบหลังจากดิ่งลงอย่างหนักในวันศุกร์ จากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงิน Fund Flow ของนักลงทุนต่างประเทศที่ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง ประกอบกับนักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ในไม่ช้านี้ และราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,530 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นที่ได้ผลดีจากนโยบายไบเดน : BGRIM GPSC EA RATCH BCPG
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการเราชนะ : TNP KK CPALL BJC MAKRO
• คาดผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้น : PTTGC SPRC TOP BGRIM BCP IRPC
หุ้นรายงานพิเศษ
ADVANC Bloomberg Consensus 220 บาท
● ปี 63 รายได้รวม 172,890 ล้านบาท 4.4%YoY จากรายได้จากการให้บริการหลักที่ลดลงซึ่งเป็นผลของโควิด-19 และการแข่งขันที่สูง ด้ามต้นทุนอยู่ที่ 81,641 ล้านบาท คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าคอมมิชชั่นระบบเติมเงินลดลงตามรายได้ที่อ่อนตัว ชดเชยกับต้นทุนโครงข่ายที่สูงขึ้น ส่วน EBITDA เท่ากับ 76,619 ล้านบาท - 2.7%YoY เป็นผลจากรายได้ที่อ่อนตัวชดเชยด้วยการควบคุมต้นทุนที่ดี ด้านอัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 44.3% เทียบกับ 43.5% ในปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ (รวมผลจาก TFRS 16) เท่ากับ 27,434 ล้านบาท -12.1%YoY เป็นผลจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้นจากการเข้ารับใบอนุญาตคลื่นความถี่เพิ่มเติมและการลงทุนโครงข่าย
●บริษัทมองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 64 ยังคงมีความไม่แน่นอนจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่เริ่มในช่วงปลายปี 63 ในขณะที่ภาคธุรกิจยังคงไม่ฟื้นตัวสู่ระดับเดิมในช่วงก่อนการระบาด โดยคาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังมีแนวโน้มที่อ่อนตัวจากผลกระทบของการระบาดที่ยังคงยืดเยื้อและส่งผลต่อระดับรายได้ของทั้งภาคธุรกิจและการจ้างงานที่ลดลง รวมถึงระดับหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าระดับการแข่งขันในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงด้วยการใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่มองหาสินค้าและบริการที่มีความคุ้มค่าเพื่อชดเชยกำลังซื้อที่อ่อนลง
● ความเห็น แม้การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ยังรุนแรงต่อเนื่อง แต่ยังคงความสามารถในการทำกำไรโดยเน้นการบริหารจัด การต้นทุนได้ดี ประกอบกับด้วยกระแสความต้องการอินเทอร์เน็ตบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเอไอเอสไฟเบอร์วางแผนในการขยายความครอบคลุมของบริการในพื้นที่รอบนอกของเมืองหลักที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สูง ขณะที่ราคาหุ้นยังคง Laggard กว่าตลาด แนะนำ “ซื้อสะสม”
หุ้นมีข่าว
(+) DOD (Bloomberg Consensus - บาท) “ดีโอดี” ประกาศพร้อมลุย “กัญชง” เต็มสูบแบบครบวงจร เตรียมยื่นขอใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD-ผลิต-นำเข้า-ส่งออก-จำหน่าย-ครอบครองเมล็ดพันธุ์ พร้อมเดินหน้ารับซื้อกัญชงจากเครือข่ายเกษตรกรระยะยาว วางเป้ารองรับการจำหน่ายและส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) EGCO (Bloomberg Consensus 293 บาท) เตรียมเข้าร่วมร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งเป้าคว้าหลายโครงการในพื้นที่ภาคใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ คาดใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ พร้อมดันโรงไฟฟ้าขนอม 1,800 เมกะวัตต์เข้าบรรจุแผน PDP ฉบับใหม่ ป้อนไฟฟ้าภาคใต้ (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) ITEL (Bloomberg Consensus 3.7 บาท) สตอรี่เด่น เปิดศักราชใหม่ คว้างานกรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยมูลค่า 78.83 ล้านบาท หนุนงานในมือพุ่งกระฉูด ฟาก "ณัฐนัย อนันตรัมพร" แย้มแผนปี 2564 ใส่เกียร์เดินหน้าเสนองานโครงข่ายสื่อสารแก่ภาครัฐและเอกชน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) BPP (Bloomberg Consensus 17.80 บาท) รุกดีลโรงไฟฟ้าใหญ่ 100-1000 MW แย้มครึ่งปีแรกได้ข้อสรุปไม่น้อยกว่า 1 ดีล ตั้งงบลงทุนปีนี้ 200-300 ล้านดอลลาร์ เตรียมกดปุ่ม COD 2 โปรเจ็กต์ปีนี้ ขนาดกำลังรวมกว่า 434 MW มองผลงาน Q1/2564 โดดเด่นกว่าปีก่อนหลัง COD 2 โครงการ 25 MW ปลายปี 2563ดี (ที่มา ทันหุ้น)
ปัจจัยจับตา
ในประเทศ
9 ก.พ. ประชุมครม.
15 ก.พ. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP 4Q63
16-19 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ 20 ก.พ.
สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า
สัปดาห์ที่ 4 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
1 มี.ค. วันนสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4 (ส่งได้ภายใน 2 มี.ค.ก่อนเปิดตลาดเช้า)
ต่างประเทศ
9 ก.พ. สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนธ.ค.
10 ก.พ. จีนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.
สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค.
11 ก.พ. สหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
12 ก.พ. อังกฤษเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. GDP ไตรมาส 4/2563 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.









