วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลท.เกาะติด ‘ตลาดหุ้น’ ยันวอลุ่มชอร์ตเซลปกติ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันยอด "ชอร์ตเซล" ยังปกติ หลังปรับไปใช้เกณฑ์ Zero Plus Tick ลั่นมอนิเตอร์ตลาดใกล้ชิด หลังเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯ มั่นใจมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอปีนี้ตามเป้า หลังหุ้นใหญ่ “อาร์โอ” ส่อเลื่อนเทรดในตลาดเป็นปีหน้า

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า กรณีที่ ตลท.กลับไปใช้เกณฑ์ธุรกรรมการชอร์ตเซลแบบปกติ หรือ Zero Plus Tick โดยใช้ราคาที่สูงกว่าหรือเท่ากับราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย จากเดิมใช้เกณฑ์ชั่วคราวแบบ Uptick คือ ใช้ราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 พบว่า ธุรกรรมการทำชอร์ตเซลของนักลงทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่มีการใช้เกณฑ์ชั่วคราวในเดือนมี.ค.2563 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4-5% จากเดิมที่อยู่ระดับ 5-6% ขณะที่พฤติกรรมของนักลงทุนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ก่อนออกจากมาตรการชั่วคราวแบบ Uptick มีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 4-8% ซึ่งปัจจุบันหลังกลับมาใช้เกณฑ์ปกติ Zero Plus Tick พบว่า มีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 1-4% ภายในช่วง 7-8 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทาง ตลท. จะมีดูแลประเภทของหุ้นและพฤติกรรมของนักลงทุน รวมถึงการติดตามความเคลื่อนไหวการทำธุรกรรมชอร์ตเซลเพื่อสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ นอกจากนี้มองว่าปัจจุบัน ตลท. ต้องมอนิเตอร์ภาวะโดยรวมของตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เพราะใกล้ช่วงการเลือกตั้งของสหรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดทุนทั่วโลก

160216175140

ส่วนมาร์เก็ตแคปหุ้นไอพีโอปีนี้คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย แม้จะมีการเลื่อนเทรดของหุ้นขนาดใหญ่ พร้อมเชื่อว่าการเลื่อนเข้าซื้อขายหุ้นของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ไม่ได้เป็นผลมาจากปัจจัยของภาวะตลาดหุ้น แต่เป็นการตัดสินใจของบริษัทมากกว่า เนื่องจากเชื่อว่านักลงทุนหลายคนสนใจหุ้น OR จำนวนมากอยู่แล้ว ประกอบกับปัจจุบันก็มีหุ้นน้องใหม่เข้ามาทำการซื้อขายในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญที่ ตลท. ต้องการ คือ อยากให้ผู้ระดมทุนมีความหลากหลายมากขึ้นทั้งบริษัทขนาดใหญ่,ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยส่วนตัวมองว่าหุ้นไอพีโอในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นขาขึ้น แต่เซ็นติเม้นท์ด้านเม็ดเงินที่จะลงทุนยังมีอยู่ค่อนข้างมาก

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวยอมรับว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้มีบางบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งไปแล้วต้องชะลอการเข้าเทรดในตลาดหุ้น mai ออกไป ซึ่งไม่ใช่เพราะเจ้าของบริษัทต้องการเลื่อนเอง แต่อาจเป็นประเด็นเรื่องความพร้อมด้านงบการเงิน หลังจากในช่วงที่ผ่านมาบางบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้งบกำไรสะสมสะดุด 

อย่างไรก็ตามในส่วนของหุ้นที่เข้าใหม่ปีนี้นั้น ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีหุ้นใหม่ที่เข้ามาเทรดแล้วจำนวน 6 บริษัท และในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะมีบริษัทที่เตรียมเข้าซื้อขายในตลาด mai เพิ่มอีกจำนวน 4-5 บริษัท

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) และที่ได้รับการอนุมัติไฟลลิ่งไปแล้วทั้งหมดประมาณ 30 บริษัท 

โดยมองว่าบริษัทที่เลื่อนเทรดออกไปในช่วงปลายปีนี้ไม่ได้มีเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ยังมีบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กด้วย โดยมองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของภาวะตลาดและเรื่องสภาพคล่องของตลาดที่ต้องคำนึง รวมไปถึงความต้องการที่จะตั้งราคาเสนอขายหุ้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทที่ขอเลื่อนมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปบริษัทก็ต้องมีการอัพเดตข้อมูลไฟลิ่งต่อสำนักงานก.ล.ต.ด้วย