ตลาดการเงินเริ่มต้นปีนี้ปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลกและและความเสี่ยงเรื่องการเลือกตั้งสว.ในสหรัฐ อย่างไรก็ตามตลาดจะยังอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและมีโอกาสผันผวนสูงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น บาทอ่อนค่าได้
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์หัวหน้าทีมกลยุทธ์ตลาดการเงินและวางแผนการลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 29.90 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจาก 29.88บาทต่อดอลลาร์ช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน และประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 29.90-30.00 บาทต่อดอลลาร์
ในช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลเรื่องการระบาดของไวรัส และความเสี่ยงเรื่องการเลือกตั้งสว.ในสหรัฐ กดให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 1.4% และดัชนีวัดความกลัวของตลาด VIX Index ปรับตัวขึ้นมาที่ 26.9จุด สูงที่สุดในรอบสองสัปดาห์ แตกต่างกับดัชนี STOXX 600 ของยุโรปที่ปรับตัวขึ้นต่อได้ 0.4%
ด้านตลาดเงิน กลับเป็นดอลลาร์ที่ฟื้นตัวขึ้นได้โดยมีสกุลเงินความเสี่ยงสูงอย่างดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ที่อ่อนค่าลง และปอนด์อังกฤษ (GBP) ที่ย่อตัวจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจหลังจากที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปอย่างเต็มตัว อย่างไรก็ดีราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นต่อมาไปที่ระดับ 1945 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากตลาดมองว่าเงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก สะท้อนจากส่วนต่างของบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีและสองปีที่ห่างกันถึง 80bps สูงที่สุดนับตั้งแต่ตุลาคมปี 2017
ส่วนฝั่งเงินบาท เปิดปีใหม่อย่างแข็งแกร่งด้วยแรงซื้อหุ้นและบอนด์ของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินหยวนก็แข่งค่าแรงถึง 1.0% ในวันเดียวเมื่อเทียบกับดอลลาร์โดยต่ำกว่าระดับ 6.50 หยวนต่อดอลลาร์แล้ว ระยะสั้นแนะนำจับตาทิศทางของตลาดทุนต่อ แม้นักลงทุนบางส่วนจะขายทำกำไรการลงทุนที่ฟื้นตัวในช่วงปีก่อนเช่นในหุ้นสหรัฐ แต่ก็ทยอยเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวมากเช่น Emerging Market ไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดกลับทิศแรง ก็เชื่อว่าจะเห็นเงินทุนไหลเข้าหนุนให้เงินบาทอ่อนค่ายาก
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 29.90-30.05 บาทต่อ ดอลลาร์
ตลาดการเงินเริ่มต้นปี 2564 ด้วยการปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากความกังวลสถานการณ์การระบาดของCOVID-19 ทั่วโลก ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเร็วนี้ ขณะเดียวกัน ความกังวลผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของรัฐจอร์เจียในสหรัฐฯ ก็ได้เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงิน ส่งผลให้ ราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นในฝั่งสหรัฐฯ ย่อตัวลง โดย ดัชนี S&P500 ลดลงราว 1.5% เช่นเดียวกันกับ ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ดิ่งลงกว่า 2.4% สู่ระดับ 47.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ยีลด์ของพันธบัตร 10ปี สหรัฐฯ กลับทรงตัวที่ระดับ 0.91% เนื่องจากตลาดยังกังวลว่า ยีลด์อาจปรับตัวขึ้นได้ต่อ หากพรรคเดโมแครตสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องออกพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณมากเพื่อใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่
อย่างไรก็ดี ภาวะปิดรับความเสี่ยง ได้หนุนให้ สินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ ทองคำปรับตัวขึ้นราว 2.3% สู่ระดับ 1942 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นราว 0.45% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
สำหรับวันนี้ ในฝั่งไทย ตลาดจะรอดู รายงานอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ระดับ -0.4% จากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนราว 20% ขณะเดียวกัน การบริโภคภายในประเทศก็ยังคงซบเซาอยู่จากผลกระทบของการระบาด COVID-19
ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะติดตามรายงานข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโดย ISM (Manufacturing PMI) ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะอยู่ ณ ระดับ 56.5จุด ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 57.5จุด สะท้อนถึงการะลอตัวลงของภาคการผลิตของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดจะจับตาผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐจอร์เจีย(Georgia Senate Runoffs) 2 ที่นั่ง ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ว่า พรรครีพลับริกันมักจะได้ชัยชนะ อย่างไรก็ดี ผลโพลล่าสุดรวบรวมโดย FiveThirtyEight สะท้อนว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยผลการเลือกตั้งจะกำหนดว่าพรรครีพลับริกันหรือพรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาคองเกรส และจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน อาทิ นโยบายการขึ้นภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา หรือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่
จากปัจจัยดังกล่าว เราคาดว่า ตลาดจะยังอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวและมีโอกาสผันผวนสูงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น จนกว่าปัจจัยเสี่ยงอย่างผลการเลือกตั้งวุฒิสภารัฐจอร์เจียจะชัดเจน ซึ่งหากผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกชี้ว่า พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ตลาดก็พร้อมเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง








