วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'การบินไทย' รอแผนฟื้นฟูกิจการชี้อนาคต 'ไทยสมายล์'

"การบินไทย" แจงยังไม่สรุปยุบ “ไทยสมายล์” ต้องรอแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ ระบุปี 62 ขาดทุนน้อยลง ยืนยันที่ผ่านมาปรับปรุงธุรกิจต่อเนื่อง เผยขาดทุนต่อเนื่องปี 56-62 ขาดทุนเกินจำนวนทุน 1 หมื่นล้านบาท

การยื่นขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ขั้นตอนการไต่สวนและรอคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ซึ่งระหว่างนี้การบินไทยได้เตรียมทำแผนฟื้นฟูกิจการ และ

 การบินไทยได้ระบุในคำขอฟื้นฟูกิจการถึงแนวทางบริหารจัดการกิจการ 

การบินไทยจะปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางบินและปรับปรุงฝูงบิน รวมทั้งอาจปรับปรุงการบริหารจัดการเส้นทางบินให้เหมาะสมและเพื่อรักษาระดับความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทยเน้นการบินระหว่างประเทศและให้สายการบินไทยสมายล์ทำการบินในประเทศ

วานนี้ (19 ส.ค.) การบินไทยออกมาชี้แจงถึงการดำเนินการกับบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด จะต้องรอแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ โดยไทยสมายล์ยังเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มการบินไทย ซึ่งมีความพร้อมในการให้บริการทั้งภายในประเทศและภูมิภาค

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย เปิดเผยถึงกรณีข่าวการยุบบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ว่า ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลล้มละลายกลาง ตามที่การบินไทยได้ขอยื่นคำร้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2563 และจะไต่สวนเพิ่มเติมวันที่ 20 และ 25 ส.ค.นี้ 

ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จ ศาลจึงจะมีการพิจารณาว่าการบินไทยควรเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหรือไม่ รวมทั้งศาลจะแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนซึ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปหลังจากนั้น คณะผู้ทำแผนจะดำเนินการจัดทำแผนซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3-5 เดือน

ระบุปี 2562 ขาดทุนน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ไทยสมายล์ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทย และเป็นสายการบินแบบ Full Service ยังคงให้บริการในเส้นทางภายในประเทศและภูมิภาคเหมือนเดิม แม้ว่าไทยสมายล์จะมีผลประกอบการขาดทุน แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาไทยสมายล์ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ ขาดทุนน้อยลง 

รวมทั้งได้รับ 2 รางวัลจากการจัดอันดับโดยเว็บไซด์ทริปแอดไวเซอร์ (Tripadvisor Travellers’ Choice Airline Awards) ประจำปี 2563 ได้แก่ รางวัลแรกเป็น สายการบินยอดเยี่ยมในเอเชีย (Best Regional Airline - Asia) เป็นครั้งที่ 3 และรางวัลที่สองเป็นสายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย (Best Airline Thailand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 

อีกทั้งการบินไทยและไทยสมายล์ยังเป็นสองสายการบินแรกของประเทศไทยที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration: SHA) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอให้ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น รวมทั้งสาธารณชนเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะจัดทำแผนการกำกับดูแลบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำกำไรได้ต่อไป

ไทยสมายล์ขาดทุนต่อเนื่อง 7 ปี

รายงานข่าวระบุว่า บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2556 มีทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท โดยการบินไทยถือหุ้น 100% และเริ่มทำการบินวันที่ 10 เม.ย.2557 จากสนามบินสุวรรณภูมิ 10 เส้นทาง และใช้รหัสสายการบิน WE

สำหรับผลการดำเนินงานที่ไทยสมายล์รายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556-2562 ต่อเนื่อง 7 ปี โดยปี 2561 เป็นปีที่ขาดทุนมากที่สุด 2,602 ล้านบาท และล่าสุดปี 2562 ขาดทุน 112 ล้านบาท ในขณะที่การบินไทยได้ประเมินผลประกอบการไทยสมายล์แอร์เวย์ งวด 6 เดือน สิ้นสุด มิ.ย.2563 ขาดทุนเกินทุนจำนวน 10,305 ล้านบาท

รวมทั้งการบินไทยได้ประเมินว่าโควิดทำให้มีข้อบ่งชี้ที่อาจเกิดการด้อยค่าของเงินลงทุนในไทยสมายล์แอร์เวย์ โดยคาดว่าจะได้รับคืนของเงินลงทุนต่ำกว่ามูลค่าบัญชี และได้พิจารณาตั้งค่าเผื่อด้อยค่าของเงินลงทุนทั้งจำนวน

ยืนยันปรับปรุงธุรกิจตลอด

นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการของไทยสมายล์ได้มีการปรับปรุงแผนดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง และมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา 

รวมทั้งเป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสายการบิน การท่องเที่ยว ดังจะเห็นได้จากปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาไทยสมายล์ได้พัฒนาระบบการขายออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 50% เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้โดยสารมากขึ้น

รวมทั้งดำเนินการวางแผนบริหารจัดการเครื่องบินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในระหว่างที่ต้องหยุดทำการบินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ไทยสมายล์ ยังมีมาตรการปรับเพิ่มเที่ยวบินให้สอดคล้องกับปริมาณของผู้โดยสารที่ยังมีความต้องการเดินทางจากเดิม 27 เที่ยวบิน เป็น 34 เที่ยวบินต่อวัน

สำหรับเส้นทางในประเทศ 10 เส้นทาง ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นราธิวาส และกระบี่ โดยในเดือนกันยายนไทยสมายล์มีแผนการเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ในขณะที่ยังคงดำเนินแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ยังไม่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่ลดลง

“นอกจากนี้ ไทยสมายล์ให้ความสำคัญและปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดโดยได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration: SHA) เป็น 2 สายการบินแรกที่ได้รับร่วมกับการบินไทย ผู้โดยสารจึงสามารถมั่นใจในการเดินทางทุกครั้ง” นางชาริตา กล่าว